บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นี่หรือตกอับ? เปิดบ้านลุงเอี่ยม ขอทานเงินล้าน ชีวิตใหม่ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ!

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ เดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งสู่วัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม เพื่อแวะเวียนไปเยี่ยมบ้านของอดีตขอทานผู้ร่ำรวยน้ำใจ นายเอี่ยม คัมภิรานนท์ ในวัย 67 ปี หรือที่ใครๆ รู้จักกันในนาม “ลุงเอี่ยม ขอทานเงินล้านแห่งวัดไร่ขิง” ผู้พิการแค่ร่างกาย แต่หัวใจช่างน่ายกย่อง...

ลุงเอี่ยม ยิ้มร่าชูสองนิ้วให้กับผู้สื่อข่าวตั้งแต่แรกเห็น ทีมข่าวเดินเข้าไปไหว้ลุงเอี่ยม พร้อมกับทักทายเจ้าหน้าที่นับสิบชีวิตที่แวะมาเยี่ยมเยียนลุงเอี่ยมเช่นกัน

(ข่าวของลุงเอี่ยมก่อนหน้านี้ : ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ! ลุงเอี่ยม ขอทานเงินล้าน วัดไร่ขิง ตกอับ)

ลุงเอี่ยมอยู่สบาย ไม่ได้ตกอับ กินดีอยู่ดี!

“สวัสดีค่ะลุง สบายดีไหมคะ เจ็บป่วยตรงไหนไหมคะ?” ผู้สื่อข่าวถามคนดังแห่งวัดไร่ขิงด้วยความเป็นห่วง “ลุงไม่ได้ยินจ้ะ ต้องพูดดังๆ แบบนี้” นางมยุรี ดำเนิน ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.นครปฐม พูดพลางเอาปากเข้าไปใกล้ๆ หูของลุงเอี่ยม “ลุง สบายดีไหม นักข่าวเขาถาม” ผอ.มยุรี พูดดังลั่นบ้านลุงเอี่ยม

“อ้อ สบายดี” ลุงเอี่ยมกล่าวตอบเรากลับมาอย่างยากเย็น “สวย...” ลุงเอี่ยมกล่าวชมผู้สื่อข่าวแถมมาให้ด้วย คำชมของลุงเอี่ยมทำเอาเจ้าหน้าที่บริเวณนั้นหัวเราะในความปากหวานของแกกันยกใหญ่

ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.นครปฐม บอกเล่าถึงความเป็นอยู่ของลุงเอี่ยม ณ ปัจจุบันให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตอนนี้ลุงเอี่ยมอาศัยอยู่ที่ห้องเช่า 2 คูหา บริเวณหน้าวัดไร่ขิง ซึ่งห้องเช่าดังกล่าว ทางวัดเป็นผู้จัดหาดูแลให้แก่ลุงเอี่ยม โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น (ปกติ อัตราเช่าห้องแถวหน้าวัดไร่ขิง จะอยู่ที่คูหาละ 1,200 บาท บวกเงินจองอีก 50,000 บาท)

ส่วนเรื่องกับข้าวกับปลาของลุงเอี่ยมนั้น จะมีลุงขาว ซึ่งเป็นชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง คอยเข้ามาดูแลจัดหาให้เช้า กลางวัน เย็นไม่เคยขาด และที่สำคัญ ลุงขาวผู้นี้ ยังคอยดูแลทำความสะอาดห้องให้ลุงเอี่ยมด้วยใจ โดยที่ไม่ได้เงินสักบาท ผอ.มยุรี ถามลุงเอี่ยมเสียงดังฟังชัดข้างหูลุงเอี่ยมถึงเรื่องอาหารการกินว่า “ลุง ลุงกินข้าววันละกี่มื้อ?”

“สองบ้าง สามบ้าง ไม่อด” ลุงเอี่ยมหันมาบอกกับผู้สื่อข่าว พร้อมยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี

“ลุงขาวเขามาดูแล ลุงเอี่ยมให้ตังค์แกบ้างเปล่า?” ผอ.มยุรี ถามเสียงดังฟังชัดเช่นเดิม “ให้ สามร้อย” ลุงเอี่ยมตอบสั้นๆ 
“โห ใจดีจัง ให้ลุงขาวทุกวันเลยหรอ?” ผอ.มยุรีซักต่อ “หึ เดือนละ 300” ลุงเอี่ยมหัวเราะร่า “โถ่ ก็นึกว่าให้ลุงขาวทุกวัน” เจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งหันไปแซวลุงเอี่ยม

ลุงเอี่ยมยังมีเงินอยู่ไหม? อดีตขอทาน ไม่ขอรับเบี้ยผู้สูงอายุ ล่าสุด มีอาชีพใหม่

นางนงวรรณ โค้วปรีชา ประธานอาสาสมัครพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ ต.ไร่ขิง จ.นครปฐม หรือในฐานะเจ้าหน้าที่ของภาครัฐที่เข้ามาดูแลลุงเอี่ยมอยู่บ่อยครั้ง เธอบอกเล่ากับผู้สื่อข่าวแทนลุงเอี่ยม หลังจากที่ลุงเอี่ยมเริ่มมีอาการเหนื่อยล้าว่า ปัจจุบัน ลุงเอี่ยมได้รับเบี้ยคนพิการ เดือนละ 800 บาทเท่านั้น ซึ่งตามจริงแล้ว ลุงเอี่ยมจะต้องได้รับเบี้ยยังชีพคนชราจำนวน 600 บาทด้วย แต่ลุงเอี่ยมปฏิเสธที่จะรับเงินจำนวนนี้

“ลุงเอี่ยมแกไม่ยอมรับเบี้ยยังชีพคนชรา เราจะบอกจะอธิบายกับแกยังไง แกก็ไม่ยอมไปทำเรื่องรับเงิน แกบอกว่า ไม่เอาๆ ลูกเดียว ถามว่าทำไม แกก็บอกว่า จะได้เก็บไว้ให้คนอื่น” นางนงวรรณ บอกเล่าถึงความมีน้ำใจของลุงเอี่ยม

“เดือนละ 800 ลุงเอี่ยมพอกินหรือคะ?” ผู้สื่อข่าวถามออกไปด้วยความสงสัย นายเมธี จารีบูรณภาพ รองปลัดเทศบาลเมืองไร่ขิง ที่ยืนอยู่บริเวณหน้าห้องของลุงเอี่ยม หันมาตอบข้อซักถามในทันทีว่า พอกิน เพราะด้วยความที่ลุงเอี่ยมเป็นบุคคลที่ชาวบ้าน และคนที่ผ่านมาผ่านไปในละแวกนี้ รักและเอื้ออาทรแกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เวลาแกเดินออกไปหน้าวัด ใครผ่านมาผ่านไป ก็จะรีบเข้ามาช่วยเหลือ พาข้ามถนนบ้าง เอาตังค์ใส่กระเป๋าให้แกบ้าง เอาขนมนมเนยให้แกบ้าง หรือแม้กระทั่งออกค่าข้าวให้แกด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องห่วงว่า แกจะอด แกได้รับน้ำจิตน้ำใจจากทุกคนไม่เคยขาดสาย แม้ว่าวันนี้แกจะไม่ได้ขอทานแล้วก็ตาม

“เงินทองที่ลุงเอี่ยมได้มา แกเก็บไว้ในสถานที่ที่ปลอดภัยหรือเปล่า?” ผู้สื่อข่าวตั้งข้อสงสัย
“โอ้โห ปลอดภัยเสียยิ่งกว่าปลอดภัย ลุงเอี่ยมเก็บเงินไว้ในตู้เหล็กหนาอย่างดี มีกุญแจที่ต้องใช้ไขหลายชั้น ถัดออกไปไม่ถึง 20 เมตร เป็นโรงพักมีตำรวจดูแลอยู่ตลอด ข้างเคียงนี่ก็เป็นพ่อค้าแม่ขายที่คอยเป็นหูเป็นตาให้กับลุงเอี่ยมได้เป็นอย่างดี รองปลัดเทศบาลเมืองไร่ขิง พูดพลางเดินไปชี้ที่ตู้เหล็กขนาดใหญ่ข้างที่นอนลุงเอี่ยม

“นอกจากเงินที่ชาวบ้านคอยช่วยเหลือจุนเจือแล้วนั้น ลุงเอี่ยมยังมีรายได้จากการขายลอตเตอรี่ในวัดไร่ขิงเพิ่มเติมอีก ลุงเอี่ยมนั่งขายแป๊บเดียวก็หมดแล้ว” รองปลัดเทศบาลเมืองไร่ขิง ขวัญใจของลุงเอี่ยมบอกเล่าตามภาพที่ตนได้พบเห็น

คำถามที่ทุกคนสงสัย ลูกหลานลุงเอี่ยม หายไปไหน?

"ลูกหลานในไส้ของลุงเอี่ยมแวะเวียนมาหาบ้างไหม ทราบมาว่า แต่เดิมลุงเอี่ยมเคยมีลูกหลานจากสระบุรี แวะมาเยี่ยม?" ผู้สื่อข่าวหันไปซักถาม ผอ.มยุรี

“เมื่อก่อนลุงเอี่ยมมีลูกหลานมาเยี่ยมจริง สมัยนั้นลุงเอี่ยมแกมีเงินเยอะ แต่ตอนนี้ก็หายหน้าหายตาไป ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน” ผอ.มยุรี พูดจบก็หันไปถามลุงเอี่ยม “ลุงๆ ทำไมเดี๋ยวนี้ลูกหลานที่สระบุรีเขาไม่มาแล้วล่ะ?”

“เขา ไม่ มี ค่า รถ” ลุงเอี่ยมใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะตอบครบประโยค

ปูกระเบื้อง ตีฝ้า! เปิดบ้านลุงเอี่ยม (อดีต) ขอทานเงินล้าน

จากนั้น ผู้สื่อข่าว ได้ขออนุญาตลุงเอี่ยม เดินสำรวจห้องพักขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ของลุงสักเล็กน้อย ซึ่งเราพบว่า ห้องพักของลุงเอี่ยมนั้น ไม่มีส้วมเอาไว้สำหรับขับถ่าย จะมีก็แต่ฝักบัวเอาไว้ใช้สำหรับอาบน้ำ และในส่วนห้องพักของลุงเอี่ยมนั้น หากสังเกตดีๆ จะพบว่า มีสภาพดีกว่าห้องข้างเคียงอยู่มาก

นางนงวรรณ ประธานอาสาสมัครพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ ต.ไร่ขิง จ.นครปฐม อธิบายถึงกรณีที่ห้องอาบน้ำของลุงเอี่ยมไม่มีส้วมเอาไว้สำหรับขับถ่ายว่า “เหตุผลที่ห้องนี้ (เธอชี้นิ้วไปที่ห้องอาบน้ำ) เพราะว่า หากเอาชักโครกมาตั้งไว้ตรงนี้ จะไม่เหมาะสม เพราะว่ากลิ่นไม่พึงประสงค์อาจโชยไปยังร้านอาหารในละแวกนี้ได้ (ห้องของลุงเอี่ยมอยู่ติดร้านข้าว) แต่ถ้าลุงเอี่ยมจะไปเข้าห้องน้ำ ลุงเอี่ยมก็สามารถลากรถเข็นไปขับถ่ายบริเวณด้านหน้าวัดได้ ซึ่งไม่ไกลมาก”

ผู้สื่อข่าวคำนวณด้วยสายตา ก็พบว่า ห้องน้ำที่ลุงเอี่ยมต้องเดินไปใช้นั้น ระยะทางอาจจะไกลไปสักหน่อยสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุอย่างลุงเอี่ยม ซึ่งทางผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง และประธานอาสาสมัครพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ จึงลงความเห็นว่า จะเร่งจัดหาเก้าอี้นั่งถ่ายสำหรับคนชราให้แก่ลุงเอี่ยม ซึ่งเก้าอี้ดังกล่าว สามารถถอดถุงใส่สิ่งไม่พึงประสงค์ไปทิ้งได้โดยง่าย

ในส่วนของห้องพักลุงเอี่ยมที่มีสภาพดีกว่าห้องอื่นๆ นั้น นางนงวรรณ เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ลุงเอี่ยมได้ให้ช่างก่อสร้างมาติดฝ้า ปูกระเบื้อง กั้นห้องน้ำ ติดตั้งประตูเหล็กม้วน โดยลุงเอี่ยมออกค่าใช้จ่ายด้วยตัวเองทั้งหมด เพราะฉะนั้น สภาพห้องของลุงเอี่ยม จึงดูดีกว่าห้องแถวในละแวกเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวใช้เวลาพูดคุยกับลุงเอี่ยม และเจ้าหน้าที่จากภาครัฐนานนับ 3 ชั่วโมงเห็นจะได้ ทางทีมข่าวเกรงว่า ลุงเอี่ยมอาจจะเหนื่อยล้า และอยากจะพักผ่อน จึงเก็บข้าวเก็บของ เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ แต่ลุงเอี่ยม หันมาพูดกับผู้สื่อข่าวอย่างช้าว่าๆ “มา อีก นะ” พร้อมกับส่งรอยยิ้มมาที่เรา ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่พวกเรา ณ ที่นั้น รู้สึกได้พร้อมๆ กันว่า นี่คือยิ้มอย่างจริงใจที่สุดเท่าที่คนๆ หนึ่งจะมอบให้แก่พวกเราได้ และไม่เพียงเท่านั้น ลุงเอี่ยมยังให้พรแก่ทีมข่าวว่า "รวยๆ พรุ่ง นี้ รวย สี่ เจ็ด" และดูเหมือนว่า พรของลุงเอี่ยมที่ได้มอบให้กับพวกเรานั้น จะบังเกิดผลอยู่ไม่น้อย เพราะวานนี้ (16 มิ.ย.60) ผู้สื่อข่าว ได้รับโชคจากคำว่า "สี่ เจ็ด" ของลุงเอี่ยมอีกด้วย...