บริการข่าวไทยรัฐ

'ประกันสังคม' เล็งกระจายลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง หาผลตอบแทนที่ดีในอนาคต

ประกันสังคม เล็งปรับทิศทางการลงทุนของกองทุน พร้อมกระจายความเสี่ยงไปสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น เพื่อหาผลตอบแทนที่ดีในอนาคต พร้อมเผยผลตอบแทนสะสมปี 60 อยู่ที่ 480,000 ล้านบาท

นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ในช่วงปี 2550-2559 กองทุนประกันสังคม ได้รับผลตอบแทนตามมาตรฐานบัญชีภาครัฐ คิดเป็นร้อยละ 5.06 ซึ่งสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยที่ร้อยละ 2.03 และอัตราเงินฝากเฉลี่ยที่ร้อยละ 1.99 ซึ่งในปี 2560 คาดว่า เศรษฐกิจมีแนวโน้มปรับดีขึ้นจากปี 2559 จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตเงินกองทุนประกันสังคมจะเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การลงทุนของกองทุนประกันสังคม โดยกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้สูงขึ้นภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม เช่น เพิ่มสัดส่วนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ ซึ่งนอกจากจะได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมแล้ว ยังสามารถส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศได้อีกทางหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ กองทุนประกันสังคมยังมีแผนขยายการลงทุนไปภูมิภาคอื่นๆ โดยจะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศจากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 3% เป็นร้อยละ 8–9% เพื่อให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ด้านการลงทุน ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2557–2561) ที่ได้มีการทบทวนและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการประกันสังคมแล้ว

สำหรับผลการดำเนินงานของกองทุนประกันสังคม ณ วันที่ 30 เม.ย. 60 กองทุนมีเงินลงทุนสะสมทั้งสิ้น 1.61 ล้านล้านบาท โดยนำไปลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย จำนวน 1.30 ล้านล้านบาท คิดเป็น 81%

นอกจากนี้ กองทุนฯ ลงทุนในหลักทรัพย์เสี่ยง เช่น เงินฝากธนาคาร หุ้นสามัญ จำนวน 3.09 แสนล้านบาท คือเป็น 19% เงินลงทุนสะสมจำนวน 1.61 ล้านบาทนี้ ประกอบด้วยเงินสมทบสะสมจากฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล จำนวน 1.13 ล้านล้านบาท และผลตอบแทนจากการลงทุนสะสมจำนวน 480,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานช่วงเดือน ม.ค.–เม.ย. 60 ที่ผ่านมา กองทุนประกันสังคมได้รับผลตอบแทนแล้วประมาณ 17,205 ล้านบาท แบ่งเป็นผลตอบแทนจากดอกเบี้ยและกำไรจากการขายตราสารหนี้ 13,493 ล้านบาท และเงินปันผลและกำไรจากตราสารทุน 3,712 ล้านบาท คิดอัตราผลตอบแทนตามมาตรฐานบัญชีภาครัฐ ได้ร้อยละ 1.43 ซึ่งสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อสะสม 4 เดือน ที่ร้อยละ -0.3 และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสะสม 4 เดือนที่ร้อยละ 0.46