บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'นิพิฏฐ์' เมิน สนช.แก้ระเบียบเอื้อโดดร่ม จี้นายกฯ งัด ม.44 ปิดช่องว่าง

"นิพิฏฐ์" ไม่สน สนช.แก้ไขระเบียบเอื้อสมาชิกโดดประชุม เย้ยออกกฎหมายไม่รอบคอบ จี้นายกฯ ใช้ ม.44 แก้ปิดช่องว่างข้อบกพร่อง

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.60 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ สนช.แก้ไขระเบียบข้อบังคับการประชุม สนช.ใหม่ โดยตัดสาระการขาดประชุมให้ครบ 1 ใน 3 ในรอบระยะเวลา 90 วันทิ้ง โดยไม่มีผลต่อการสิ้นสมาชิกภาพ สนช.ว่า สภาผู้แทนฯปกติมีการวางระบบให้สมาชิกฯ เข้าประชุม เพื่อต้องการความหลากหลายจากความรู้ประสบการณ์ของสมาชิกฯ แต่ละคน เพื่อให้สะท้อนความคิดเห็นให้ตรงกับความต้องการของประชาชนที่เราเป็นตัวแทนให้มากที่สุด เพื่อประโยชน์ในการยกร่างข้อกฎหมายสำคัญต่างๆ ออกมา เพื่อบังคับใช้และให้มีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด แต่สภา สนช.ที่มีอยู่ขณะนี้เป็นสภาที่ไม่ต้องการความหลากหลาย เพราะเป็นสภาที่พูดได้ว่า การตัดสินใจไม่เป็นอิสระ หรือภาษาชาวบ้านง่ายๆ คือ มีสภานี้เพื่อรองรับอำนาจบางอย่าง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความชอบธรรม แต่ไม่ได้เป็นสภาที่มีปรัชญาว่ามาจากพี่น้องประชาชน ตนจึงไม่แปลกใจที่มีการแก้ไขระเบียบใดๆ เพราะจะเอาไปเปรียบเทียบกับสภาผู้แทนราษฎรในระบบประชาธิปไตยไม่ได้ ตนจึงไม่สนใจว่าเขาจะแก้ไขอะไรอย่างไร เพราะเคยพูดมาตั้งแต่ต้นของการยึดอำนาจว่า เขาไม่จำเป็นต้องมีสภาอะไรเลยก็ได้ แต่สามารถใช้ในรูปแบบการบริหารของคณะอะไรก็ยังได้ แต่เมื่อเขาเลือกที่จะตั้งสภา สนช.ที่มีข้าราชการประจำจำนวนมากเป็นสมาชิก มาทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกับงานประจำก็ต้องยอมรับสภาพการขาดประชุมสภาฯ อย่างที่เกิดขึ้น

นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า ที่เห็นชัดเจนที่สุด คือ เขาภูมิใจว่าสภา สนช.นี้เป็นสภาที่ออกกฎหมายมาบังคับใช้ได้มากที่สุด แต่เวลาเดียวกันก็มีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 ออกมาแก้ไขข้อบกพร่องของกฎหมายที่ออกจากสภา สนช.ที่หลังจำนวนมากพอๆ กัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากฎหมายที่ออกมาบังคับใช้กับคนทั้งประเทศ ไม่มีความรอบคอบถ้วนถี่ ที่สำคัญคือไม่สะท้อนต่อความต้องการที่แท้จริงของประชาชน นอกจากจะไม่หลากหลายเพราะคนพูดก็หน้าเดิมๆ ไม่มีคนใหม่ๆ นอกจากกฎหมายบางฉบับ เช่น กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่อาจมีความเห็นต่างๆ กัน แต่ในการออกกฎหมายปกติแทบจะไม่มีความเห็นต่าง ที่ชัดเจนคือการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีในช่วง 2-3 ปีนี้ ใช้เวลาแค่ 1 วันจบ ขณะที่สภาผู้แทนฯ ในช่วงปกติเราใช้เวลาถกและซักถามกันอย่างน้อย 5-6 วันกว่าจะผ่าน เพราะเห็นว่าสำคัญเนื่องจากเป็นเงินที่ได้จากภาษีของประชาชน ตนจึงไม่ได้คาดหวังอะไรกับสภาเหล่านี้เลย