บริการข่าวไทยรัฐ

'ดีป้า' จัดเสวนา 'ผ่าเทรนด์ผู้ประกอบการไทยโตไวด้วยดิจิทัล 4.0

"4 กูรู ภาครัฐ-เอกชน-นักวิชาการ" ยกอีคอมเมิร์ซโตเร็ว ส่งสัญญาณบวกค้าขายออนไลน์ เล็งดึงนโยบายประชารัฐร่วมขับเคลื่อนต่อยอดจนครบ 77 จังหวัด ด้าน "ดีป้า" โชว์ผลสำเร็จ "โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล" นำร่อง 10 จังหวัด หวังยกระดับสินค้าชุมชนแข่งขันในอาเซียน-ตลาดโลก

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.60 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) จัดเสวนาหัวข้อ "ผ่าเทรนด์ผู้ประกอบการไทยโตไวด้วยดิจิทัล 4.0" ภายหลังแถลงผลความสำเร็จโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล โดยนายภาวุธ พงศ์วิทยภาณุ กรรมการผู้จัดการบริษัทตลาดดอทคอม กล่าวว่า ขณะนี้อีคอมเมิร์ซถือว่าเติบโตมาก มีคนเข้าใช้จำนวนมาก มีกลุ่มเข้ามาใหม่ทั้งเด็กรุ่นใหม่ ผู้สูงอายุ เข้าสู่ระบบออนไลน์ จำนวนมากเช่นกัน ถือเป็นสัญญาณที่ดี ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย ช่วยเหลือผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยอยากจะแนะนำผู้ประกอบการเพื่อให้เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน โดยต้องอยู่ในทุกช่องทางทั้งเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย การค้าขายผ่านอีคอมเมิร์ซ เชื่อว่าจะไปสู่ตลาดต่างประเทศได้

ด้าน นายพงษ์ศักดิ์ ตันวิสุทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะขายสินค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีข้อจำกัด ใช้เงินสูง แต่ปัจจุบันมีโทรศัพท์มือถืออยู่กับทุกคน ซึ่งคนไทยมีทั้งหมด 68 ล้านคน มีการใช้โทรศัพท์ 90 ล้านเลขหมาย ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่มาก ดังนั้น AIS มองเห็นโอกาส และรัฐบาลก็สนับสนุน ทาง AIS จึงเปิดตลาด e Market Place เพื่อเกษตรกรขึ้นมาให้ผู้ประกอบการรายย่อยนำสินค้ามาขาย และมีการจ่ายเงินผ่านระบบ ซึ่งเป็นระบบที่เชื่อถือได้ ดังนั้นเป็นโอกาสที่ดีในอนาคตหากผู้ประกอบการเรียนรู้และอยู่ในกระแสได้

นายโสภณ ผลประพฤติ หัวหน้าสาขาวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กล่าวว่า โครงการของดีป้า ทำให้สินค้าชุมชนโดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมาเช่น ที่ด่านเกวียน ซึ่งกำลังจะล้ม สามารถฟื้นกลับคืนมาได้ ซึ่งนอกจากสินค้าชุมชนก็ยังเชื่อมโยงไปเรื่องการท่องเที่ยว เกษตรแปรรูป ทำให้การค้าขายไม่มีเขตจำกัด และยิ่งมีไทยแลนด์ 4.0ทำให้เกิดภาพฝันในอนาคตที่เป็นจริง

นายสมศักดิ์ สุคำภา ผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กล่าวว่า โจทย์ที่จะเดินสู่ไทยแลนด์ 4.0 ไม่ได้มองแค่การค้าขาย แต่จะต่อยอดไปถึงการท่องเที่ยววิถีชีวิต ส่งเสริมชุมชน โดยที่ผ่านมา ได้ให้ความรู้กับผู้ประกอบการ ทั้งเรื่องการทำบัญชี วิธีเพิ่มมูลค่าของสินค้า โดยจะมีการยกระดับสินค้าชุมชนไปถึงต่างประเทศเชื่อมโยงไปทั่วอาเซียน

ต่อมาที่ห้อง Meeting Room 1-2 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) แถลงผลความสำเร็จใน “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล” ว่า เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ดีป้าได้ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเข้าไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจในชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นให้ดิจิทัลเข้าไปยกระดับสังคมไทยในทุกมิติ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยในทุกระดับ เข้าไปช่วยเหลือและพัฒนาชุมชน วิสาหกิจชุมชน ตลอดจนผู้ประกอบการ ด้วยการเคลื่อนย้ายข้อมูลสู่ดิจิทัล ในลักษณะของการส่งวิทยากรอาสา (Agent) 400 คน ลงพื้นที่อบรมผู้ประกอบการในพื้นที่ 10 จังหวัดนำร่องได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง น่าน สกลนคร ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา ภูเก็ต นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี รวม 4,000 คน ทำให้ผู้ประกอบการในพื้นที่สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลให้เกิดการพัฒนาที่เป็นประโยชน์กับธุรกิจของตัวเอง และขยายผลไปยังผู้ประกอบการอื่นๆ ในพื้นที่ของชุมชน

รวมทั้งแอปพลิเคชัน Thailand I Love U ที่จะเข้าไปส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในระดับชุมชน ซึ่งตรงนี้จะเข้าไปเชื่อมโยงกับไปรษณีย์ไทย ที่เป็นเจ้าภาพหลักในการส่งเสริมและผลักดันผลิตภัณฑ์ชุมชนให้สามารถแข่งขันในระดับประเทศ ระดับภูมิภาคอาเซียน ตลอดจนตลาดโลกได้ ทั้งนี้ ดีป้าจะพัฒนาต่อยอดโครงการดังกล่าว เพื่อให้ชุมชนทั้งประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตของดิจิทัลในอนาคต เกิดความเข้มแข็งและพัฒนาอย่างยั่งยืน ตลอดจนทำให้ชุมชนสามารถเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ โดยดีป้าได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าใน 20 ปีข้างหน้า จะต้องมีผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และมั่นใจว่าการพัฒนาบุคลากรและสร้างคนด้านดิจิทัล สามารถดำเนินการให้เห็นผลได้ภายในกรอบระยะสั้น 5 ปี (พ.ศ.2560 – 2564) เนื่องจากเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การดำเนินให้ได้ตามแผนระยะสั้น จึงถือว่ามีความสำคัญ

ทั้งนี้ ภายในงานได้มีพิธีมอบรางวัลให้กับผู้ชนะการประกวด B2C Application from Tech-Startup ในหัวข้อ “The Better THAILAND with Digital Services” ภาคกลาง รางวัลชนะเลิศ Liluna รางวัลรองชนะเลิศ TripGuru รางวัลชมเชย 2 รางวัล คือ Huolto และ 9 วัด ปัง ปัง @ dbizcomSDU ภาคเหนือ รางวัลชนะเลิศ Knight Club รางวัลรองชนะเลิศ Thai Portals ภาคตะวันออก รางวัลชนะเลิศ ทีม Yusai รางวัลรองชนะเลิศ mRestaurant ภาคใต้ รางวัลชนะเลิศ Miex รางวัลรองชนะเลิศ Handigo Thailand โดยผู้ชนะเลิศได้รับเงินรางวัล 250,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ 120,000 บาท และรางวัลชมเชย 60,000 บาท