วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กสทช.บุก สภ.อรัญประเทศ แจ้งข้อหาเพิ่มกับแก๊งกดไลค์ชาวจีนอีก 1คดี

กสทช.บุกโรงพักอรัญประเทศ หารือกับเจ้าหน้าที่ ตร. ก่อนแจ้งข้อหาเพิ่มแก๊งชาวจีนสร้างยอดไลค์ กดวิวเก๊ ในข้อหามีและใช้เครื่องโทรคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาต อีก 1 คดี...

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 17 มิ.ย.60 ที่ สภ.อรัญประเทศ นายพิชัย สุวรรณกิจบริหาร ผอ.สำนักกำกับดูแลการโทรคมนาคมฯ นายวิทยา ต่อบุณย์ศุภชัย นิติกร กสทช. พร้อมด้วยนายเจษฎา สุขนิยม ผอ.สำนักงาน กสทช.เขต 16 ปราจีนบุรี ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว เพื่อตรวจสอบคดีที่ ตม.จว.สระแก้ว ร่วมกับ มทบ.19 และ ตร.สภ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว บุกเข้าจับกุม 3 ชาวจีน ประกอบด้วยนายวาง ดง (Mr.WANG. DONG.) อายุ 33 ปี และนายนุย บาง (Mr.NIU. BANG) อายุ 25 ปี และ นายไน เวนจิน (Mr.NI. WENJIN) อายุ 32 ปี พร้อมของกลางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จำนวนมาก และซิมของค่ายโทรศัพท์มือถือในประเทศไทย ทั้ง 3 ค่าย จำนวน 307,055 ซิม โดยแยกเป็นซิมของเครือข่าย AIS จำนวน 105,485 ซิม, ทรูมูฟ จำนวน 97,231 ซิม และเครือข่าย ดีแทค จำนวน 104,339 ซิม พร้อมตั้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 และข้อหา “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดๆ ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้ามหรือที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องหรือเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรข้อจำกัด หรือข้อห้ามอันเกี่ยวแก่ของนั้น” ตาม ม.27 ทวิ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 60 โดยมี พ.ต.อ.วัสสพันธ์ ศิริกุลกมลฉัตร ผกก.สภ.อรัญประเทศ พร้อมด้วย พ.ต.ต.ธนไวย์ ศรีทอง สว.(สอบสวน) สภ.อรัญประเทศฯ เจ้าของคดี และ พ.ต.ต.จิรเดช พุฒินาทพัฒน์ สว.ตม.จว.สระแก้ว ร่วมให้การต้อนรับและร่วมประชุมหารือ โดยได้เชิญตัวแทนค่ายโทรศัพท์มือถือ ประกอบด้วย AIS, ทูรมูฟ และดีแทค เข้าร่วมประชุมหารือกันที่ห้องประชุมบน สภ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ท่ามกลางสื่อมวลชนจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคมารอทำข่าวกันเป็นจำนวนมาก

หลังเสร็จสิ้นการประชุมหารือ นายพิชัย และนายวิทยา ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมกับชาวจีนทั้ง 3 คน ข้อหามีและใช้เครื่องโทรคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาต อีก 1 คดี จากนั้นได้ เผยว่า ได้เดินทางมาตรวจสอบข้อเท็จจริงและดูของกลางที่ จนท.ตรวจยึดมาได้พบว่าอุปกรณ์โทรคมนาคม ที่ผู้ต้องหาชาวจีนทั้ง 3 คนใช้ เป็นอุปกรณ์วิทยุโทรคมนาคมที่ไม่ถูกต้องไม่มีการขออนุญาต จึงได้แจ้งข้อหาเพิ่มซึ่งเป็นอำนาจของ กสทช.ที่กำกับดูแลอุปกรณ์เครื่องส่งวิทยุโทรคมนาคม ส่วนกรณีซิมของกลางขณะนี้ได้กำชับและเร่งรัดให้ค่ายมือถือทั้ง 3 ค่าย คือ เอไอเอส, ทรูมูฟ และดีแทค เร่งตรวจสอบซิมทั้งหมดให้แล้วเสร็จโดยเร็วแล้วรีบแจ้ง กสทช. เนื่องจากการตรวจสอบซิมจำนวนมากอาจต้องใช้เวลาบ้างเนื่องจากต้องตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะซิมทุกซิมจะมีเบอร์โทรศัพท์ ต้องตรวจสอบความถูกต้องทุกเบอร์ว่ามีการเปิดใช้หรือไม่จึงจำเป็นต้องให้เวลากับค่ายมือถือทั้ง 3 ค่าย ทั้งนี้ทั้ง 3 ค่ายมือถือก็รับปากแล้วจะพยายามเร่งตรวจสอบให้เร็วที่สุดเพื่อจะได้ตรวจสอบได้ว่าซิมทั้งหมดรวมกว่า 300,000 ซิมนั้นเป็นซิมที่ยังใช้ได้เท่าไหร่และมีซิมเสียเท่าไหร่ จะได้ตรวจสอบไปยังหมายเลขที่เปิดใช้ว่ามีการจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่และเบิกจ่ายมาจากผู้ค้าที่ไหน ซึ่งคงต้องใช้เวลาบ้าง ซึ่งเบื้องต้นค่ายมือถือทั้ง 3 ค่าย ได้มีการตรวจสอบซิมเบื้องต้นพบว่าของเครือข่าย AIS เป็นซิมชนิดเติมเงิน และซื้อมาจากในประเทศไทยและกัมพูชาบางส่วน ส่วนของดีแทค พบว่าเป็นซิมชนิดเติมเงิน ซื้อมาในประเทศไทย และทรูมูฟก็เป็นซิมเติมเงินซื้อมาจากในประเทศไทย

ด้านนายวิทยา เปิดเผยว่า ตามกฎหมายของ กสทช.นั้นซิมทุกค่ายต้องมีการลงทะเบียนผู้ใช้ ซึ่งผู้ใช้ 1 คน อาจเปิดซิมได้หลายๆ ซิม เพราะยังไม่มีข้อกฎหมายกำหนด แต่หากซิมที่นำไปใช้ไม่มีการจดทะเบียนนั้นก็ถือว่ามีความผิด ซึ่งขณะนี้ทางค่ายมือถือทั้ง 3 ค่ายต้องตรวจสอบออกมาก่อนว่าซิมทั้งหมดที่เป็นของกลางมีการจดทะเบียนใช้อย่างถูกต้องหรือไม่และผู้ที่จดทะเบียนเป็นใครเพื่อจะได้สืบสวนหาที่มาที่ไปของซิมจำนวนมากเหล่านั้น ส่วนตอนนี้ทาง กสทช.คงได้แค่รอการตรวจสอบของค่ายมือถือ ส่วนผู้ต้องหาชาวจีนทั้ง 3 ราย กสทช.ได้แจ้งข้อหาเพิ่มอีก 1 ข้อหาคือมีและใช้เครื่องวิทยุโทรคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาตอีกข้อหาหนึ่งแล้ว.