บริการข่าวไทยรัฐ

“อังกฤษ” เผชิญมรสุมรอบทิศ

โดย สายล่อฟ้า

อาการหนัก ศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก

ประเทศอภิมหาอำนาจอย่างอังกฤษที่เดินเคียงคู่กับสหรัฐอเมริกามาตลอด แบบว่าไม่มีวันพรากจากกัน

ทว่าวันนี้ “อังกฤษ” กำลังเผชิญเหตุการณ์หนักหนาสากรรจ์ไม่น้อยในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายต่อเนื่อง 3 ครั้งติดต่อกัน

“ไอเอส” ประกาศชัดเจนว่าเป็นฝีมือของพวกเขา

ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมาจากระเบิด ใช้รถยนต์ชนและใช้อาวุธมีดไล่แทง

พูดง่ายๆว่าเป็นการก่อการร้ายไร้กระบวนไม่ต้องไปคิดค้นวิธีให้ยุ่งยาก คิดอะไรก็ทำเลยเป็นรูปแบบใหม่ที่สยองอย่างยิ่ง

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ลงมือกระทำไม่ใช่ส่งตรงมาจากนอกประเทศ แต่เป็นคนในประเทศที่มีแรงศรัทธาในขบวนการก่อการร้าย

นี่จึงทำให้การป้องกันเป็นเรื่องยากยิ่ง

แค่เจอก่อการร้ายเข้าไปก็ยุ่งยากไม่น้อย แล้วยังเกิดเหตุสะท้านขึ้นมาอีก เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารที่พักอาศัยสูง 24 ชั้น ใจกลางกรุงลอนดอน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ไฟไหม้ลุกลามเผาทั้งตึกเห็นแต่เปลวเพลิง และผู้ที่อาศัยอยู่ในตึกนั้นโบกผ้าเพื่อขอความช่วยเหลืออย่างน่าอเนจอนาถใจยิ่ง

เจอเข้าไปหลายอย่างแบบนี้ ทำให้ชนผู้ดีห่อเหี่ยวใจเป็นอย่างยิ่ง

กระนั้นไม่ว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็ยังเกิดปัญหาซ้ำเข้าไปอีก เพราะพรรคอนุรักษนิยมที่มีนางเทเรซา เมย์ เป็นหัวหน้าพรรคและเป็นนายกฯไม่สามารถเก็บชัยชนะจากการเลือกตั้งด้วยเสียงข้างมากอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

การจัดตั้งรัฐบาลจึงทำได้ยากยิ่ง มีผลต่อเสถียรภาพอีกด้วย

หลังจากที่อังกฤษถอนตัวออกจากอียูที่เรียกว่า “เบร็กซิต” ด้วยการทำประชามติ โดยประชาชนเสียงข้างมากชนะจึงจำเป็นดำเนินการต่อไป

เป็นผลให้ “คาเมรอน” นายกฯ สมัยนั้นประกาศลาออก เพราะไม่เห็นด้วยกับการถอนตัวออกจากอียู

การจัดทำประชามติของนายคาเมรอนนั้น ด้วยเชื่อมั่นว่าประชาชนส่วนใหญ่จะเห็นด้วยกับเขาที่จะอยู่ในอียูต่อไป

แต่ผลที่ออกผิดคาดอย่างไม่น่าเชื่อ

จากนั้นเทเรซา เมย์ ได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นนายกฯด้วยการบ้านสำคัญก็คือ การเจรจากับอียูเพื่อถอนตัวออกมา ซึ่งถือว่าเป็นภารกิจที่ต้องใช้ฝีมือและความสามารถชั้นสูง

“นางเมย์” เมื่อได้เป็นนายกฯก็เชื่อมั่นว่าจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนและชนะการเลือกตั้งอย่างเด็ดขาด

แต่ผลที่ออกมาพลิกความคาดหมายได้ไม่ถึงครึ่ง การจัดตั้งรัฐบาลจึงมีความยากลำบาก แม้จะพยายามจับมือกับพรรคเดโมเครติค ยูเนียนนิสต์ ซึ่งมีทั้งหมด 10 เสียง หากรวมกันได้ก็จะมีเสียง 328 เสียง จากจำนวนที่นั่งทั้งหมด 650 ที่นั่ง ในสภา

พูดง่ายๆได้เสียงเกินครึ่งแบบปริ่มๆ

ประเด็นสำคัญก็คือพรรค 10 เสียงนั้น มีค่ากว่าพรรค 100 เสียงอีก ดังนั้นจึงมีแต้มต่อมีเงื่อนไขสารพัดที่ทำให้นางเมย์ต้องกระอักกระอ่วนไม่น้อย ไม่เอาก็ไม่ได้

การตัดสินใจยุบสภาเลือกตั้งใหม่เพราะความประมาทและไม่คิดว่า “เบร็กซิต” ได้หวนกลับมามีบทบาทในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะพวกที่ไม่ชอบก็ไม่ลงคะแนนให้

ดูท่าแล้วว่าคงจะอยู่ต่อไปได้อีกไม่นาน.


“สายล่อฟ้า”