บริการข่าวไทยรัฐ

แฉชนวนบึมรพ. แค้นฝังลึก แทน6ศพวัดปทุม

‘วัฒนา’รับทํา6จุดมีเหตุผล เกลียดทหารลุย‘เสื้อแดง’ ผบ.ตร.มั่นใจจับถูกตัวแน่

ศาลอาญาอนุมัติ 5 หมายจับ “วัฒนา ภุมเรศ” มือระเบิด รพ.พระมงกุฎฯ พันคดีบึมป่วนกรุงปี 50 และปี 60 ช็อกคำรับสารภาพ เหตุผลหลักไม่ชอบรัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร ส่วนที่เงียบหายนาน 10 ปี เพราะรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง สยองเหตุผลกลับมาป่วนเมืองอีกครั้ง อ้างอยู่ในเหตุสลายการชุมนุมเสื้อแดงปี 53 ที่หน้าโรงละครแห่งชาติและกองสลากเก่า ทั้ง 2 จุดมีคนตาย เช่นเดียวกับเหตุที่เข้าไปวางระเบิดใน รพ. ต้องการล้างแค้นให้ผู้เสียชีวิตในวัดปทุมฯ ช่วงสลายการชุมนุมปีเดียวกัน “จักรทิพย์” นัดแถลงยิบ 20 มิ.ย. ด้าน “บิ๊กป้อม” ยิ้มออกหลังจับมือระเบิด แต่ยังไม่เบาใจ เพราะไม่รู้จะมีใครมาก่อเหตุแบบนี้อีก ส่วน “ยิ่งลักษณ์” วอนอย่าโยงกรณีพบรูป “ทักษิณ” บ้านผู้ต้องหา เชื่อพี่ชายไม่สนับสนุนความรุนแรง

ภายหลังทหาร-ตำรวจ บุกรวบนายวัฒนา ภุมเรศ อายุ 61 ปี อดีตวิศวกรไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เมื่อเช้ามืดวันที่ 15 มิ.ย. หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยวางระเบิดไปป์บอมบ์ “ห้องวงษ์สุวรรณ” ภายใน รพ.พระมงกุฎฯ เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ตรงกับวันครบรอบ 3 ปี คสช.ยึดอำนาจ หลังจับกุม เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านนายวัฒนา ย่านซอยรามอินทรา 3 เขตบางเขน พบอุปกรณ์ชิ้นส่วนประกอบระเบิดหลายรายการ รวมทั้ง “ไปป์บอมบ์” พร้อมใช้ 4 ลูก นาฬิกาและสายคล้องคอรูปนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก่อนนำตัวเข้าเค้นสอบในค่ายทหารเกือบทั้งวัน กระทั่งสารภาพเป็นผู้ประกอบและลงมือลอบวาง “ไปป์บอมบ์แจกัน” รวมไปถึงที่กองสลากเก่า ใกล้สี่แยกคอกวัวและหน้าโรงละครแห่งชาติ ถนนราชินี โดยก่อนหน้าเมื่อปี 50 ก่อเหตุมาแล้ว 3 ครั้ง ที่หน้า บก.ทบ.ถนนราชดำเนิน ซอยราชวิถี 24 และที่หน้าเมเจอร์ รัชโยธิน หลังจากนั้นไม่ได้ก่อเหตุอีก กระทั่งมาปี 60 กลับมาประกอบและวาง “ไปป์บอมบ์” รวดเดียว 3 ครั้ง รับทำคนเดียว เหตุผลไม่ชอบทหาร คิดต่างทางการเมือง หวังให้เกิดความรุนแรงเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

เชิญเพื่อนสาวสอบเป็นพยาน

ความคืบหน้าการจับกุมมือระเบิดป่วนเมืองที่มีแนวคิดสุดโต่งไม่ชอบรัฐบาลทหาร โดยเมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 16 มิ.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวเพื่อนสาวคนสนิทของนายวัฒนา ภุมเรศ อายุ 61 ปี มาให้ข้อมูลในฐานะพยาน ระหว่างที่เดินเข้าห้องสอบสวนเพื่อนสาวคนสนิทนายวัฒนา ไม่ได้ตอบคำถามใดๆกับผู้สื่อข่าว ทั้งนี้ มีรายงานว่า จากการสอบปากคำหญิงสาวผู้นี้ ไม่พบความเกี่ยวข้องในคดีระเบิดที่เกิดขึ้น โดยชุดทำงานจะรายงานผลสอบสวนให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ทราบเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป

ศรีวราห์ลั่นใครเกี่ยวสอบหมด

ต่อมาเวลา 03.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิ-พราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ออกมาเปิดเผยว่า การออกหมายจับไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำรับสารภาพ แต่ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ในวันนี้เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน มีกองพิสูจน์หลักฐานและอีโอดี ไปตรวจที่บ้านพัก เพื่อให้มีน้ำหนักมากขึ้น ก่อนที่พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามจะไปขออำนาจศาลอาญาในการออกหมายจับนายวัฒนา ในข้อหาเกี่ยวกับการมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พยายามฆ่า การกระทำซึ่งทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง วัตถุพยานจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด หากสอบสวนพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้อง จะเชิญตัวมาสอบปากคำทั้งหมด

ตรวจหลักฐานก่อนขอหมายจับ

รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ในส่วนวัตถุพยานที่มีอยู่ตอนนี้พบว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดในปี 60 ทั้ง 3 ครั้ง คือที่หน้ากองสลากเก่า ถนนราชดำเนินกลาง หน้าโรงละครแห่งชาติ และที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า อยู่ระหว่างการสอบสวนหาความเชื่อมโยงเหตุระเบิดในปี 50 คือบริเวณหน้าเมเจอร์ รัชโยธิน ที่สำนวนยังอยู่กับตำรวจ บางสำนวน ดีเอสไอได้นำคดีไปทำแล้ว ตราบใดที่ยังไม่ขาดอายุความ ถ้า ผบ.ตร.สั่ง จะดำเนินการ ทั้งนี้จะนัดตรวจพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับอีกครั้งในเวลาประมาณ 06.00 น. วันที่ 16 มิ.ย.

ยังไม่พบเกี่ยวข้องการเมือง

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวต่อว่า จากการสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ทหารถึงความเป็นไปได้ที่นายวัฒนา จะเป็นผู้ก่อเหตุวางระเบิดดังกล่าวหรือไม่ ทราบเพียงว่า นายวัฒนาเรียนจบทางด้านวิศวะไฟฟ้า แต่จะเป็นผู้ก่อเหตุหรือไม่ อยู่ที่พยานหลักฐาน และดุลพินิจของศาลจะพิจารณาออกหมายจับในข้อหาตามที่พนักงานสอบสวนส่งสำนวนไปหรือไม่ หากศาลพิจารณาอนุมัติหมายจับ แสดงว่าพยานหลักฐานในสำนวนที่พนักงานสอบสวนส่งไปมีความน่าเชื่อถือ จากการสอบสวนยังไม่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด

ลุงเสื้อแดงรับวางบึม 6 ครั้ง

มีรายงานข่าวว่า จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ทหาร นายวัฒนารับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุวางระเบิด ที่ รพ.พระมงกุฎเกล้าจริง ทำเพียงคนเดียวไม่มีผู้อื่นเกี่ยวข้อง โดยเตรียมการเดินทางไปดูสถานที่ภายในโรงพยาบาลเพื่อเตรียมก่อเหตุตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุเพียงต้องการให้ทหารเจ็บปวดบ้างเหมือนที่ทหารเคยสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง และนอกจากที่การวางระเบิดที่ รพ.พระมงกุฎเกล้าแล้วนั้น ยังเป็นผู้ลงมือก่อเหตุวางระเบิดที่บริเวณโรงละครแห่งชาติ หน้ากองสลากเก่า ถนนราชดำเนิน รวมถึงการก่อเหตุในลักษณะเดียวกันเมื่อปี 50 ที่ หน้าห้างสรรพสินค้าเมเจอร์รัชโยธิน ซอยราชวิถี 24 และหน้ากองบัญชาการกองทัพบกอีกด้วย

บิ๊กแป๊ะเผยเบื้องหลังก่อนจับ

ขณะเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวถึงการจับกุมมือระเบิด รพ.พระมงกุฎฯว่า ตำรวจชุดสืบสวน บช.น. ตำรวจสันติบาล ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร จับกุมผู้ต้องหาก่อเหตุวางระเบิดภายใน รพ.พระมงกุฎเกล้ามีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมไฟฟ้า พบของกลางหลายรายการ เป็นท่อพลาสติกพีวีซีแบ่งตัดไว้หลายขนาด คล้ายอุปกรณ์ประกอบระเบิดไปป์บอมบ์ อุปกรณ์ประกอบระเบิด วงจรชิ้นส่วนประกอบระเบิด และดินปืน ก่อนหน้าจับกุม ได้สั่งชุดสืบสวนมี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา (สบ 10) พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ส. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะ-ประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น.เข้าสืบสวน ได้ภาพผู้ต้องสงสัยจากกล้องวงจรปิด และเฝ้าติดตามพฤติกรรมผู้ต้องสงสัยแบบเงียบๆ พบพิรุธน่าเชื่อเกี่ยวข้องเหตุระเบิด จึงนำกำลังร่วมกับทหารเข้าตรวจค้น ได้ผู้ต้องสงสัยพร้อมของกลาง และให้การว่าลงมือก่อเหตุคนเดียว เป็นเรื่องของความคิดเห็นทางการเมืองที่ต่างกัน หวังสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง ดิสเครดิตรัฐบาล

พบหลักฐานเป็นประโยชน์เพียบ

พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ผลการสืบสวนตรวจค้นห้องพักหลายแห่ง ได้วัตถุพยานและหลักฐานที่เกี่ยวข้องในการประกอบระเบิดหลายรายการ เป็นประโยชน์ในการสืบสวนขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยให้ผู้เชี่ยวชาญนำหลักฐานอุปกรณ์ระเบิดที่เกิดเหตุขึ้นมาเปรียบเทียบกัน อาจจะเป็นฝีมือกลุ่มคนเดียวกัน ที่จงใจสร้างสถานการณ์ให้พี่น้องประชาชนหวาดกลัว ไม่เชื่อมั่นงานรักษาความปลอดภัย คดีนี้เป็นตัวอย่างในการสืบสวนของชุดสืบสวนทหารตำรวจที่เดินหน้าหาพยานหลักฐานจนจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้พร้อมของกลาง

เผยแป๊ะนำทีมตรวจบ้านผู้ต้องหา

มีรายงานว่า หลังการจับกุม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้นำชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบวัตถุพยานด้วยตัวเองที่บ้านผู้ต้องสงสัยซอยรามอินทรา 3 และคอนโด 2 แห่งใกล้โรงไฟฟ้าบางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พบชิ้นส่วนไอซี ท่อแป๊บที่ตัดต่อ ดินเทาใช้ประกอบระเบิด และท่อแป๊บที่ประกอบเป็นระเบิดชนิดไปป์บอมบ์ 4 ลูก ชิ้นส่วนอุปกรณ์และวงจรการประกอบระเบิดสอดคล้องกับเหตุระเบิดที่ผู้ต้องรับสารภาพทั้ง 6 คดี

บิ๊กปูย้อนคดีระเบิดปี 50–60

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รอง ผบก.น.1 เดินทางมาตรวจสอบสำนวนคดีระเบิดอีกครั้ง เรียกประชุมชุดสืบสวนพร้อมนำสำนวนคดีระเบิดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2550 -2560 มาตรวจสอบแผนประทุษกรรมเพื่อหาความเชื่อมโยง หลังนายวัฒนารับสารภาพเป็นผู้ก่อเหตุระเบิดมาแล้วก่อนหน้านี้

ปูมเหตุไม่ชอบ รบ.ทหาร

มีรายงานว่า จากการสอบปากคำนายวัฒนา ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ใน ม.พัน.4 รอ. ให้การรับสารภาพถึงสาเหตุการวางระเบิดว่า มาจากการที่ไม่พอใจผลงานรัฐบาลที่มาจากการทำรัฐประหาร ไม่ใช่มาจากการเลือกตั้ง รวมทั้งไม่พอใจกับการกระทำจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 ที่มีการยิงประชาชน 6 ศพ ในวัดปทุมวนาราม ส่วนการวางระเบิดที่ผ่านมา ก่อเหตุมาแล้ว 6 ครั้ง เริ่มตั้งแต่มีการทำรัฐประหารรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ในช่วงรัฐบาล รสช.ในปี 50 ทั้งสิ้น 3 เหตุการณ์ ประกอบไปด้วย เหตุระเบิดที่หน้าแมคโดนัลด์ ห้างเมเจอร์ สาขารัชโยธิน เหตุระเบิดที่ซอยราชวิถี 24 และเหตุระเบิดที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก จากนั้นได้หยุดก่อเหตุ เนื่องจากมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ก่อนที่จะกลับมาก่อเหตุอีกครั้งในรอบปีนี้ 3 จุด คือเหตุระเบิดที่หน้ากองสลากฯ เหตุระเบิดที่หน้าโรงละครแห่งชาติ และเหตุระเบิดที่ รพ.พระมงกุฎฯ

บึมหน้าเมเจอร์ รัชโยธินเป็นที่แรก

ด้านแหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยความคืบหน้ากรณีจับกุมนายวัฒนา ภุมเรศ อดีตวิศวกรไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ว่า นายวัฒนายอมรับก่อเหตุวางระเบิดไปป์บอมบ์จริง ทำมาแล้ว 6 ครั้ง ครั้งแรกก่อเหตุเมื่อเวลา 23.18 น. วันที่ 9 เม.ย.50 วางระเบิดในตู้โทรศัพท์สาธารณะของบริษัททีโอที สีส้ม ด้านหน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์ รัชโยธิน ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ทำให้ตู้โทรศัพท์เสียหายไฟลุกไหม้พังยับเยิน แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ผู้ต้องหารับสารภาพเป็นการก่อกวน ไม่ประสงค์ให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ การทำระเบิดครั้งนี้จะทำให้เกิดไฟลุกไหม้ก่อน เพราะไม่มีเจตนาทำร้ายประชาชน

ถล่ม ทบ. เหตุไม่ชอบ “อนุพงษ์”

ส่วนครั้งที่ 2 เหตุเกิดเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 8 พ.ค.50 เหตุระเบิดตู้โทรศัพท์สาธารณะปากซอยราชวิถี 24 ครั้งที่ 3 เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 30 ก.ย.50 เกิดเหตุระเบิดบริเวณด้านข้างกรมแผนที่ทหารบก ติดกับกองบัญชาการทหารบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน กทม. เนื่องจากไม่ชอบ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ขณะที่ดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ.

เซ่นวิญญาณสลายการชุมนุมปี 53

ส่วนครั้งที่ 4 เกิดเหตุระเบิดด้านหน้ากองสลากกินแบ่งรัฐบาล ถนนราชดำเนิน ผู้ต้องหาสารภาพ วันที่สลายการชุมนุมเมื่อปี 53 ได้อยู่จุดดังกล่าว และมีผู้เสียชีวิต สำหรับครั้งที่ 5 ได้ลอบวางระเบิดบริเวณด้านหน้าโรงละครแห่งชาติ รับสารภาพว่า เหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 53 มีผู้เสียชีวิตจุดนี้ 1 ราย เหตุการณ์ทั้ง 5 จุดเป็นเพียงแค่การข่มขู่ที่ไม่หวังเอาชีวิตประชาชน

บึม รพ.ล้างแค้น 6 ศพวัดปทุมฯ

แหล่งข่าวระบุว่า จุดที่ 6 คือระเบิดภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ตัดสินใจที่จะวางระเบิดและใส่ตะปูนำไปวางไว้ที่ห้องวงษ์สุวรรณ เพื่อเป็นการล้างแค้นให้กับผู้ที่เสียชีวิตในวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร ในวันที่ทหารเข้ากระชับพื้นที่ช่วงปี 53 ตัดสินใจไปวางระเบิดที่โรงพยาบาลทหารในวันที่ครบรอบรัฐประหาร ทั้งนี้พนักงานสอบสวนยังไม่ปักใจเชื่อว่านายวัฒนาจะดำเนินการเพียงคนเดียว เพราะเวลาที่ก่อเหตุตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงปัจจุบันเป็นเวลานาน 10 ปี หากยังจับนายวัฒนาไม่ได้เชื่อว่าจะมีแผนการวางระเบิด เพราะพบไปป์บอมบ์พร้อมทำงานภายในบ้านของนายวัฒนาอีก 4 ลูก ในช่วงเวลานี้ยังไม่มีเหตุการณ์สำคัญหรือวันสัญลักษณ์ จึงยังรอคอยเวลาเพื่อก่อเหตุในครั้งต่อไป

ดินดำทำระเบิดซื้อย่านพระราม 7

สำหรับวัตถุพยานในที่เกิดเหตุและที่บ้านพักที่ตรวจพบ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่ อีโอดีจะรวบรวมทั้งหมดส่งตรวจเพื่อหาความเชื่อมโยง เช่น ลวดที่ตัดเป็นท่อนๆ นำมาทำเป็นสะเก็ดระเบิด โดยทางนายวัฒนาได้ตัดลวดที่บ้านพัก และมีอีกส่วนหนึ่งเหลืออยู่ ทางเจ้าหน้าที่จะนำไปพิสูจน์ว่ามาจากชิ้นเดียวกันหรือไม่ นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวภรรยานายวัฒนาไว้ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) สนามเป้า พร้อมกับควบคุมตัวเพื่อนสาวคนสนิทของนายวัฒนาไว้ที่กองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ (ม.พัน. 4 รอ.) สนามเป้า เพื่อขยายผลในคดีต่อไปว่ามีใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังรับสารภาพ ว่าได้ซื้อดินดำที่ร้านค้าย่านสะพานพระราม 7 เพื่อนำมาประกอบระเบิด

สั่งยื่นคำร้องขอ 5 หมายจับ

มีรายงานอีกว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ได้นำคำให้การของนายวัฒนามาประกอบในสำนวน ก่อนที่จะสั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออำนาจศาลพิจารณาออกหมายจับนายวัฒนา และความผิดอื่นๆที่เกี่ยวข้อง โดยยื่นคำร้องออกหมายจับ 5 หมาย ผู้ต้องหา 1 คน เป็นการขอหมายจับในลักษณะ ต่างกรรมต่างวาระ โดยออกหมายจับในเหตุการณ์ระเบิดที่หน้ากองสลาก และโรงละครแห่งชาติ ท้องที่ สน.ชนะสงคราม เหตุระเบิดภายใน รพ.พระมงกุฎเกล้า ท้องที่ สน.พญาไท และเหตุระเบิดหน้าแมคโดนัลด์ ห้างเมเจอร์ สาขารัชโยธิน ท้องที่ สน.พหลโยธิน และหมายจับในความผิดการครอบครองระเบิด หลังไปตรวจค้นบ้านผู้ต้องหาเลขที่ 44/408 ภายในหมู่บ้านอมรินทร์นิเวศ 1 พบว่า มีวัตถุอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบระเบิด ในส่วนของเหตุระเบิดที่ซอยราชวิถี 24 และหน้ากองบัญชาการกองทัพบก อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาต่อไป

หอบเอกสาร 20 แฟ้มยื่นศาลอาญา

จากนั้นเวลา 14.00 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. นำคณะพนักงานสอบสวนกว่า 30 นาย พร้อมเอกสารพยานเอกสาร 20 แฟ้ม เสนอต่อ น.ส.จิตฤดี วีระเวสส์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เพื่อขอศาลอาญาออกหมายจับคนร้ายที่ก่อเหตุวางระเบิดบริเวณภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อวันที่ 22 พ.ค.60 ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก เป็นการยื่นคำร้องขอหมายจับ มีนายวัฒนา ภุมเรศ อายุ 62 ปี อดีตวิศวกร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หลัง ถูกกล่าวหา ลักลอบวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ และยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดอีกหลายแห่ง ทั้งนี้ ศาลยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะออกหมายจับหรือไม่

ศาลอนุมัติหมายจับตามคำร้อง

ภายหลังศาลได้สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับพยานหลักฐานโดยใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง กระทั่งเวลา 16.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ศาลมีคำสั่งออกหมายจับนายวัฒนา หรือตุ๋ม ภุมเรศ อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44/408 หมู่บ้านอัมรินทร์นิเวศ 1 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. อดีตวิศวกรการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รวม 5 หมายจับ ขณะนี้ยังไม่ได้มอบตัวผู้ต้องหาจากฝ่ายมั่นคงเนื่องจากอยู่ระหว่างการสอบปากคำของทหาร คาดว่าอาจจะอยู่ในการควบคุมของทหารอีก 7 วัน

แฉเคยทำงาน 3 จว.ชายแดนใต้

รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ขณะนี้มีการออกหมายจับเพียงคนเดียว หากตรวจสอบพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องก็จะดำเนินการออกหมายจับเพิ่มเติม จากข้อมูลการสืบสวนเชื่อได้ว่านายวัฒนาสามารถประกอบระเบิดได้ เนื่องจากเรียนจบด้านวิศวกรรมศาสตร์ และเคยทำงาน การไฟฟ้าอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนปมการก่อเหตุจะเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองใดหรือไม่ยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากยังต้องรอการสอบสวนอย่างชัดเจน เหตุที่เชื่อมโยงไปถึงเหตุการณ์ในปี 50 เพราะวิธีประกอบระเบิดเหมือนกัน อุปกรณ์ที่ใช้ส่วนใหญ่เหมือนกันโดยใช้อุปกรณ์ที่ไม่แพง

บิ๊กแป๊ะแถลงรายละเอียด 20 มิ.ย.

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เย็นวันเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวอีกครั้งถึงความคืบหน้าในการจับกุมนายวัฒนา ภุมเรศ ว่า นายวัฒนาเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ตั้งไว้หลายๆคน กระทั่งสืบสวนพบว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดดังกล่าว เพราะกล้องวงจรปิดบันทึกได้ใน รพ.พบว่าใส่หน้ากากอนามัยและถือถุงเข้าไป จึงได้สืบสวนหาตัวคนในภาพวงจรปิดที่ได้มาตั้งแต่แรกแล้ว สำหรับประเด็นที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ตำรวจพูดมาตลอดว่าเหตุการณ์ระเบิดดังกล่าวคล้ายกับปี 50 เพราะลักษณะประกอบระเบิดคล้ายกัน ระเบิดเกิดขึ้นแต่ละครั้งมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว จึงนำมาเปรียบเทียบเพื่อสืบสวนหาตัวคนร้าย โดยหลักฐานที่มีอยู่ทั้งนิติวิทยาศาสตร์ สามารถยืนยันได้ว่านายวัฒนามีส่วนเกี่ยวข้องกับระเบิดครั้งนี้ จึงนำไปสู่การขอศาลออกหมายจับ ศาลได้อนุมัติหมายจับทั้งหมด 5 หมาย ส่วนรายละเอียดการก่อเหตุหรือความเชื่อมโยงต่างๆขอแถลงอีกครั้งวันที่ 20 มิ.ย.

มั่นใจจับถูกตัวแน่นอน

ส่วนกรณีที่นายวัฒนาอ้างว่า ก่อเหตุลอบวางระเบิดทำเพียงคนเดียว เรารับฟังเขาอยู่แล้ว ส่วนจะเชื่อหรือไม่เป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ สั่งการให้สืบสวนขยายผลต่อ ส่วนประเด็นที่มีจดหมายข่มขู่ก่อนที่จะเกิดเหตุระเบิด ได้พยายามซักถามทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเกิดเหตุครั้งนี้ สอบสวนหมด ส่วนที่มองเป็นประเด็นทางการเมือง เพราะจากการเข้าตรวจค้นที่บ้านนายวัฒนา พบเสื้อ นาฬิกา บ่งบอกถึงกลุ่มการเมืองสีแดง แต่ยังไม่ทราบว่าเขาฝักใฝ่ขนาดไหน ส่วนจะอยู่ในกลุ่มฮาร์ดคอร์หรือไม่ ที่ผ่านมายังไม่เคยปรากฏ มั่นใจจับถูกตัวแน่นอน

บิ๊กป้อมยิ้ม จับลุงมือระเบิด

อีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มถึงความคืบหน้าจับกุมนายวัฒนา ภุมเรศ ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนสอบสวนกันอยู่ จะได้เห็นอะไรเป็นอะไร แต่เชื่อว่านายวัฒนาเป็นผู้ก่อเหตุแน่นอน เมื่อถามถึงเหตุจูงใจในการก่อเหตุ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้ว่ามูลเหตุคืออะไรกันแน่ แต่เขาไม่ชอบทหาร และก่อเหตุมา 3-4 ครั้งแล้ว ตั้งแต่ปี 2550 ส่วนจะเป็นขบวนการหรือไม่ ต้องรอฟังการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ เมื่อถามอีกว่ากรณีที่มีการเชื่อมโยงนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำเสื้อแดง จ.ปทุมธานี ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่แน่ ไม่ทราบ กำลังสอบสวนกันอยู่ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร ส่วนจะทำให้สามารถเบาใจหรือไม่ว่าจะไม่เกิดเหตุอีก พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะไปเบาใจได้อย่างไร เพราะเราไม่รู้ว่ามีใครอีกบ้างที่จะทำเหตุลักษณะนี้อีก ต่อข้อถามว่าเหตุครั้งนี้เกี่ยวข้องกับทหารนอกแถวหรือไม่ รองนายกฯตอบว่าไม่เกี่ยวกับทหารนอกแถว

ใช้เวลาเพราะมีกล้องหลายตัว

เมื่อถามว่า นอกจากนายวัฒนา มีคนอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เบื้องต้นทราบว่าเป็นคนใกล้ชิด เป็นภรรยาอีกคน ส่วนจะเข้าข่ายสนับสนุนการก่อเหตุหรือไม่นั้นก็ขอให้คิดกันเอาเอง เมื่อถามว่า จะเรียกความเชื่อมั่นทำหน้าที่กับฝ่ายความมั่นคงหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตรตอบว่า คิดกันไปเอง ฝ่ายความมั่นคงพยายามทำทุกอย่างมาตลอดเพื่อให้เรื่องออกมาชัดเจน และเหตุที่จับกุมครั้งนี้ใช้เวลาพอสมควรเพราะมีกล้องหลายตัวรวมถึงคนก็ปิดหน้าปิดตาและมีหลายคน เมื่อถามว่า ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุหลายครั้งจะเข้าข่ายก่อการร้ายหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ถ้าเข้าข่ายก็ต้องไปถึงลูกถึงเมีย และบุคคลที่เกี่ยวข้อง

อดีตนายกฯปูขออย่าโยงพี่ชาย

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีการจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ที่พบนาฬิการูปนายทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกรัฐมนตรี ภายในบ้านของผู้ต้องหาว่า นายทักษิณเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ต้องมีคนรู้จักรักชอบเป็นธรรมดา แต่ท่านไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงขอความกรุณาอย่าเพิ่งเชื่อมโยง รอให้เจ้าหน้าที่ได้สืบสวน และพิสูจน์หลักฐานให้สิ้นสุดก่อน และทางพรรคเพื่อไทยก็ได้ประณามผู้กระทำการดังกล่าวไปแล้ว

ตูมอีก เจ็บ 2 สุขุมวิท 40

ขณะเดียวกัน ยังเกิดเหตุระเบิดสร้างความระทึกขวัญกลางกรุงอีก เมื่อเวลา 14.30 น. วัน เดียวกัน เกิดเหตุระเบิดที่พุ่มไม้ริมกำแพงระหว่าง องค์การยูเนสโก กับสำนักงานเลขาธิการรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใกล้ปากซอยสุขุมวิท 40 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย มีผู้บาด เจ็บเล็กน้อย 2 คน เป็นพนักงานกวาดขยะ กทม.เขตคลองเตย 2 คือ นางศิริวรรณา ศรีเพ็ง อายุ 51 ปี และนางนํ้าหวาน สุขกลิ่น อายุ 43 ปี นำส่ง รพ. จุฬาฯ ต่อมา พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ รอง ผบช.น. พ.อ.นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ ผู้บังคับการทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ รุดตรวจสอบ

คาด นร.นักเลงเอามาซ่อน

พ.ต.อ.ขจรพงศ์กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีพนักงาน กทม. 4 คน กำลังตัดแต่ง ต้นชาจีนริมรั้วองค์การยูเนสโก พบถุงผ้าสีส้ม โลโก้ “Srilankan” ซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ เมื่อเปิดถุงออกพบก้อนหิน 1 ก้อน และวัตถุทรงกลม ขนาดประมาณ 3 นิ้ว พันด้วยสกอตเทปสีดำอย่างหนา ได้หยิบขึ้นมาพยายามแกะออก แล้วเกิดลื่นหลุดมือหล่นพื้น 2 ครั้ง แต่ไม่ระเบิด หยิบมาแกะอีกครั้ง ลื่นหลุดมือหล่นลงพื้นอีกจนระเบิด นอกจากนี้ยังพบมีด 6 เล่ม และขวาน 1 ด้าม อยู่ในพุ่มไม้ใกล้ๆ กันด้วย เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อหาตัวผู้ที่นำถุงดังกล่าวมาซุกซ่อน สำหรับเหตุคราวนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองหรือลอบวางระเบิด คาดว่าเป็นเด็กนักเรียนนำมาซุกซ่อนไว้ เตรียมก่อเหตุกับอริต่างสถาบันหลังเลิกเรียน