บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผบ.ตร.ยืดอกรับผิดชอบ ไม่ให้"คนนอก"ทำตร.เสียหาย

ผ่านไปแล้วคำสั่งโยกย้ายตำรวจ “รอง ผบก.–สว.” มีทั้งคนผิดหวัง สมหวัง เป็นธรรมดาของคำสั่งโยกย้าย เมื่อตำแหน่งไม่เพียงพอ ผู้บังคับบัญชาต้องเลือกผู้ที่เหมาะสม แต่หลังคำสั่งออกมา ไม่ผิดคาด มีข่าวโจมตีตำรวจ การแต่งตั้งไม่เป็นธรรม ซื้อขายตำแหน่ง เป็นข้อมูลตำรวจที่วิ่งเต้น พลาดหวังออกมาปล่อยข่าว

 ครั้งนี้เปลี่ยนหน้า นายวิทยา แก้วภราดัย อดีตแกนนำ กปปส.และอดีตสมาชิก สปท. มาปูดเรื่องตำรวจที่ซื้อขายตำแหน่ง แต่ถูกหลอก เป็นข้อมูลล้วงลงลึก คนที่ไม่อยู่วงในซื้อขายตำแหน่งไม่มีทางรู้ โยนคำสั่งย้ายตำรวจมีตัวเลขซื้อขาย 7 หลัก และอ้างว่าตำรวจที่ผิดหวังรวมตัวกันเรียกร้องเงินคืนถึง 50 ล้านบาท

กลายเป็นข่าวใหญ่โตที่สังคมเกิดคำถาม!!!

ไม่ทันข้ามวัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มีคำสั่งให้ พล.ต.ท.เทศา ศิวาโท ผบช.ภ.8 มาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. เนื่องจากข่าวร้องเรียนการแต่งตั้งไม่เป็นธรรม นายวิทยาสวนว่า ผบ.ตร.เอาคืน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย เพราะ พล.ต.ท.เทศา เป็นคนสนิทนายสุเทพ และได้รับการสนับสนุนมาเป็น ผบช.ภ.8 สนิทสนม ส.ส.ประชาธิปัตย์ภาคใต้

ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะมีตื้นลึกหนาบางหรือไม่

นายวิทยาไม่หยุดปูดว่า บช.น.มีตัวเลขเงินวิ่งเต้นตำแหน่งที่บวกไปอีก 2 เท่าของราคาภาคอื่น พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. สวนกลับสั้นๆว่า การแต่งตั้ง บช.น.เน้นคนที่ทำงาน ทำความดี นี่เป็นตัวอย่างเดียว ยังมีอีกหลายคนในนครบาล พร้อมพานายตำรวจที่ได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นโดยไม่มีเส้นสายวิ่งเต้นมาโชว์ตัว

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่ขอข้อมูลผู้ที่ร้องเรียนมาตรวจสอบ ถ้าไม่จริง จะฟ้องดำเนินคดี ไม่ปล่อยให้ “คนนอก” มาพูดลอยๆ ทำลายตำรวจเหมือนที่ผ่านมา

ยืนยันว่า คำสั่งโยกย้ายตำรวจทุกตำแหน่งเป็นอำนาจหน้าที่ ผบ.ตร.

การกล่าวหาเรื่องซื้อหาตำรวจไม่ได้เพิ่งเกิด มีทุกยุคสมัย หลายปีก่อน นักการเมืองเคยร้องเรียน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. (ขณะนั้น) เรื่อง ซื้อขาย แต่สุดท้ายเรื่องเงียบ เพราะมีเอกสารที่นักการเมืองขอสนับสนุนตำรวจในสายเป็นปึกๆ แต่ได้ไม่หมด เลยเป็นเรื่องขึ้นมา

ส่วนคำสั่งโยกย้ายรอบนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เห็นมีข่าวซื้อขายตำแหน่งตลอด มีประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 7/2560 เรื่องการปรับปรุงระบบการพิจารณาแต่งตั้งให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม

กำหนดให้ระดับล่างที่ใกล้ชิดผู้ปฏิบัติเสนอชื่อต่อ ผบ.ตร.ซึ่งมีอำนาจสูงสุดแต่งตั้ง ภาพรวมเปิดช่องให้ร้องเรียนการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง หากเห็นว่าไม่เป็นธรรม เป็นการแต่งตั้งโดย พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ

มีการกลั่นกรองถึง 3 บอร์ด ตั้งแต่ บอร์ด บก. บอร์ดกลั่นกรอง บช. มี ผบช.เป็นประธาน รอง ผบช.เป็น กรรมการ บช. และบอร์ดกลั่นกรองระดับ ตร. มี ผบ.ตร.เป็นประธาน และรอง ผบ.ตร.เป็นกรรมการ ทำให้การแต่งตั้งมีความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรมอย่างแท้จริงและตรวจสอบได้

คำสั่งแต่งตั้ง 5,000 ตำแหน่งทุกระดับชั้น มีการแต่งตั้งโยกย้ายผู้ที่ดำรงตำแหน่งไม่ครบ 2 ปี จำนวน 43 คน ในส่วนเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ได้แก้ไข กฎ ก.ตร.ให้เลื่อนสูงขึ้นข้ามหน่วยได้ เพื่อปรับเกลี่ยกำลังพลในหน่วยที่มีอัตราหนาแน่นจะได้เติบโตนอกหน่วยได้ และสิ่งที่สำคัญไม่ต้องไปเตะคนในหน่วย ให้ตัวเองเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในหน่วย เหมือนในอดีตที่ล็อกเอาไว้ ห้ามเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นข้ามหน่วย

การโยกย้ายออกนอกหน่วยบ้าง แต่ไม่มาก ผู้ที่ดำรงตำแหน่งไม่ครบ 2 ปี หากทำงานไม่มีเรื่องเสียหาย ไม่ต้องไปขอใคร ไม่ต้องไปวิ่งเต้น เสียเงิน เสียทอง ส่วนที่เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น อย่างหน่วยหลัก สตม.ต้องไปเป็น ผกก.ในตำรวจภูธร ไม่ใช่เบียดคนใน สตม.ออกไปนอกหน่วย คนใน บช.น.หากเลื่อนสูงขึ้น ตำแหน่งเต็มต้องเป็น รอง ผบก.ในตำรวจภูธร ไม่ใช่ไปเบียดเตะคนในนครบาล เป็นระบบที่วางไว้ดี

การเสนอแต่งตั้งผ่านกลั่นกรองถึง 3 ตะแกรงบอร์ดกลั่นกรอง ไม่มีใครรับปากใครว่าต้องเลื่อนเป็น ผกก.ที่นั่นที่นี่ ทุกอย่างว่ากันในบอร์ดกลั่นกรอง คนทำงานเท่านั้นที่จะยืนอยู่ได้ และสังคมต้องยอมรับ

สิ่งเหล่านี้คือขวัญกำลังใจตำรวจ เป็นความตั้งใจของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร 

ส่วนใครร้องเรียน ใครโวยวาย เพราะไม่มีใครรับปากได้ว่า จ่ายเงินแล้วจะต้องได้ตำแหน่งตามขอ ตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการให้คนทำงานเพื่อประชาชน มีที่ยืน ไม่มีเสียเงิน สำหรับคนไม่ทำงานอีก

พล.อ.ประยุทธ์เชื่อว่า ไม่มีใครรู้ดีเท่าตำรวจ ว่าจะให้ใครไปอยู่ที่ไหน แต่ทุกโผมี “คนนอก” เข้ามาวุ่นวายฝากฝัง แอบอ้างชื่อผู้ใหญ่ไปเรียกรับเงินวิ่งเต้นโยกย้าย โผรายชื่อที่ออกมามีมือทำงาน เด็กผู้ใหญ่หลายสาย รวมทั้งนักการเมือง ได้รับการจัดสรรปันส่วนตามเหมาะสม

คนทำงานได้รับการตอบแทน เป็นขวัญกำลังใจให้ตำรวจ ยุค คสช. สนับสนุนคนทำงาน ผลการแต่งตั้งเป็นไปตามเนื้อผ้าคนในวงการตำรวจรู้ดี ไม่มีโวยวาย ผู้บังคับบัญชารู้ดีว่าตำรวจคนไหนทำงาน ไม่ทำงาน มีตำรวจส่วนน้อย ไม่ทำงานเอาแต่ตามนักการเมือง ผู้มีอำนาจ พอแต่งตั้งขอตำแหน่งเกรดเอ เมื่อไม่ได้กล่าวหาว่ามีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง กลายเป็นชนวนให้ “คนนอก” ได้โอกาสสร้างกระแสโจมตีตำรวจ เพราะฝากเด็กมาแล้วไม่ได้ตำแหน่ง

บางทีการปฏิรูปตำรวจให้ปลอดจากการเมือง นักการเมืองและผู้มีอำนาจต้องเลิกฝากตั๋วแต่งตั้งตำรวจ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า อยากให้ไปถามนาย วิทยา แก้วภราดัย ว่ามีจุดประสงค์อะไร เป็น ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้ มีเรื่องข้องใจอะไร ส่วนที่เรียก พล.ต.ท.เทศา ศิวาโท ผบช.ภ.8 มาประจำที่ ศปก.ตร. เปิดโอกาสให้ตรวจสอบ ถ้าเฉยหรือปล่อยไว้ไม่ทำอะไร คนมาถามไม่ทำอะไร แต่พอเรียกตัวมาถามอีกว่าเรียกมาทำอะไร ทุกอย่างมีขั้นตอน ตั้งให้ จตช.ตรวจสอบควบคู่ฝ่ายกฎหมายพิจารณาดำเนิน-การอย่างไร ยังบอกไม่ได้ว่า พล.ต.ท.เทศา ผิดจริงหรือไม่ ถ้าตรวจสอบไม่เป็นจริงตามที่ร้อง ตำรวจอาจฟ้องกลับ เพราะทำความเสียหายทั้งตัวบุคคลและองค์กรตำรวจ และเรื่องที่พูดพาดพิงพื้นที่ บช.น.ซื้อขายตำแหน่ง 2 เท่าภาค 8 สอบถาม ผบช.น. บอกไม่มีเรื่อง ซึ่งถ้าพาดพิงตนแบบนี้ต้องดำเนินการเพื่อไม่ให้คนมากล่าวหาลอยๆ เรื่องแต่งตั้งเป็นหน้าที่ ผบ.ตร.รับผิดชอบคนเดียวทั้งผิดและชอบ ส่วนที่มีคนถามว่า ผบก.สปพ. เป็นคนทำบัญชีแต่งตั้งตำรวจ ไม่จริง ผบก. สปพ.เป็นลูกน้อง ไม่มีหน้าที่แต่งตั้ง 191 มีหน้าที่สนับสนุนงานโรงพัก เรื่องที่พูดว่า มี พล.ต.ต.ใหญ่กว่า พล.ต.อ.ไม่เป็นจริง”

“ขอให้ผู้ที่รับรู้ รู้เห็นความไม่ชอบมาพากลในการแต่งตั้ง หรือตกเป็นเหยื่อเข้าให้ข้อมูลต่อจเรตำรวจแห่งชาติ เรื่องนี้ยอมไม่ได้ อาจมีขบวนการหลอกลวง ตกเบ็ดหาประโยชน์จากการแต่งตั้งโยกย้าย หากพบข้อมูลที่เข้าข่ายการกระทำผิด ต้องดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องทันทีเด็ดขาด สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความเสื่อมเสียกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจ แต่หากท้ายที่สุดแล้วพบว่าไม่มีมูลความจริง เป็นเพียง การกล่าวอ้างที่ทำให้ภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจได้รับความเสียหาย พร้อมจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่กระทำเช่นกัน” 

งานนี้ ผบ.ตร.แสดงภาวะผู้นำ ไม่ปล่อยให้กลุ่มผู้เสียประโยชน์อ้าง “ต่อรอง” มุกเดิมๆอีก.

ทีมข่าวอาชญากรรม