บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"คลินิกกฎหมายเคลื่อนที่พัฒนาท้องถิ่น" นิติศาสตร์ มจษ. "หมอความ" เพื่อมวลชน

โดย นายว้าก

“กฎหมาย” เรื่องใกล้ตัวที่มีความสำคัญ เป็นเสมือนกรอบ กติกาในการใช้ชีวิตของผู้คนในสังคม แต่มักถูกลืมเลือน และไม่ได้รับความสนใจ

ทั้งๆที่มนุษย์เรานั้น ทันทีที่เกิดจน กระทั่งถึงวันตาย เรื่องของกฎหมายถือเป็นสิ่งใกล้ตัวที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ด้วยเหตุนี้เอง นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชานิติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม (มจษ.) กว่า 90 ชีวิต จึงได้ร่วมกันจัด ค่าย “คลินิกกฎหมายเคลื่อนที่พัฒนาท้องถิ่น” ให้กับน้องๆ นักเรียน โรงเรียนวัดโพธิ์งาม และชาวบ้านในชุมชน วัดโพธิ์งาม ต.ดอนกำ อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท เพื่อนำเอาความรู้จากห้องเรียนมาประยุกต์ใช้ และช่วยเหลือประชาชนให้มีความรู้เรื่องของกฎหมายมากขึ้น รวมถึงเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับนักศึกษา ได้ฝึกวิทยายุทธ์และประสบการณ์จริงนอกห้องเรียน

กิจกรรมดีๆ ที่สร้างสรรค์แบบนี้ “นายว้าก” ไม่พลาดที่จะไปเจ๊าะแจ๊ะถามไถ่บรรดาวัยโจ๋ ว่าที่นักกฎหมายหนุ่ม สาวรุ่นใหม่ไฟแรง ที่ร่วม แรงร่วมใจทำกิจกรรมในครั้งนี้

เริ่มต้นกันที่ “ตุ้ยนุ้ย” อภิรดี หอมชื่น ประธานค่าย คลินิกกฎหมายเคลื่อนที่พัฒนาท้องถิ่น ยิ้มก่อนเล่าว่า “คลินิกกฎหมายเคลื่อนที่พัฒนาท้องถิ่น จัดครั้งที่ 11 แล้ว เป็นกิจกรรมของนักศึกษาปี 4 เนื่อง จากการเรียนด้าน นิติศาสตร์ มีความจำเป็นต้องให้นักศึกษา ซึ่งจะไปเป็นนักกฎหมายของประเทศในอนาคต ได้เรียนรู้กฎหมาย ทั้งทฤษฎี องค์ความรู้จากตำรา และการลงพื้นที่ช่วยเหลือ รับรู้ถึงปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน เพราะหน่วยงาน หรือนักกฎหมายที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของชุมชนที่จะให้คำแนะนำด้านกฎหมายกับประชาชนมีน้อยมาก ส่วนใหญ่จะนั่งอยู่ในศาลไม่ได้ลงพื้นที่มาให้คำแนะนำช่วยเหลือประชาชน ดังนั้น การออกค่ายคลินิกกฎหมายเคลื่อนที่ครั้งนี้ จึงถือเป็นการสร้างนักกฎหมายรุ่นใหม่ที่พร้อมรับใช้สังคม ที่สำคัญไปกว่านั้นทุกคนจะได้รับประสบการณ์ตรงจากสิ่งที่ได้เล่าเรียนมาตลอดระยะเวลา 4 ปีอีกด้วย”

ขณะที่สาวหน้าใส “เกียร์” พรศิริ ประดิษฐาน ร่วมแจมว่า “ค่ายคลินิกกฎหมายเคลื่อนที่ฯ แบ่งกิจกรรมเป็น 2 ส่วน ได้แก่ คลินิกกฎหมายเคลื่อนที่ และค่ายอาสาพัฒนาท้องถิ่น ในส่วนกิจกรรมค่ายอาสาพัฒนาท้องถิ่น ได้มีการลงพื้นที่ไปสำรวจยังโรงเรียนวัดโพธิ์งาม และชุมชนวัดโพธิ์งาม เพราะต้องการสานต่อการดำเนินงานจากการลงพื้นที่ในปีที่ผ่านมา เพื่อให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ซึ่งจากการสอบถามความต้องการของชาวบ้านและโรงเรียนว่าอยากให้พวกเราไปช่วยพัฒนา เช่น โรงเรียนยังขาดโต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์ การเรียน และกำลังคนในการช่วยพัฒนาสถานที่ นอกจากนี้ ในชุมชนรอบๆ ยังมีปัญหาน้ำขัง จึงได้แบ่งกลุ่มกันทำงานทั้งทาสีโต๊ะ เก้าอี้นักเรียน และขุดลอกท่อระบายน้ำในชุมชน”

“ปอนด์” ศุภโชค ประสิทธิ์ เปิดปากเสริมอย่างอารมณ์ดีว่า “กิจกรรมคลินิกกฎหมายเคลื่อนที่ได้ทำแบบสอบถามให้ชาวบ้านได้แสดงความคิดเห็นว่าต้องการให้เรานำเสนอความรู้ทางกฎหมายในเรื่องใด เพื่อสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด ซึ่ง ส่วนใหญ่ประชาชนยังมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายไม่มากนัก จึงได้จัดการบรรยายมอบความรู้กฎหมายในเรื่องของพินัยกรรมและมรดก รวมถึงกฎหมายพื้นฐานให้กับผู้เข้าร่วมรับฟังบรรยาย พร้อมจัดให้มีการรับปรึกษาปัญหากฎหมายจากประชาชนในเรื่องต่างๆ ซึ่งผมและเพื่อนๆ ถือเป็นการเรียนรู้ และเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ มากมายที่ไม่เคยเรียนรู้จากในห้องเรียน”

ปิดท้ายที่สาวมาดเท่ “ตาล” ผาณิตา พิพิธหิรัญการ ส่งเสียงดังฟังชัดมาร่วมแชร์ประสบการณ์ว่า “การออกค่ายครั้งนี้ ได้แบ่งฝ่ายการทำงานชัดเจน ทำให้พวกเราได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม ความสามัคคีในหมู่คณะ การเรียนนิติศาสตร์ มีความจำเป็นที่นักศึกษา ซึ่งจะก้าวไปเป็นนักกฎหมายในอนาคต จะต้องได้เรียนรู้กฎหมายทั้งทฤษฎี องค์ความรู้จากตำรา และการลงพื้นที่ช่วยเหลือ รับรู้ถึงปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน นอกจากจะให้ความรู้ทางกฎหมายมรดก กฎหมายครอบครัวแก่ชาวบ้านแล้ว ยังพัฒนาชุมชน สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้แก่ชาวบ้านและโรงเรียน แม้จะเหนื่อยบ้าง แต่หลังจบงานรู้สึกดีมากๆ โดยเฉพาะความรู้ทางกฎหมาย คนในชุมชนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตได้ ถือเป็นกำลังใจให้พวกเราพัฒนาความรู้ และใช้ความรู้นั้นทำประโยชน์ในวิชาชีพให้แก่ตนเองและสังคมต่อไป”

เห็นว่าที่นักกฎหมาย สาขาวิชานิติศาสตร์ มจษ. รวมพลังนำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาไปช่วยเหลือชาวบ้านแบบนี้แล้ว “นายว้าก” ขอปรบมือเป็นกำลังใจให้ดังๆ

และพลอยปลื้มใจไปกับอนาคตประเทศไทยที่จะได้มีนักกฎหมายคลื่นลูกใหม่ “หัวใจผดุงความยุติธรรม” เคียงคู่สังคมไทยเพิ่มขึ้นอีกเพียบ...!!!

นายว้าก