บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ธันญ์'ผ่าชีวิต "ผู้จัดป้ายแดง"ท้อแต่ไม่ถอย ลั่นใจพร้อมแต่ง'ยุ้ย-จีรนันท์'รอแค่"เรือนหอ"

มีหน้าตาเป็นอาวุธ เอ๊ย เป็นโลโก้ พระเอกสายบู๊ สำหรับ ธันญ์-ธนากร หนีความจำเจฉีกกฎบู๊แอ็กชั่นกว่าทุกๆที สู่การเป็นผู้ชายสไตล์ดิบๆ ตามประสาลูกชายมาเฟียใหญ่ ในละคร “มือเหนือเมฆ” ทางช่อง 7 ถึงแม้ฉากบู๊แอ็กชั่นจะน้อยกว่าเพื่อนแต่ หนุ่มธันญ์ เต็มที่ทุกงานยึดคติ เล่นเอง เจ็บเอง แถมเข่าหนัก เตะป้าบเดียว อ๊อฟ-ชนะพล ถึงกับหลับกลางอากาศมาแล้ว นอกจากงานแสดง นักแสดงหนุ่มยังผันตัวเป็นผู้จัดป้ายแดง ผนึกกำลัง ยุ้ย-จีรนันท์ มะโนแจ่ม แฟนสาว ภายใต้ชื่อ สตาร์เฟรม เปิดโลกประสบการณ์ใหม่ๆครั้งใหญ่ “ทีมข่าวบันเทิง” คว้าตัวมาเปิดใจทุกเรื่องราว ทั้งงานเบื้องหน้า-เบื้องหลัง รวมทั้งความรักต้องลุ้น (แต่ง) อีกนานไหมหนอ? ขบวนขันหมากจะเคลื่อนขบวน เริ่มจาก....ก

หน้าตาแบบนี้ธันญ์รับบทเป็นคนดีแน่นอน

“(หัวเราะ) รับบทเป็นบวรครับ ชีวิตเค้าจะอยู่เพื่อน 3 คน จริงๆเค้ามีปมด้อย อยากจะเป็นผู้นำให้ได้เหมือนพ่อ มีพ่อเป็นไอดอล แต่อยู่ในบ้าน พ่อไม่สนใจ พ่อดูรักลูกน้องมากกว่าตัวเอง อยู่ในบ้านเหมือนมดเล็กๆตัวนึง แต่พออยู่นอกบ้านเค้าเลยมีพฤติกรรมอยากแสดงออก ทำตัวยิ่งใหญ่อยู่เหนือคนอื่นให้ได้ เอาปมด้อยเป็นปมแสดงออกมาให้ทุกคนเป็นผู้ตาม”

ตอนผู้จัดติดต่อมาอิดออดมั้ยเพราะเป็นแนวบู๊อีกแล้ว
“เรื่องนี้ผมบู๊น้อยครับ เรื่องนี้ผมดราม่ามากเลย คนดูอาจจะมองเรื่องนี้ผมบู๊หนักๆ ไม่เลย น้ำ (รพีภัทร) กับอ๊อฟ (ชนะพล) บู๊เยอะกว่า ส่วนผมจะถูกกระทำ จะเหนื่อยกว่าบู๊ เพราะบู๊คือเราไปกระทำเค้า จะเหนื่อยอีกแบบนึง เป็นคนรับเท้ามากกว่า”

ก่อนหน้านี้บทธันญ์จะมาแนวคนดี แต่เรื่องนี้แนวนักเลง
“เรื่องนี้ทุกคนมีเหตุผลของทุกคน จริงๆทุกคนไม่ได้เลวด้วยพื้นฐานหรอก แต่ด้วยความจำเป็น ความใกล้ชิด เป็นการปลูกฝังมากกว่า”

ร่วมงานกับหนุ่มๆ น้ำ อ๊อฟ ป่วนมันส์ฮาขนาดไหน

“สนุกครับ เพราะสนิทกันอยู่แล้ว เล่นรับเท้าไม่กลัวเจ็บ เพราะเราเคยชินกันอยู่แล้ว ถีบเลยน้อง อ๊อฟมีโดนผมหลับเลย มีซีนซีนนึงบู๊ในครัว ผู้จัดของเรา โอลิเว่อร์ เห้ย เกิดไอเดียเป็นฉากในครัวต้องถือของอะไรหน่อย ผมเรียกซีนหมี่กะทิ บู๊กันแล้วคนถือหมี่กะทิหกอยู่ จังหวะผมบู๊เตะอ๊อฟ ด้วยความเหนียวหมี่กะทิเลยลื่น จากเตะที่เราเคยยั้งได้กลายเป็นยั้งไม่ได้เพราะลื่น เลยพลาดเข่าเราไปกระแทกกกหูเค้า อ๊อฟร่วงเลย ขนาดผมยังเจ็บขา คิดดูหัวกับเข่าเจอกัน หัวต้องเจ็บกว่าอยู่แล้ว อ๊อฟหลับเลย ช่วงนั้นผมผ่าหัวเข่ามาใหม่ๆ อ๊อฟมาห่วงผมอีกเป็นยังไงบ้าง แต่ตัวเองดันหลับ (หัวเราะ) เรื่องนี้เจ็บตัวกันทุกคนทุ่มเทกันจริงๆ”

ธันญ์เจ็บตัวระบมขนาดไหน
“มีรอยแผลเป็นที่มือเพิ่งหายไป เพราะเราต่อยพลาดไปโดนขอบปูน ตอนแรกคิดว่าไม่เป็นอะไรพอมาดูเลือดหยดติ๋งๆ เนื้อเปิดออกมาเลย พี่เว่อร์เป็นห่วงจะให้ไปโรงพยาบาล ด้วยความที่งานเดินมาแล้ว เราเห็นทีมงานทุกคนมาเพื่อซีนนี้กับการที่เราหยุดเพื่อทำอีกวัน”

อย่าบอกนะเห็นเลือดแล้วยิ่งคึก
“โชคดีผมเป็นคนอดทนใช่ได้ ไม่ค่อยกลัวเจ็บ เพราะผมชินชา ผมเล่นแอ็กชั่นตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว เจ็บตลอด แตกง่าย เราเจอบ่อยๆ ความอดทนเลยเพิ่มมากขึ้น”

นอกจากบู๊เจ็บตัว แต่ก็มีเลิฟซีนกับสาวๆ เวลาเล่นต้องบอกยุ้ยก่อนมั้ย
“ไม่ เพราะต่างคนต่างทำงาน เค้าทำงานก็มีเลิฟซีน แต่อย่างที่บอกเลิฟซีนละครไทยไม่ได้หวือหวา ไม่ได้หนักหน่วงเหมือนต่างประเทศ มีในกรอบ”

ตอนนี้บทบาทใหม่ขึ้นแท่นเป็น “ผู้จัด” ครั้งแรก

“เป็นการเปลี่ยนแปลงสถานะ หน้าที่อีกแบบนึง ก็ยากนะครับ ตอนแรกคิดว่าง่าย การเป็นผู้จัด ทุกอย่างเราคิดแทน ทุกบท ทุกตัวละคร ถ้าเราเป็นนักแสดงจะคิดแค่ตัวเราเอง ตัวละครตัวนี้รู้สึกยังไง ไม่เข้าใจ อะไรถามผู้กำกับ แต่ตอนนี้กลายเป็นทุกคนจะถามเราแล้ว”

มีใครเป็นต้นแบบงานเบื้องหลัง
“จริงๆเยอะอยู่ พี่ๆหลายคน อย่างพี่โอลิเว่อร์ บีเว่อร์ ถือว่าเป็นต้นแบบ คอยเป็นพี่เลี้ยง คอยสอน ช่วงเล่นละครเค้าก็ดูการทำงานของเค้า ก้าวเป็นผู้จัดเป็นยังไง เค้าเป็นคนเก่งมาก ในช่วงเวลาไม่กี่ปี พัฒนางานอย่างเห็นได้ชัด”

แต่พี่เว่อร์ทำทุกอย่างสมชื่อเว่อร์นะ โดยเฉพาะงบเยอะตลอด
“ใช่ครับ ผมจะเอาสิ่งที่ดีของเค้าครับ (หัวเราะ) ผมบอกพี่เว่อร์ ผมจะเอาแต่สิ่งดีๆนะ พี่เว่อร์ก็ใหญ่พอมั้ย ต้องใหญ่ สโลแกนในชีวิตเยอะมาก เว่อร์ของเค้าผมเห็นแง่ดี ไม่ได้เว่อร์ทุกฉาก เค้าเว่อร์ฉากจำ ฉากใหญ่จริงๆ ถึงกล้าลงทุน ผมชอบแบบนี้นะ”

ทำไมถึงประเดิมเรื่องแรก “เชิง ชาย ชาญ” ล่ะ

“เรื่องนี้บทประพันธ์มีความเป็นผู้ชายสูง ผมว่าแฟนละครช่อง 7 ต้องชอบแน่ มีทั้งความแมน ดราม่า แอ็กชั่น ครบรส เรื่องนี้มีตัวละครเพิ่มมา ม้าแสนรู้ เป็นม้ารู้ใจ เด็กๆต้องชอบแน่ๆ” เวลาผู้กำกับมีสัตว์ เด็กเข้ามาตลอด ซึ่งควบคุมยากมากทั้งนั้น “ใช่ครับ เค้าบอกว่าสัตว์ เด็ก เอฟเฟกต์ สลิง เรื่องนี้ผมมีทุกอย่างเลย มีคนงงว่า คุณทำละครเย็นนะ แต่เราละครเรื่องแรก เต็มที่ ผมไม่ได้มองเป็นละครเย็นหรือละครช่วงไหน ผมแค่มองงานชิ้นนึงที่ผมจะทำให้ดีที่สุด เป็นละครที่ต้องมีคุณภาพ มีความบันเทิงด้วย ได้แง่คิด สนุก”

เคยมีมุมท้อกับงานเบื้องหลังบ้างมั้ย
“มีเหนื่อยกัน อย่างวันเปิดกล้อง ฝนตกหนัก แต่หลังจากบวงสรวงผ่านไป เป็นฟ้าหลังฝน ทุกอย่างสดใส ที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องง่ายในการทำงานละครเรื่องนึง เสนอละครเรื่องนึง ผมใช้เวลา 4 ปี ในการศึกษา ในการเริ่มทำ ส่งบท มีทั้งส่งไปได้บ้างไม่ได้บ้าง ก่อนหน้านี้ลูกผู้ชายหัวใจเข้ม ที่ผมเขียนบทเอง ทำตัวคิงคองขยับได้ อย่างที่บอกคนเราต้องมีความมุ่งมั่น แต่ท้อมั้ย ท้อ แต่เราไม่เคยถอย ผมคิดว่าใจเราพยายามมุ่งมั่น”

เป็นผู้จัดร่วมกับยุ้ย แฟนเรา หลายคนทำด้วยกัน หลายๆคนเจอปัญหา ตีกันทางความคิด

“โอ้ย เป็นเรื่องปกติ ผมว่าไม่ต้องคนเป็นแฟนหรอก คนปกติที่ไหนก็ได้ทำงานร่วมงานความคิดทุกคนเป็นใหญ่อยู่แล้ว ทุกคนแตกต่างกันอยู่แล้วอยู่ที่ว่าจูนกันยังไง ผมโชคดีได้ยุ้ยมา ในสิ่งที่เราบกพร่อง เค้ามองเห็นความบกพร่องเรา หลายๆอย่างความไม่รอบคอบ งบเกิน เค้าคอยเตือนเรา เพราะบางทีเราก็ฟุ้ง เค้าคอยตบๆเรา คอยเตือนสติ ผมว่าดีนะ ความที่เค้าเป็นสายดราม่า ผมแอ็กชั่น มาบวกกันไปด้วยกันได้”

ร้องไห้กันเองปัญหารุมเร้า
“มีๆ นั่งมองหน้ากันยิ้ม ร้องไห้ ถึงจุดร้องไห้ไม่ออกก็มี มองหน้าแล้วถอนหายใจ อุปสรรคมันมีเยอะอยู่แล้ว การทำงานไม่ใช่เรื่องง่ายผ่านมาได้ขนาดนี้ ก็จะปลอบ ไม่เป็นไร สู้ๆ วันนึงจะเป็นของเราเอง” ใครปลอบใครซะส่วนใหญ่ “ส่วนใหญ่เค้าจะปลอบผม (หัวเราะ) แต่ส่วนใหญ่ผมจะเป็นคนเซนซิทีฟ อ่อนไหวง่าย ยุ้ยจะเข้าใจโลกมากกว่าผม”

ธันญ์ต้องถอดความเป็นดารา-นักแสดงเพื่อเป็นผู้จัดขนาดไหน
“ถอดความเป็นตัวเอง ผมถอดมานานแล้ว ผมคิดว่าเป็นแค่อาชีพอาชีพนึงที่เรารักแล้วเราอยากทำงาน ถ้าวันนึงเราไม่ได้เป็นนักแสดงเราก็อยู่สายงานนี้แหละ ทำงานเบื้องหลัง ผมมองเป็นอาชีพนึงไม่ได้มองเป็นพระเอก เป็นดารา มองแค่วัฏจักร วันนึงก็ผ่านไป”

คบกับยุ้ยมาหลายปีทุกคนลุ้นแต่งงานมาก ปีนี้จะมีข่าวดีมั้ย

“ผมก็ลุ้นเมื่อไหร่บ้านจะเสร็จเสียที รอบ้านที่สระบุรี มีปัญหาเรื่องผู้รับเหมา จ่ายเงินล่วงหน้าตลอด หลังๆเราไม่ไหว งบบานไปกันใหญ่ หลังๆดูคล้ำขึ้นผมลงไปดูบ้านด้วย ไปเคลียร์ ไปเจาะท่อน้ำ”

กดดันมั้ยเพราะทุกคนจะถามเรื่องแต่งตลอด
“ตอนนี้ไม่กดดันแล้ว ด้วยความเป็นผู้ชายต้องมีความเป็นปึกแผ่น และเป็นผู้ชายต้องมีความเป็นผู้นำด้วย อยากให้ทุกอย่างพร้อม และลงตัวกว่านี้”

พอคบ 7 ปี หลายคนหวั่นอาถรรพณ์รัก 7 ปี
“เรื่องอาถรรพณ์เลข 7 ผมไม่กลัวหรอกครับ”

มีอะไรที่ทำให้ธันญ์-ยุ้ยประคับประคองความรักของทั้งคู่มาจนถึงทุกวันนี้
“คนเราอยู่ด้วยกันไม่ใช่แค่ความรักอย่างเดียว มีความแบ่งปัน ความเข้าใจกัน เราแค่คิดว่าอยากให้เค้ามีความสุข เรื่องบางเรื่องที่ทำให้เค้าไม่มีความสุขเราก็จะไม่ทำ”

เท่าที่เคยคุยกับยุ้ยเค้าบอกว่าธันญ์เป็นสายสปอยล์ตามใจมาก ทำให้เค้าเคยด้วย
“ผมตามใจมากกว่า ตามใจในเรื่องที่ไม่ผิดอะไร ไม่เดือดร้อนใคร เราก็แค่อยากให้เค้ามีความสุข ใจเราอยากจัดงานแต่ง อยากจัดงานที่บ้าน ทุกอย่างเราสร้างมากับมือ เราซื้อที่มาด้วยกัน 3-4 ปี ที่แล้ว จากพื้นที่โล่งเปล่าๆ ทำกับมือเอง จนขับรถแบ็กโฮเป็นแล้ว ภูมิใจ บ้านของเรา ตอนนี้ใช้ชีวิตอยู่ที่โน่น ชอบบรรยากาศ ตอนนี้ขับรถกลับกรุงเทพฯ-สระบุรี เช้าขับรถมาทำงาน เย็นขับกลับยังมีเลย มันไม่ได้แค่ ชม.นิดๆ เป็นแบบนี้ตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว”

ปีหน้ามีโอกาสแต่งมากน้อยขนาดไหน

“เรากำหนดกฎเกณฑ์ไม่ได้อยู่ที่ความเหมาะสม”

7 ปีดูแลกันและกันมีความเปลี่ยนแปลงขนาดไหน
“ความรักเกิดขึ้นไม่ยาก ขึ้นอยู่ที่เรารักษายังไงอยู่ร่วมกันยังไง อันนี้ยาก เหมือนลิ้นกับฟัน ไม่มีคู่ไหนบนโลกที่คบกันแล้วไม่ทะเลาะกัน เรารู้จุดหมายทำแบบนี้ไปมีปัญหาทะเลาะไม่มีความสุขจะทำทำไม? ในเมื่อเรารู้ถึงยังไงก็ไม่เลิกคบกัน 2-3 วันมาดีกันอยู่ดี ทะเลาะกันมี ไม่เข้าใจตรงกัน เงียบสักพักแล้วกลับมาคุยกันเหมือนเดิม”

ระหว่างคบกันมีปัญหาจนอยากหยุด ไม่อยากไปต่อเกิดขึ้นบ้างมั้ย
“ไม่ขนาดนั้น มีเข้าใจหนักๆ แต่เหมือนที่ผมบอก สุดท้ายความคิดเราอยากจะอยู่ด้วยกัน ทะเลาะกันเพื่ออะไร”

คู่เราคบกันเหมือนเพื่อนมากๆ
“หลายรูปแบบครับ เป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งแฟน เค้าจะไปไหนก็ไป เราเตะบอลกับเพื่อนก็ไป ความมุ้งมิ้งก็มี คนมองผมดิบๆ ไม่หวานแต่ก็มีปกติ”

จะเห็นบ่อยใส่เสื้อคู่ โทนเดียวกัน
“มีบ้าง ไม่ได้ขนาดใส่เสื้อรูปหัวใจมาต่อกันไม่ขนาดนั้น แค่ใส่เสื้อคล้ายๆกัน เราแปลก สมมติไปกินอาหารด้วยกัน พอเหลือชิ้นสุดท้ายจะเกี่ยงกันกิน อิ่มแล้ว นี่แหละต่างคนต่างทำให้กันและกัน ผมว่าแค่นี้ มนุษย์ต้องการแค่นี้”

ถึงเป็นหนุ่มสายบู๊แต่หวานมุ้งมิ้ง...งไม่แพ้ใครจริงๆนาจา...า!!

ทีมข่าวบันเทิง