วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บึมหน้าองค์การยูเนสโก พบเป็นระเบิดแรงดันต่ำ คล้ายประทัด เร่งล่าคนร้าย

ระเบิดหน้าองค์การยูเนสโก สุขุมวิท 40 เบื้องต้นเป็นระเบิดแรงดันต่ำ มีส่วนผสมของดินเทาที่มีในประทัดทั่วไป จนท.เร่งตรวจกล้องวงจรปิด เพื่อหาตัวบุคคลที่มาวางไว้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย 

วันที่ 16 มิ.ย. จากกรณีเกิดเหตุระเบิด บริเวณด้านหน้าองค์การยูเนสโก สุขุมวิท 40 เป็นเหตุให้พนักงานรักษาความสะอาดกรุงเทพมหานคร ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย จนท.คาดเป็นระเบิดปิงปองที่วัยรุ่น นำมาวางไว้ เนื่องจากกลัวเจ้าหน้าที่จับกุม ระเบิด! ในซอยสุขุมวิท 40 บาดเจ็บ 2 ราย 'อีโอดี' กำลังเร่งตรวจสอบ

โดยตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี และตำรวจนครบาลทองหล่อ เร่งเข้าตรวจสอบเหตุระเบิดบริเวณด้านหน้าองค์การยูเนสโก ถนนสุขุมวิท หลังได้รับแจ้งว่า มีเหตุระเบิดทำให้พนักงานรักษาความสะอาดของกรุงเทพมหานคร ที่กำลังทำความสะอาดอยู่บริเวณด้านหน้า คือ นางศิริวรรณ ศรีเพ็ง และนางน้ำหวาน สุกกลิ่น ได้รับบาดเจ็บ พร้อมส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ทันที.

นางสาววนิสา อ่อนน่วม พนักงานรักษาความสะอาด กทม. ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์กล่าวว่า ระหว่างตัวเองและเพื่อนรวม 4 คน กวาดพื้นในจุดดังกล่าวตามปกติ มีเพื่อนพบถุงสีส้มซุกซ่อนอยู่ใต้พุ่มหญ้าพร้อมหยอกล้อกันว่า เก็บผีเสื้อได้ ด้วยความสงสัยจึงนำมาแกะดูทำให้วัตถุดังกล่าวตกลงพื้นและเกิดระเบิดขึ้น ทำให้เพื่อนบาดเจ็บบริเวณเท้าและรู้สึกชาไปทั้งตัว ส่วนตัวเองขณะนั้นหันหลังอยู่จึงไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ด้าน พันตำรวจเอก ขจรพงษ์ จิตต์ภาคภูมิ ผู้กำกับการตำรวจนครบาลทองหล่อ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า วัตถุดังกล่าวเป็นเพียงระเบิดปิงปอง ที่กลุ่มวัยรุ่นนำมาซุกซ่อนไว้เท่านั้น เนื่องจากที่ผ่านมา ตำรวจตั้งจุดตรวจสกัดอย่างเข้มงวด ทำให้วัยรุ่นเกิดความกลัวว่า จะถูกจับกุม จึงนำมาซุกซ่อนไว้เพื่อตามมาเก็บคืนภายหลัง แต่พนักงานทำความสะอาดของ กทม.กลับมาพบเห็นก่อนและทำตกจึงทำให้เกิดระเบิดขึ้นทำให้พนักงาน กทม. ได้รับบาดเจ็บและนำส่งโรงพยาบาลแล้ว

ขณะที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเร่งเข้าตรวจสอบพื้นที่ทั้งหมด พร้อมกันคนออกเพื่อสแกนพื้นที่ แต่เบื้องต้นพบว่า เป็นระเบิดแรงดันต่ำ มีส่วนผสมของดินเทาที่มีในประทัดทั่วไป นำมาเทรวมกันและมัดใส่เทปพันสายไฟสีดำ เพื่อเป็นวัตถุระเบิด แต่เบื้องต้น จากการตรวจสอบมีระเบิดเพียงลูกเดียว เท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ได้จากบริเวณด้านหน้าองค์การยูเนสโก ว่า ใครเป็นผู้นำมาวางไว้ ก่อนจะเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย.