วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'นิพิฏฐ์' เมิน สนช.แก้ระเบียบเอื้อโดดร่ม จี้นายกฯ งัด ม.44 ปิดช่องว่าง

"นิพิฏฐ์" ไม่สน สนช.แก้ไขระเบียบเอื้อสมาชิกโดดประชุม เย้ยออกกฎหมายไม่รอบคอบ จี้นายกฯ ใช้ ม.44 แก้ปิดช่องว่างข้อบกพร่อง

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.60 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ สนช.แก้ไขระเบียบข้อบังคับการประชุม สนช.ใหม่ โดยตัดสาระการขาดประชุมให้ครบ 1 ใน 3 ในรอบระยะเวลา 90 วันทิ้ง โดยไม่มีผลต่อการสิ้นสมาชิกภาพ สนช.ว่า สภาผู้แทนฯปกติมีการวางระบบให้สมาชิกฯ เข้าประชุม เพื่อต้องการความหลากหลายจากความรู้ประสบการณ์ของสมาชิกฯ แต่ละคน เพื่อให้สะท้อนความคิดเห็นให้ตรงกับความต้องการของประชาชนที่เราเป็นตัวแทนให้มากที่สุด เพื่อประโยชน์ในการยกร่างข้อกฎหมายสำคัญต่างๆ ออกมา เพื่อบังคับใช้และให้มีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด แต่สภา สนช.ที่มีอยู่ขณะนี้เป็นสภาที่ไม่ต้องการความหลากหลาย เพราะเป็นสภาที่พูดได้ว่า การตัดสินใจไม่เป็นอิสระ หรือภาษาชาวบ้านง่ายๆ คือ มีสภานี้เพื่อรองรับอำนาจบางอย่าง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความชอบธรรม แต่ไม่ได้เป็นสภาที่มีปรัชญาว่ามาจากพี่น้องประชาชน ตนจึงไม่แปลกใจที่มีการแก้ไขระเบียบใดๆ เพราะจะเอาไปเปรียบเทียบกับสภาผู้แทนราษฎรในระบบประชาธิปไตยไม่ได้ ตนจึงไม่สนใจว่าเขาจะแก้ไขอะไรอย่างไร เพราะเคยพูดมาตั้งแต่ต้นของการยึดอำนาจว่า เขาไม่จำเป็นต้องมีสภาอะไรเลยก็ได้ แต่สามารถใช้ในรูปแบบการบริหารของคณะอะไรก็ยังได้ แต่เมื่อเขาเลือกที่จะตั้งสภา สนช.ที่มีข้าราชการประจำจำนวนมากเป็นสมาชิก มาทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกับงานประจำก็ต้องยอมรับสภาพการขาดประชุมสภาฯ อย่างที่เกิดขึ้น

นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า ที่เห็นชัดเจนที่สุด คือ เขาภูมิใจว่าสภา สนช.นี้เป็นสภาที่ออกกฎหมายมาบังคับใช้ได้มากที่สุด แต่เวลาเดียวกันก็มีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 ออกมาแก้ไขข้อบกพร่องของกฎหมายที่ออกจากสภา สนช.ที่หลังจำนวนมากพอๆ กัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากฎหมายที่ออกมาบังคับใช้กับคนทั้งประเทศ ไม่มีความรอบคอบถ้วนถี่ ที่สำคัญคือไม่สะท้อนต่อความต้องการที่แท้จริงของประชาชน นอกจากจะไม่หลากหลายเพราะคนพูดก็หน้าเดิมๆ ไม่มีคนใหม่ๆ นอกจากกฎหมายบางฉบับ เช่น กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่อาจมีความเห็นต่างๆ กัน แต่ในการออกกฎหมายปกติแทบจะไม่มีความเห็นต่าง ที่ชัดเจนคือการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีในช่วง 2-3 ปีนี้ ใช้เวลาแค่ 1 วันจบ ขณะที่สภาผู้แทนฯ ในช่วงปกติเราใช้เวลาถกและซักถามกันอย่างน้อย 5-6 วันกว่าจะผ่าน เพราะเห็นว่าสำคัญเนื่องจากเป็นเงินที่ได้จากภาษีของประชาชน ตนจึงไม่ได้คาดหวังอะไรกับสภาเหล่านี้เลย