วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรมศิลปากร ส่งทีมช่างฝีมือดี เร่งบูรณะพระอัฏฐารส บนยอดเขาวัดสะพานหิน

กรมศิลปากร เร่งส่งนายช่างศิลปกรรมชำนาญงาน ควบคุมการบูรณะซ่อมแซมองค์พระอัฏฐารสเนื่องจากปูนปั้นเริ่มผุเปื่อยและหลุดล่อนเป็นจำนวนมาก ส่วนนักท่องเที่ยวยังคงเดินขึ้นไปชมความงามบนวัดสะพานหินได้ตามเดิม..

จากกรณี นสพ.ไทยรัฐฉบับวันพฤหัสบดีที่ 15 มิ.ย. 60 นำเสนอข่าวพระอัฏฐารส พระพุทธรูปยืนปูนปั้น ปางประทานอภัย ในวิหาร บนยอดเขาวัดสะพานหิน เขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย ขนาดความสูง 12.50 เมตร เกิดชำรุดเสียหาย เนื่องจากปูนปั้นช่วงตั้งแต่บั้นพระองค์ (เอว) ลงมาถึงพระชานุ (เข่า) เริ่มผุเปื่อยและหลุดล่อนจนร่วงลงมากองกับพื้นเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ปลายปี 59 จนเกรงว่าหากปล่อยละเลย ไม่มีการบูรณะซ่อมแซม อาจจะเสียหายจนทรุดพังลงมาทั้งองค์ได้

วันที่ 17 มิ.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด นายสถาพร เที่ยงธรรม ผอ.อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เผยว่า หลังจากทางกรมศิลปากร เข้าตรวจสอบองค์พระอัฏฐารสแล้ว ได้เร่งทำที่ค้ำยันเพื่อป้องกันการกะเทาะของปูนปั้นเพิ่มขึ้น พร้อมของบประมาณในการซ่อมแซมทันที ซึ่งเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ทางกรมศิลปากรได้อนุมัติงบมาให้แล้วจำนวน 600,000 บาท โดยมอบหมายให้ นายผสม นาระต๊ะ นายช่างศิลปกรรมชำนาญงาน จากกลุ่มอนุรักษ์จิตรกรรมและปฏิมากรรมกองโบราณคดี กรมศิลปากร เป็นหัวหน้าควบคุมงานซ่อมแซมทั้งหมด ซึ่งในระหว่างการบูรณะซ่อมแซมองค์พระอัฏฐารสนั้น นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินขึ้นเขาขึ้นไปชมความสวยงามบนวัดสะพานหินได้ตามปกติ

ทางด้าน นายผสม นาระต๊ะ นายช่างศิลปกรรมผู้ควบคุมงาน เผยว่า จะเริ่มงานตั้งแต่วันจันทร์ที่ 19 มิ.ย. เป็นต้นไป ตั้งแต่การตั้งนั่งร้านและทำหลังคาครอบบริเวณที่ทำการซ่อม เพื่อเสริมความมั่นคงแข็งแรงเพิ่มขึ้น หลังจากมีการบูรณะไปครั้งหนึ่งแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2499 สำหรับปูนปั้นขององค์พระที่หลุดล่อนนั้น เนื่องจากมีน้ำซึมเข้าไประหว่างชั้นปูน และผิวภายในก็เริ่มผุกร่อน มีรอยปริแตกและแยกตัวของชั้นปูนดันออกมา

จึงต้องแบ่งการซ่อมเป็นสองส่วนคือการใช้เหล็กไร้สนิม ทำโครงสร้างหลัก และอีกส่วนคือการบูรณะงานปูนที่มีลักษณะพิเศษ ที่ต้องใช้ปูนโบราณที่เรียกว่าปูนหมัก ซึ่งเป็นเทคนิคโบราณ เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เวลาในการหมักปูนรวมถึงการผสมเนื้อปูนก่อนใช้งาน เข้าเสริมส่วนที่เสื่อมสภาพ โดยทำจากส่วนล่างขึ้นไปเรื่อยๆ คาดว่าจะใช้เวลาในการบูรณะซ่อมแซมประมาณ 4 เดือน

สำหรับ พระอัฏฐารส คือพระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่ที่ศิลาจารึกหลักที่ 1 กล่าวถึงเมืองสุโขทัยสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชว่า '…ในกลางอรัญญิก มีพิหารอันณึ่งมนใหญ่ สูงงามแก่กม มีพระอัฏฐารสอันณึ่งลุกยืน… ' และสันนิษฐานกันอีกว่า วัดสะพานหินนี้ น่าจะเป็นวัดที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงช้างเผือกชื่อ รูจาคีรี ขึ้นไปนบพระทุกวันข้างขึ้น 15 ค่ำและข้างแรม 15 ค่ำ ประดิษฐานอยู่ในวิหาร บนยอดเขา วัดสะพานหิน เขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย.