บริการข่าวไทยรัฐ

คาดช่างตัดเหล็กชุ่ย! ทำสะเก็ดไฟตก ไหม้โรงเลื่อยไทรโยค ค่าเสียหาย 30ล.

รองผู้ว่ากาญจน์ รุดดูที่เกิดเหตุไฟไหม้โรงเลื่อย พบสาเหตุอาจจะเกิดจากช่างตัดเหล็กและสะเก็ดไฟตกใส่พื้น จึงเกิดปะทุจนลุกลามไหม้ในครั้งนี้ เสียหาย 1 ใน 3 ประมาณ 30 ล้าน ขณะที่ ตร.พิสูจน์หลักฐาน ยังเข้าจุดต้องสงสัยไม่ได้...

ความคืบหน้าไฟไหม้โรงเลื่อยจักรตั้งเต็กเส็ง เลขที่ 60 / 6 หมู่ที่ 3 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ที่เริ่มไหม้ตั้งแต่ 22.30 น. วันที่ 16 มิ.ย.60 ควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลาม ตั้งแต่ 06.00 น. วันที่ 17 มิ.ย. 60 แต่ยังต้องใช้รถดับเพลิงฉีดน้ำเลี้ยงไม่ให้ไฟคุกรุ่นขึ้นมาอีก

ล่าสุด เวลา 14.30 น. นายรณชัย จิตรวิเศษ รอง ผวจ.กาญจนบุรี รก.ผวจ.กาญจนบุรี ลงพื้นที่เกิดเหตุ โดยมีนางสัจจา ฝุกฝัด นายกเทศมนตรีตำบลน้ำตกไทรโยคน้อย และนายดุสิต ฝุกฝัด กำนันตำบลท่าเสา และ นางเกศิณี มงคลทิพย์วารี อายุ 48 ปี เจ้าของโรงเลื่อยต้อนรับ และนำพาดูสภาพความเสียหายที่พบว่า เพลิงได้เผาผลาญโรงไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกเผาไหม้ไปกว้างประมาณ 5 ไร่ และเหลือพื้นที่โกดังที่สามารถฉีดน้ำสกัดไม่ถูกเพลิงไหม้อีกจำนวนกว่า 10 ไร่ มีไม้แปรรูปจำนวนมากเหลือรอดจากการเผาไหม้ในครั้งนี้อย่างหวุดหวิด

โดยนายรณชัย ได้สอบถามเกี่ยวกับเหตุที่เกิดขึ้น จนทราบว่า ที่เกิดเหตุเป็นโรงเลื่อยเก่าที่หยุดดำเนินการแล้ว แต่ยังมีการซื้อไม้มาแปรรูปบ้างพอสมควร โดยก่อนเกิดเหตุมีคนรับซื้อของเก่ามาประมูลเหมาซื้อเหล็กในโรงเลื่อยไปจำนวน 700,000 บาท และได้นำคนงานมาตัดเหล็กในที่เกิดเหตุ โดยใช้หัวตัดแก๊สในการตัดเหล็ก และมีสะเก็ดไฟกระเด็นติดตามร่องพื้นไม้ของโรงเลื่อย โดยใช้น้ำฉีดประทังมาตลอดการทำงานเป็นเดือนแล้ว คาดว่าอาจจะทำให้เกิดไฟคุในร่องพื้นไม้ได้เช่นกัน แต่น่าจะต้องรอผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุจากตร.พิสูจน์หลักฐานที่จะเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้งหนึ่ง

รอง ผวจ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ทราบข่าวว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรงเลื่อยแห่งนี้จึงลงพื้นที่มาดูสถานที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นโรงเลื่อยเก่าที่หยุดประกอบการ แต่มีไม้เก่าไว้ในครอบครอง โดยมีโครงสร้างโกดังเก็บไม้ถูกเผาไปเป็นเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ ค่าเสียหายที่ทางเจ้าของแจ้งประมาณ 30 ล้านบาท ยังโชคดีว่าเสียหายแค่ 1ใน 3 เท่านั้น แต่ตอนนี้สามารถควบคุมเพลิงได้ แต่ยังต้องฉีดน้ำหล่อเลี้ยงมิให้เกิดการปะทุขึ้นมาอีก ก็ต้องแสดงความเสียใจกับผู้ประสบเหตุด้วย ส่วนสาเหตุคงต้องรอผลการตรวจสอบพื้นที่ จะให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานและพนักงานสอบสวนที่จะทำการสอบสวนหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้

ต่อมาเวลา 15.00 น. ร.ต.อ.สมบุญ ภัทรวงษ์วิเศษ รองสว.(สอบสวน) สภ.ไทรโยค พร้อม ตร.พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.กาญจนบุรี ลงพื้นที่โรงเลื่อยที่เกิดเหตุไฟไหม้ ได้เก็บหลักฐานต่างๆ โดยเฉพาะในจุดที่มีการตัดเหล็กโดยใช้แก๊ส แต่ยังไม่สามารถเข้าจุดเกิดเหตุได้เพราะไฟยังปะทุคุกรุ่นอยู่ แต่สามารถมองเห็นถังแก๊สกับถังลมอยู่ในกองไฟ โดยการเก็บหลักฐานในครั้งนี้ไม่ให้ข้อมูล แต่ให้รอผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ก่อน.