วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นิพิฏฐ์ ตอก ไพรมารีโหวต ยิ่งเปิดช่อง การเมืองระบบครอบครัวเฟื่องฟู

นิพิฏฐ์ ชำแหละกฎหมายพรรคการเมืองใหม่ ชี้ ระบบไพรมารีโหวต ยิ่งทำสังคมไทยแตกแยกร้าวลึก เปิดช่องการเมืองระบบครอบครัวเฟื่องฟู

วันที่ 16 มิ.ย. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีสนช.ผ่านกฎหมายพรรคการเมือง ว่า ในฐานะผู้เล่นหรือผู้ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย การพูดอะไรไปก็จะถูกสังคมถามกลับว่า พูดเพื่อประโยชน์ตัวเอง หรือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ตนขอเตือนเรื่องเดียว หลังจากกฎหมายพรรคการเมืองใหม่ออกมามีผลบังคับใช้ โดยกำหนดให้มีการใช้ระบบไพรมารีโหวตคัดเลือกตั้งผู้สมัคร ส.ส. จากสมาชิกพรรคในเขตเลือกตั้ง และในระบบบัญชีรายชื่อว่า จะยิ่งทำให้การเมืองระบบครอบครัว ระบบวงศ์ตระกูล หรือการเมืองระบบสืบทอดทายาททางการเมือง จะกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง และจะเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต แม้รัฐธรรมนูญ ปี 50 และสังคมไทยเคยตระหนักในปัญหานี้และคัดค้านมาแล้วว่า ไม่ต้องการการเมืองระบบนี้ แต่ก็หนีไม่พ้น เพราะกฎหมายออกแบบมาเช่นนี้ ที่จะยิ่งทำลายพรรค หรือสร้างความแตกแยกให้พรรคการเมือง ชนิดร้าวลงลึกถึงระดับสาขา ชุมชน

"ตัวอย่าง คือ กระบวนการคัดเลือกตัวแทนเขต หรือจังหวัด ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรค ที่กำหนดให้เลือกมา 2 ชื่อ เพื่อเสนอต่อกรรมการสรรหาผู้สมัครในนามพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ตามลำดับ ที่สุด คนหน้าใหม่ประเภทนักการเมืองน้ำดี คนใหม่ๆ ที่มีความรู้มีคุณภาพรุ่นใหม่ๆ จะไม่ได้ถูกเลือกเสนอมาจากสมาชิกพรรคในเขตเลือกตั้งนั้นๆ เพราะ สาขาพรรค หรือ สาขาจังหวัดล้วนตั้งอยู่ในบ้านของ ส.ส. หรือผู้มีอิทธิพลในจังหวัด ในเขตเลือกตั้งนั้นๆ พอกำหนดให้ใช้ไพรมารีโหวตจากระดับสาขาในเขตเลือกตั้ง คนที่เลือก ก็คนของเขาทั้งนั้น ก็ต้องเอาเครือข่าย หรือคนในวงศ์ว่านเครือเขา นอกจากนี้ ความแตกแยกในพรรคการเมืองเดียวกัน จะขัดแย้งชัดเจนและลงลึกยิ่งขึ้นในระดับชุมชน ท้องถิ่นในเขตเลือกตั้งนั้นๆ เพราะต้องคัดเลือก 2 รายชื่อ มาเพื่อให้คณะกรรมการสรรหา และกก.บห.เลือกเอาเพียง 1 คน เพื่อลงสมัครในนามพรรค การแข่งขันในเขตเลือกตั้งในพรรคเดียวกันก็ยิ่งรุนแรงยิ่งขึ้น ยกเว้นกรณีล็อบบี้เลือกมา 2 คนจาก กลุ่มเดียวกัน แต่หากมาจากคนละกลุ่ม เมื่อได้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งลงในนามพรรค ฝ่ายที่พรรคไม่เลือกอาจจะหันไปจับมือเพื่อสนับสนุนกับพรรคการเมืองอื่นแทนก็ได้ คล้ายกับการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน หรือ อบต. ซึ่งที่ผ่านมา ผู้บริหารพรรคการเมือง เคยมีประสบการณ์มองเห็นปัญหานี้ว่า จะยิ่งสร้างความแตกแยก ขัดแย้งในพรรคการเมืองเดียวกัน เขาจึงไม่ใช้ระบบนี้ โดยแก้ไขให้สมาชิกพรรคทุกคน เป็นคนของพรรค ไม่ใช่คนของกลุ่ม หรือของแต่ละตระกูล ระบบไพรมารีโหวต ที่ สนช.ไปลอกเลียนแบบต่างประเทศมาใช้กับสังคมไทย ทั้งที่มีบริบทต่างกัน จึงควรออกแบบที่ดีเพื่อป้องกันปัญหาที่ว่านี้ให้รอบคอบกว่านี้จะดีกว่า และสามารถทำได้ ไม่เช่นนั้น ก็จะเป็นการเมืองระดับชาติ ที่จ้องล้างแค้น แข่งขัน สร้างความแตกแยกลงลึกในสังคมไทยมากกว่าที่ผ่านมา ทั้งนี้ ที่ผมพูด เพราะเป็นห่วงพรรคการเมืองใหม่ที่จะเกิดขึ้น แต่พรรคประชาธิปัตย์ เรามีประสบการณ์ยาวนาน เราหาทางแก้ไขได้ ห่วงว่าพรรคการเมืองใหม่ๆ ที่เพิ่งจะตั้งจะอยู่ได้ยากมาก" นายนิพิฏฐ์ กล่าว