บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เร่งขึ้นรูปบันไดนาคติดพระเมรุ ยิ่งใหญ่สุด

ที่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ถนนพุทธมณฑลสาย 5 วันที่ 16 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่างฝีมือของกรมศิลป์ ร่วมกับกลุ่มจิตอาสา นักศึกษาด้านศิลปะจากสถาบันต่างๆ เร่งรัดจัดทำส่วนประกอบสำคัญต่างๆของพระเมรุมาศให้แล้วเสร็จทันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในเดือน ต.ค. อาทิ ภาพจิตรกรรมฝาผนังโครงการพระราชดำริ 46 โครงการของในหลวงรัชกาลที่ 9 เตรียมนำมาติดตั้งใน 3 ด้านของพระที่นั่งทรงธรรม โดยมีนักศึกษาจากวิทยาลัยช่างศิลป์ สถาบันพัฒนศิลป์ และวิทยาลัยเพาะช่าง สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ช่วยลอกลายมาขยายเพื่อเขียนบนผ้าไวนิลขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีส่วนของการจัดสร้างฉากบังเพลิงที่วิจิตรบรรจง โดยมีนายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ เดินทางมาร่วมเขียนในฐานะจิตอาสา

ขณะเดียวกันในส่วนประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ หนึ่งในจำนวนชิ้นงานที่กำลังขึ้นรูปและมีความงดงามได้รับการจับตามองมากที่สุด คือ ครุฑยืน ความสูง 2 เมตร ชิ้นที่ 2 ของนายพิทักษ์ เฉลิมเล่า ประติมากรรมชำนาญการสำนักช่างสิบหมู่ ที่ครั้งนี้สร้างสรรค์ผลงานโดยออกแบบครุฑที่มีรูปกายเป็นนกอินทรี มือถือดอกบัวถวายแด่พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประดับด้วยสังวาลนาค

อีกด้านหนึ่งที่โรงเรียนศิลปะธนบุรี นายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร นายช่างศิลปกรรมอาวุโส กลุ่มงาน ศิลปะประยุกต์และเครื่องเคลือบดินเผา สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เปิดเผยความคืบหน้าการจัดสร้างประติมากรรมประดับพระเมรุมาศในส่วนของบันไดนาคและประติมากรรมท้องไม้พระเมรุมาศองค์ประธาน กรมศิลปากร มอบหมายให้ศูนย์ศิลปาชีพ เกาะเกิด จ.พระนครศรีอยุธยา และศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง จ.อ่างทอง จัดสร้างว่า การจัดสร้างราวบันได และประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ มี อ.สุดสาคร ชายเสม เป็นผู้ออกแบบและควบคุมทุกขั้นตอนการจัดสร้างยึดหลักการออกแบบอย่างยิ่งใหญ่ให้สมพระเกียรติ บันไดนาคชั้นที่ 1 นาคเศียรเดียว รูปแบบศิลปะรัตนโกสินทร์ ได้ต้นแบบจากเรือพระที่นั่ง อนันตนาคราช มีขนาดยาว 2.10 เมตร จำนวน 8 ตัว ทำพิมพ์ หล่อไฟเบอร์ ขัดตกแต่ง ทำสีแล้ว อยู่ระหว่างประดับเลื่อมลงยา ส่วนบันไดนาคชั้นที่ 2 “เหราพด” เป็นนาคสามเศียร ความยาว 2.50 เมตร อ้างอิงจากประติมากรรมนาคพบที่เตาวัดมะปรางค์ จ.สิงห์บุรี รูปแบบศิลปะสมัยสุโขทัย จำนวน 8 ตัว ขณะนี้กำลังทำพิมพ์ และทยอยหล่อไฟเบอร์ ในส่วนของบันไดนาคทั้ง 2 ชั้น คืบหน้ากว่าร้อยละ 70

นายสมชายกล่าวอีกว่า ส่วนบันไดนาคชั้นที่ 3 นาคทรงเครื่อง 5 เศียร พญาวาสุกรีนาคราช เป็นนาคสวมมงกุฎยอดชัย ความยาว 4.45 เมตร ต้นแบบจากราวบันไดนาควัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี ศิลปะสมัยอยุธยา จำนวน 8 ตัว ขณะนี้อยู่ระหว่างปั้นต้นแบบ ใส่เครื่องประกอบ ขณะที่บันไดนาคชั้นที่ 4 ชั้นพระเมรุมาศองค์ประธานเป็นชั้นที่สำคัญที่สุด เป็นนาคนิรมิตพญาอนันตนาคราช มี 7 เศียร ต้นแบบจากปราสาทพระเทพบิดร ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ความยาว 5.80 เมตร จำนวน 8 ตัว ขณะนี้อยู่ระหว่างการขึ้นรูปลำตัวโดยแต่ละเศียรเป็นหน้าเทวดาตามคัมภีร์พระนารายณ์บรรทมสินธุ์บนแท่นพญาอนันตนาคราช อ.สุดสาคร กำลังร่างต้นแบบเศียรให้ลงตัว ภาพรวมความคืบหน้า ในส่วนของบันไดนาค

นอกจากนี้ยังทยอยจัดสร้างบันไดชั้นส้าง เป็นนาคเศียรเดียว ความยาว 3.40 เมตร จำนวน 8 ตัว โดยส้างเป็นอาคารสี่เหลี่ยมหลังคายอดสำหรับพระสงฆ์สวดอภิธรรม ตั้งอยู่ 4 มุมเมรุ ออกแบบนาคโดยยึดปรัชญาธรรม ตัวพญานาคได้ถูกมกรกลืนกินเข้าไปเปรียบชีวิตที่ถูกเวลากลืนกินทุกขณะ รูปแบบจะคล้ายบันไดขึ้นธรรมาสน์

“การจัดสร้างราวบันไดนาคประดับพระเมรุมาศ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ถือเป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมไทยที่วิจิตรบรรจงมากที่สุด ยังไม่เคยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่าบันไดนาคพระเมรุมาศสมัยใดยิ่งใหญ่เท่านี้ และเป็นครั้งแรกที่มีการประดับเลื่อม เป็นพลาสติกสังเคราะห์เคลือบสีสันต่างๆ นักเรียนศิลปาชีพตัดตามขนาดและลวดลายที่กำหนด ก่อนประดับเลื่อมเพื่อให้ประติมากรรมนาคมีความงดงาม” นายสมชายกล่าว

นายสมชายกล่าวว่า นอกจากนี้ นักเรียนศูนย์ศิลปาชีพจะจัดสร้างเทพชุมนุมฐานไพทีนั่งราบ 27 แบบ หล่อจำนวน 108 องค์ ขนาดสูง 70 เมตร ประกอบด้วยครุฑพนมนั่งราบ ยักษ์พนมนั่งราบ พานรพนมนั่งราบ และเทวดาพนมนั่งราบ ขณะนี้ปั้นต้นแบบครุฑพนมและยักษ์พนมเสร็จแล้ว กำลังทำพิมพ์ ส่วนเทวดาพนมและพานรพนมอยู่ระหว่างปั้นต้นแบบ โดยทั้ง 27 แบบ รูปแบบจะไม่เหมือนกันเลย เพื่อใช้เป็นต้นแบบทั้ง 4 ด้าน ขณะนี้ อ.สุดสาคร ทยอยออกแบบให้ครบถ้วน งานประติมากรรมประดับ พระเมรุมาศ ยังมีเทพพนมนั่งส้น จำนวน 28 องค์ ขนาดสูง 70 เมตร และครุฑยุดนาค จำนวน 28 องค์ ขนาดสูง 60 เซนติเมตร รวมถึงเทพพนมแกะไม้กลีบลายพระโกศ ขนาดเล็กสูง 15 เซนติเมตร จำนวน 56 องค์ และขนาดใหญ่สูง 19 เซนติเมตร จำนวน 24 องค์ ซึ่งนักเรียนศูนย์ศิลปาชีพ 2 แห่งทำทั้งหมด

ส่วนที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรม มหาราชวัง นับเป็นวันที่ 146 ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ภาคเอกชน คณะบุคคลต่างๆ ร่วมเป็น เจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังสิ้นสุดพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร 100 วัน ขณะที่ สำนักพระราชวัง สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ว่า มีจำนวน ทั้งสิ้น 20,158 คน รวม 225 วัน มี 7,680,638 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล รวมทั้งสิ้น 601,660,642.51 บาท