วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไปแช่น้ำแร่ที่ “แม่กาษา” อโรคยาศาล..โป่งคำราม

ภาพกว้างของร้านวิสดอม ฟิลด์ หรือ โกดัง อาร์ท.

เป็นการเดินทางที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกครั้ง สำหรับ ทริปลั้ลลา 2 แผ่นดิน ที่ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดตาก ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จัดให้กับบรรดาสมาชิกผู้ชมรายการเดินทางไปท่องเที่ยวทั้งจังหวัดตาก แม่สอด และแอบแว้บข้ามไปฝั่งเมียวดี ประเทศเมียนมา...แบบแว้บๆๆๆ

ไฮไลต์ของทริปนี้ไม่ได้อยู่ที่การช็อปปิ้งตลาดริมเมย เหมือนการท่องเที่ยวทั่วไป แต่ พี่หน่อง ธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผอ.ททท.สำนักงานตาก นำเสนอการออนเซนในอ่างไม้โอ๊ก...ที่อโรคยาศาล โป่งคำราม

แค่ฟังก็ตื่นเต้นละ...!!

ทริปนี้เราพักที่ โรงแรมเซ็นทารา แม่สอด คณะเก๋ายกก๊วนตื่นกันแต่เช้าตรู่ เตรียมพร้อมผ้านุ่ง ผ้าถุง ผ้าขนหนู สำหรับการแช่ออนเซนและพอกโคลนเพื่อความสวยงามเปล่งปลั่ง

เราไปถึง อโรคยาศาล โป่งคำราม ในช่วงสายๆแดดยังไม่แรงนัก ทุกคนเตรียมพร้อมที่จะแช่น้ำแร่ร้อนๆที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดิน ซึ่งเชื่อกันว่าเมื่อหลายล้านปีก่อนหน้านี้ บริเวณนี้เคยเป็นปล่องภูเขาไฟ ทำให้ใต้ดินยังคงมีความร้อน

ร้อนขนาดที่ทำให้น้ำร้อนอุณหภูมิสูงถึง 60 องศาได้ และบางครั้งในช่วงกลางคืนจะมีเสียงน้ำเดือดจากใต้ดินขึ้นมา เป็นที่มาของชื่อ...โป่งคำราม นั่นเอง

จุดเด่นของน้ำแร่โป่งคำราม คือ ไม่มีกลิ่นกำมะถัน และจากการวิจัยยังพบว่าเป็นน้ำแร่ที่ดีต่อสุขภาพ เพราะมีแร่ธาตุที่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นแคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ซึ่งดีต่อสุขภาพและผิวพรรณ

คนที่เคยมาแช่น้ำแร่ร้อนที่นี่ จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มันฟินและดีมากๆ สำหรับคนสูงอายุที่มีโรคปวดเมื่อย เป็นตะคริว การเผาผลาญไม่ดี หรือแม้แต่คนที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต มาแช่น้ำแร่ร้อนที่นี่แล้ว ส่วนใหญ่จะมีอาการดีขึ้น

การแช่น้ำแร่ที่นี่ ต้องบอกว่าเป็นอเมซซิ่งไทยแลนด์ได้อีกที่หนึ่งทีเดียวเชียวล่ะ เพราะคงไม่มีที่ไหนที่คุณจะสามารถนอนแช่น้ำร้อนสบายๆ กลางทุ่งโล่งๆลมพัดแผ่วๆ

นั่นจึงทำให้ ททท.ตาก ต้องการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยการแช่จะแช่ในถังไม้โอ๊กที่มีก๊อกไม้ไผ่สูบน้ำแร่ร้อนมาจากแหล่งธรรมชาติใต้ดิน ลักษณะเหมือนการไปออนเซนที่ญี่ปุ่นนั่นล่ะ แค่ไม่ต้องเปลือยกาย...ล่อนจ้อนเท่านั้นเอง แต่แยกฝั่งชาย-หญิง ไม่ปะปนกัน

การแช่น้ำแร่จะใช้เวลาแช่ประมาณ 20 นาที ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว สำหรับความอุ่นจากน้ำที่จะเข้าไปช่วยทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายดีขึ้น เพราะถ้าแช่นานกว่านั้น อาจทำให้ร่างกายต้องสูญเสียเหงื่อหรือน้ำมากเกินไป

นอกจากแช่น้ำแร่แล้ว ที่นี่ยังมีสูตรพอกโคลนเพื่อให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง โดยใช้โคลนจากโป่งที่เป็นโคลนละเอียดจนแทบจะเหมือนทราย ผสมกับน้ำมะขาม น้ำผึ้งป่า น้ำแร่ธรรมชาติ นำมาผสมกันตีให้ฟูแล้วพอกตัว พอกหน้า ก่อนที่จะไปแช่ในน้ำร้อน

สุดๆแบบนี้ อย่าว่าแต่ญี่ปุ่นเลย นึกไปไกลถึงสมัยก่อนที่คนรวยแห่กันไปพอกโคลนที่โรมาเนีย... ตอนนี้ไม่ต้องละ มาแค่แม่ระมาด ใกล้ๆแม่สอด จ.ตาก ก็ได้พอกโคลน แช่น้ำร้อน...สุโค่ยๆกันละ

คณะเก๋าของเราพอกโคลน แช่น้ำแร่กันเสร็จ จาก 60 กลายเป็น 40 เลยทีเดียว...!!

เสร็จจากแช่น้ำแร่ ไปฟินกันต่อที่ร้านกาแฟสุดชิค...ที่ชื่อว่า วิสดอม ฟิลด์ หรือ โกดัง อาร์ท “Go–dang–arts” โกดังศิลปะบนกำแพงของโรงงานผลิตหน่อไม้ปี๊บเก่า ที่ถอดหลังคาออกและทุบกำแพงบางส่วนให้เป็นงานศิลปะแบบกราฟฟิตี้ เป็นอีกจุดที่ต้องมาเช็กอินและโพสต์ภาพสวยๆ

ด้านหลังของร้านกาแฟ โกดัง อาร์ท เป็นทุ่งนาที่ทำสะพานเชื่อมออกไป เป็นจุดถ่ายรูปอีกจุดหนึ่ง เรียกว่ามาที่นี่ไม่ต้องกินกาแฟ แค่ถ่ายรูปก็คุ้มละ...

กินกาแฟเสร็จนั่งรถกลับเข้าตัวเมืองแม่สอด อาหารกลางวันที่แม่สอดไม่ธรรมดา เป็นติ่มซำหมูกรอบ เป็ดย่าง ชื่อร้านไฉไล ติ่มซำ...ประมาณว่าเจ้าของเป็นนายร้อยตำรวจรุ่นที่เรียกว่าไฉไล เลยเอามาตั้งเป็นชื่อร้าน รสชาติพอสูสีกับร้านติ่มซำระดับกลางๆในกรุงเทพฯ

ช่วงบ่ายแวะไปลั้ลลากันที่ท่าเรือ ดูการเปิดโกดังจักรยานและของมือสองจากญี่ปุ่น แว้บข้ามไปฝั่งเมียวดี ดูดิวตี้ฟรี แล้วกลับมากินชาบูรสเลิศ... ต้องบอกว่าเริ่ดมากๆสำหรับชาบูร้านมาย แม่สอด ใครแวะไปแม่สอดแนะนำเลยร้านนี้ไม่ควรพลาด ทั้งเนื้อ หมู ปลา ไก่ กุ้ง สดๆ จิ้มกับน้ำจิ้มสูตรเด็ด ของร้าน รับรองว่าหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว...

ใครที่คิดว่าไปเมืองชายแดนอย่างแม่สอด จ.ตาก ไม่เห็นมีอะไร คงต้องคิดใหม่ แล้วเปิดใจออกเดินทางอีกครั้ง แล้วจะรู้ว่าใต้ฟ้าเดียวกัน แต่สวรรค์มีหลายชั้นแน่นอน.