วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เหล้ากรอก หัวโหม่งพื้น ขังเผาทั้งเป็น ย้อนคดีสยองฆ่าทารุณลูกเลี้ยง

ลูกฆ่าพ่อแม่ เรียก “ทรพี” แล้วพ่อแม่ที่ทำร้ายลูกจะเรียกว่าอะไร.. ถึงแม้ไม่ใช่ลูกที่แท้จริงก็ตาม

คนไทยนับถือศาสนาพุทธ เชื่อเรื่องบุญกรรม ถ้าเป็นแบบนั้น “น้องรุ้ง” เหยื่อของผู้ต้องหาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อเลี้ยงโหด และแม่ที่แท้จริงที่รู้เห็น คงหมดเวรหมดกรรม ได้ไปสู่ภพภูมิที่ดีแล้ว เหลือแต่คนที่กระทำคงต้องชดใช้กรรมกันไป ตามคำของตายายของเธอบอก...

ที่ผ่านมา เคยเกิดคดีในลักษณะนี้ขึ้นมากมาย ไทยรัฐออนไลน์ จะขอหยิบยกหลายคดีเพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจพ่อแม่ทุกคน

แม่เลี้ยงโหด ขัง เผาทั้งเป็นลูกเลี้ยง แค้นผัวไม่ใยดี

ในปี 2542 เกิดคดีสุดโหดขึ้น โดยผู้ที่ลงมือทำร้ายในครั้งนี้ คือ “แม่เลี้ยง” เรื่องราวสุดสลดเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาค

เมื่อหนุ่มนักดนตรีคนหนึ่งได้หย่าร้างกับอดีตภรรยา และมาคบหากับแฟนคนใหม่ โดยพาลูกสาววัย 3 ขวบมาด้วย “น้องฝน นามสมมติ” เธอยังเด็กและไร้เดียงสา ยากที่จะเข้าใจความคิดและความโหดเหี้ยมของผู้ใหญ่ สุดท้ายเธอกลายเป็นเหยื่ออารมณ์จากความรัก หึงหวง และฆาตกรรมในครั้งนี้

หลังจากหนุ่มนักดนตรี และแฟนใหม่ คบหากันสักพัก ฝ่ายชายก็เป็นฝ่ายขอเลิก แต่ฝ่ายหญิงนั้นไม่ยอมจึงยังคงวนเวียนอยู่ในชีวิตเขา

คืนวันหนึ่งหนุ่มนักดนตรีออกไปทำงานตามปกติ โดยนำน้องฝนไปฝากไว้กับพี่สาวของตนเอง ซึ่งพี่สาวมีอาชีพเปิดร้านขายของชำซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านน้องชาย ระหว่างนั้น “แม่เลี้ยง” ได้เดินทางมาหาแฟนหนุ่มแต่ไม่พบ จึงใช้อุบายด้วยการหยิบถุงใส่เสื้อผ้า เพื่อล่อหลอก “น้องฝน” ให้มาอยู่ที่บ้านด้วย พี่สาวนักดนตรี พร้อมด้วยลูกชาย ได้หลงกล ได้มาพักที่บ้านน้องชาย กระทั่งกลางดึก...

มีคนเห็นแม่เลี้ยงออกจากบ้าน สักพักผ่านไป 5 นาที ก็เกิดไฟลุกไหม้บ้าน พี่สาวนักดนตรีและลูกชาย ได้หนีออกจากบ้านมาได้ โดยคิดว่า “แม่เลี้ยง” ผู้นี้น่าจะช่วยเหลือน้องฝนออกมาได้... แม้ผู้เป็นน้า น้องชายนักดนตรีที่ตามมาทีหลังจะพยายามฝ่ากองเพลิงไปช่วยก็ไม่สำเร็จ น้องฝน ถูกขังและไฟคลอกเสียชีวิตอย่างน่าสงสาร

เมื่อพ่อนักดนตรีรับทราบจึงกลับมาที่บ้าน เห็นศพลูกสาวถูกไฟไหม้ร่างดำ ก็หัวใจสลาย ขณะที่ญาติๆ ฝ่ายชายก็ปักใจเชื่อว่าเป็นการเผาของแม่เลี้ยงแน่ๆ กระทั่งไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ขณะที่ตำรวจกำลังสอบปากคำญาติๆ อยู่นั้น แม่เลี้ยงผู้นี้ก็เกิดสำนึกผิด เดินเข้ามอบตัวด้วยตนเอง อ้างว่าที่ทำลงไปเพราะแค้นใจที่หนุ่มนักดนตรีไม่เคยดูแล...

พ่อเลี้ยงปากีฯ จับขาลูกก่อนปล่อยโหม่งพื้น อ้างเฉยไล่ผี


นอกจากคดีที่ผู้ต้องหาเป็นคนไทยแล้ว ยังมีอีกหนึ่งคดีสะเทือนขวัญ โดยเรื่องราวเกิดขึ้นกับชาวต่างชาติที่มาอาศัยในแผ่นดินแหลมทองของไทย

ปี 2555 เด็กหญิงชาวต่างชาติรายหนึ่งคือเหยื่อของความโหดเหี้ยมจาก “พ่อเลี้ยง” ชาวปากีสถาน เขาลงมืออย่างโหดเหี้ยมกับเด็ก ด้วยวิธีการทุบตี และนำบุหรี่จี้ไปที่ร่างกายเด็ก หลังจากมีปากเสียงกับภรรยาคนไทย โดยอาศัยอยู่ที่ย่านสุขุมวิท สิ่งที่เขาทำไม่ได้หยุดแค่นั้น ใครจะคิดว่า ชายปากีฯ คนนี้ จับขา “น้องฟ้า (นามสมมติ) อายุ เพียง 5 ปี ชูขึ้นที่สูง ก่อนจะปล่อยมือให้ร่างลอยละลิ่ว หัวโหม่งพื้นรุนแรงจนร่างเด็กแน่นิ่งไป กระทั่งเสียชีวิต

แต่หนุ่มปากีฯ รายนี้กลับอ้างอย่างหน้าตาเฉยว่า... ไม่ได้ต้องการฆ่าเด็ก แต่เป็นการไล่ผีออกจากตัวเด็กด้วยวิธีการทุบตีเพื่อไล่ผีออก ซึ่งเขาพูดจาวนไปมา อย่างไรก็ตาม เขาสามารถพูดอะไรก็ได้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ลากคอดำเนินคดี

สุดอำมหิต พ่อเลี้ยงรำคาญลูกร้องไห้หิวนม ทำทารุณจนเสียชีวิต 


อีกหนึ่งคดีใหญ่ในปี 2556 เคสนี้ “พ่อเลี้ยงใจทมิฬ” ชาวไทย วัย 30 ปี ลงมือทำร้ายลูกเลี้ยง วัยเพิ่งจะ 2 เดือน เท่านั้น

เด็กเพียง 2 เดือน ย่อมร้องไห้งอแงเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ว่าหิว หรือจะถ่าย เขาก็ต้องร้อง แต่ใครจะคิดว่า หนุ่มวัย 30 ปี ที่เพิ่งได้เมีย วัย 15 ปี มาเป็นภรรยา จะลงมือด้วยความโหดเหี้ยมกับเด็กเพียงเพราะร้องไห้ด้วยความหิว ด้วยการใช้เหล้ากรอกปาก จากนั้นใช้แป้งเทใส่จมูกและปาก จับร่างทุ่มพื้น และใช้น้ำราด จนเด็กแน่นิ่งไป แม่วัย 15 มาเห็นจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลและเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งตำรวจก็ตามจับกุมตัวได้ ซึ่งเจ้าตัวได้ให้การปฏิเสธ..

อย่างไรก็ตาม เด็กน้อยผู้นี้บาดเจ็บหนัก พบว่าเลือดคั่งในสมอง อวัยวะภายในล้มเหลว สุดท้ายก็เสียชีวิตลงในที่สุด ในส่วนของแม่ วัย 15 ก็ต้องไปอยู่ความดูแลของนักสังคมสงเคราะห์ เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้น ยากจะรับไหว..

เหตุการณ์ที่ผ่านมา คืออดีตที่เคยเกิดขึ้นในสังคม เชื่อว่า เราทุกคนสามารถช่วยเหลือหรือป้องกันได้ หากเห็นอะไรไม่ชอบมาพากล ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้เกิดขึ้นกับใครอีก