บริการข่าวไทยรัฐ

คิดว่าไม่รอดแล้ว! สาวไทยเผยนาทีชีวิต ติดในกองไฟ 'เกรนเฟลล์ ทาวเวอร์'

สื่ออังกฤษประเมินยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุพระเพลิงผลาญ “เกรนเฟลล์ ทาวเวอร์” ในกรุงลอนดอน อาจเกินครึ่งร้อยขณะที่ญาติพี่น้องผู้ประสบอัคคีภัยเริ่มไม่พอใจ หลังเจ้าหน้าที่ยังเข้าไปตรวจสอบอาคารอย่างละเอียดไม่ได้ เหตุหวั่นพังถล่ม หนำซ้ำคาดใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเหยื่อ ด้านสาวไทยที่รอดชีวิตมาหวุดหวิด แฉนาทีเกือบตายคากองไฟ เพราะเชื่อคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ก่อนหน้านี้ที่ให้อยู่แต่ภายในห้อง จนเอะใจหลังเพลิงไหม้ร่วม 2 ชั่วโมง เปลวไฟลามถึงกระจกห้อง ตัดสินใจโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือทันเวลา ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศไทย เร่งตามหา “ลุงวัฒน์” ที่อาศัยในตึกแต่ยังติดต่อไม่ได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า เหตุเพลิงไหม้ “เกรนเฟลล์ ทาวเวอร์” อาคารพักอาศัยสูง 24 ชั้น ในย่านนอร์ธ เคนซิงตัน ทางตะวันตกกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 14 มิ.ย. ที่แม้ล่าสุดเจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบภายในตึกได้อย่างละเอียด เพราะหวั่นตึกถล่ม ขณะเดียวกัน ก็กังวลว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจมีมากกว่าที่รายงานในเบื้องต้น เนื่องจากมีรายงานว่า ในตึกอาจมีผู้พักอาศัยกว่า 600 คน และตอนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ดับเพลิงฝ่าเขม่าควันไปได้ถึงชั้น 12 เท่านั้น นอก จากนี้ คำแนะนำรับมือเหตุอัคคีเพลิงในตัวอาคารยังระบุให้ผู้อยู่อาศัยอยู่ในห้องรอความช่วยเหลือ ซึ่ง ผู้พักอาศัยหลายรายที่หนีรอดออกมาทันเวลา ระบุว่า เกือบตายเพราะคำแนะนำดังกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. นางแดนี ค็อตตัน ผู้บังคับการหน่วยดับเพลิงกรุงลอนดอน เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการพบผู้เสียชีวิตแล้ว 17 ศพนั้น เจ้าหน้าที่เพิ่งยืนยันตัวตนได้เพียง 6 ศพ ที่เหลือถูกเพลิงไหม้เกรียมจนไม่อาจระบุตัวตนได้ ต้องปล่อยไว้ในที่เกิด เหตุยังไม่ทำการขนย้าย และมีโอกาสที่เจ้าหน้าที่จะไม่สามารถระบุตัวตนเหยื่อเคราะห์ร้ายได้ครบทุกคน กระนั้น หน่วยชันสูตรศพได้เตรียมที่จะตรวจสอบศพผู้เสียชีวิตหลายวิธี ทั้งการเทียบประวัติฟัน ลายนิ้วมือ ไปจนถึงพิสูจน์ดีเอ็นเอ แต่อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน

เย็นวันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษ กำลังตกที่นั่งลำบากเมื่อถูกชาวบ้านและสื่อมวลชน รวมทั้งคนในพรรคเดียวกันวิจารณ์อย่างหนัก หลังลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วไม่ได้พบปะผู้รอดชีวิตจากเหตุไฟไหม้อาคารเกรนเฟลล์ แม้ต่อมานายกฯเมย์ จะชี้แจงว่า ต้องการลงพื้นที่ไปรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์จากเจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินเพื่อหาทางสนับสนุนปฏิบัติการค้นหาเหยื่อและอื่นๆ แต่ดูเหมือนกระแสสังคมยังไม่พอใจ ทำให้ผู้นำหญิงรายนี้ต้องประกาศจะเข้าเยี่ยมผู้รอดชีวิตจากเหตุไฟไหม้ในช่วงเช้าวันที่ 16 มิ.ย. ตามวันเวลาท้องถิ่น ขณะที่มี รายงานว่า สมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 แห่ง อังกฤษ เสด็จฯพร้อมเจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ พระราชนัดดา เข้าเยี่ยมผู้รอดชีวิตที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ทางตะวันตกกรุงลอนดอนแล้ว

นอกจากนี้เหล่าญาติมิตรผู้สูญเสีย ได้มารวมตัวกันบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ เพราะเริ่มไม่พอใจกับ หลายๆเรื่องที่ยังไม่มีคำตอบจากเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งสงสัยว่าการซ่อมแซมปรับปรุงอาคารครั้งล่าสุดที่เสร็จสิ้นเมื่อเดือน พ.ค.ปีที่แล้วทำอย่างเหมาะสมหรือไม่ อีกทั้งในจำนวนผู้เสียชีวิตที่ยืนยัน 17 รายนั้น เจ้าหน้าที่สามารถนำร่างออกจากซากอาคารและตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์ได้แค่ 6 ราย แต่อีก 11 ราย ยังเคลื่อนย้ายออกมาไม่ได้เพราะห่วงเรื่องความปลอดภัยหวั่นซากอาคารอาจพังถล่ม ด้าน นสพ.เดอะ ซัน ของอังกฤษ รายงานด้วยว่า ยังมีผู้สูญหายอีกจำนวนหนึ่ง และหวั่นว่าอาจมีผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้ครั้งนี้ถึง 65 ราย

ในส่วนการติดตามและช่วยเหลือคนไทยในเหตุไฟไหม้สยองครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางวัดพุทธปทีป ลอนดอน ทั้งพระและชาวไทยได้แสดงความจำนงแจ้งให้ชาวไทยทั้ง 3 ครอบครัวทราบว่า ทางวัดยินดีให้ความช่วยเหลือเรื่องที่พักในเบื้องต้น และมีชาวไทยหลายคนแสดงความจำนงบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือชาวไทยที่ประสบภัยครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ นางชลาลัย ชานซ์ คนไทยที่อาศัยอยู่ในอาคารเกรนเฟลล์ ทาวเวอร์ ลอนดอน ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อเล่าวินาทีชีวิตขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ว่า คืนนั้นตื่นมาประมาณตี 1 ได้ยินเพื่อนบ้านตะโกนว่าไฟไหม้ จึงเอาผ้ามาปิดช่องประตูกันไม่ให้ควันเข้ามาภายในห้อง ส่วนที่ได้รับคำแนะนำก่อนหน้านี้จากเจ้าหน้าที่ว่าให้อยู่แต่ภายในห้องนั้น เนื่องจากอาคารแห่งนี้เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้มาแล้วเมื่อ 10 ปีก่อน แต่ครั้งนั้นควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกันเธอรออยู่ในห้องกระทั่งตี 3 ไฟก็ลุกลามมาที่กระจกห้อง ตัดสินใจเปิดประตูออกมา เห็นควันเยอะมากมองไม่เห็นอะไร โทรศัพท์ไปขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ดับเพลิง สุดท้ายเจ้าหน้าที่มาช่วยทันเวลา เอาผ้าชุบน้ำอุดปากและจมูก ทำให้หลบหนีออกมาได้ปลอดภัย ขณะนั้นคิดว่าคงไม่รอดแล้ว

วันเดียวกัน ที่กระทรวงการต่างประเทศ น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุไฟไหม้อาคารเกรนเฟลล์ ทาวเวอร์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ว่าสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน ได้สอบถามเครือข่ายคนไทย ได้รับแจ้งว่า อาคารดังกล่าวอาจมีครอบครัวคนไทยอาศัยอยู่ 3 ครอบครัว ต่อมาสถานทูตสามารถติดต่อคนไทยที่หนีรอดจากที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ได้ชื่อ นางแววตา ศุภฤกษานนท์ ซึ่งได้แจ้งข้อมูลเบื้องต้นว่า สมาชิกในครอบครัวรวม 5 คนหนีออกจากอาคารมาได้ ขณะนี้พักอาศัยชั่วคราวที่ฮาโรว์คลับ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุลของสถานทูตได้เดินทางไปเยี่ยมนางแววตาและครอบครัว เพื่อมอบเครื่องนุ่งห่ม อาหาร และยารักษาโรคที่จำเป็นแล้ว

น.ส.บุษฎีกล่าวว่า นางแววตาอาศัยอยู่ในอาคารร่วมกับครอบครัวของญาติ สามารถหนีออกจากที่เกิดเหตุได้โดยไม่สามารถนำเอาทรัพย์สินใดๆ ติดตัวมา ทั้งยังบอกด้วยว่าเคยพบคนไทยชื่อลุงวัฒน์ อายุประมาณ 60-70 ปี อาศัยอยู่ในอาคารดังกล่าว ซึ่งตอนที่หนีออกมาจากอาคารพยายามมองหาคนที่รู้จัก แต่ยังไม่พบลุงวัฒน์ ล่าสุดนางแววตาและครอบครัวไปอาศัยชั่วคราวกับญาติ และกำลังรอรับแจ้งจากทางการอังกฤษเกี่ยวกับที่พักใหม่ ซึ่งสถานทูตได้ย้ำว่าหากนางแววตาต้องการความช่วยเหลือ หรือมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคนไทยอื่นขอให้แจ้งสถานทูตทันที กรณีของลุงวัฒน์สถานทูตกำลังตรวจสอบข้อมูลกับเครือข่ายต่างๆ และทางการอังกฤษอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบกับหน่วยงานของอังกฤษ ยังไม่มีข้อมูลว่ามีคนไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ต่อมาช่วงค่ำ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลกรุงลอนดอน เปิดเผยยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้อาคารเกรนเฟลล์ เพิ่มเป็น 30 คน และจะสอบสวนเหตุไฟไหม้เป็นคดีพิเศษ แม้จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีหลักฐานใดๆ บ่งชี้ว่าเป็นการจงใจทำให้เกิดเพลิงไหม้ก็ตาม