บริการข่าวไทยรัฐ

คสช. เชื่อสังคมไม่เกิดพฤติกรรมเลียนแบบมือบึม 'พระมงกุฎฯ'

คสช.เชื่อสังคมไม่เกิดพฤติกรรมเลียนแบบมือบึม "พระมงกุฎเกล้า" ชี้สังคมไม่ยอมรับคนเห็นต่าง วอนระวังคำพูดกระตุ้นการทำ ด้านแหล่งข่าวเผย มือบึมก่อเหตุมาแล้ว 6 ครั้ง ฝ่ายความมั่นคงหิ้วเมีย-หญิงคนสนิทเค้นหนักในค่าย แฉซื้อดินดำย่านพระราม 7 เพื่อประกอบระเบิด ผงะพบไปป์บอมบ์ที่บ้านพัก 4 ลูกรอบึมอีก

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช.กล่าวถึงกรณีการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ว่า คดีดังกล่าวอยู่ในกระบวนการสืบสวนสอบสวน และในความรับผิดชอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในส่วนของเจ้าหน้าที่ทหารเป็นฝ่ายสนับสนุนตำรวจ อย่างไรก็ตาม มองว่า เกิดจากแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุซึ่งถือว่า มีศักยภาพพอสมควร

เมื่อถามว่า คนที่มีแนวคิดเหมือนผู้ก่อเหตุมีจำนวนมากน้อยแค่ไหน พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ความขัดแย้งในเชิงความรู้สึก หรือ ทัศนคติ ชอบหรือไม่ชอบ มีอยู่ในทุกสังคมแต่ขึ้นอยู่ว่า ใครจะแสดงออกมาแบบไหน บางคนอาจจะมีทัศนคติที่ไม่ดีอยู่ซึ่งทาง คสช.และรัฐบาลพยายามทำความเข้าใจ คือ คนที่มีความเห็นแย้งและแสดงออกในช่องทางที่ถูกต้อง กับคนที่ใช้ช่องทางไม่ถูกต้องสังคมไม่ยอมรับ ซึ่งเมื่อกระทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ

"กรณีดังกล่าวคงชี้วัดไม่ได้ว่า เป็นการพร้อมสู้กับคสช. ซึ่งคนที่คิดลักษณะนี้ยังมีส่วนน้อย ส่วนคนเสื้อแดง จะมีพฤติกรรมลอกเลียนแบบหรือไม่นั้น ผมเชื่อว่า สังคมไม่ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนคำพูดต่างๆ ที่ไปกระตุ้นหรือเป็นแรงจูงใจในการก่อเหตุนั้น ทุกคนก็ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะการแสดงออกในลักษณะเป็นแรงจูงใจทำให้คนเพิ่มระดับความขัดแย้งขึ้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ" พ.อ.วินธัย กล่าว

นอกจากนี้ แหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคง ยังเปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงควบคุมตัว นายวัฒนา ภุมเรศ อดีตวิศวกรไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าว่า จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง นายวัฒนาให้การยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุวางระเบิดไปป์บอมบ์จริง โดยทำมาแล้ว 6 ครั้ง ครั้งแรกก่อเหตุเมื่อเวลา 23.18 น. วันที่ 9 เม.ย.50 มีการวางระเบิดในตู้โทรศัพท์สาธารณะของบริษัททีโอที สีส้ม ด้านหน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์ รัชโยธิน ถ.พหลโยหล แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ทำให้ตู้โทรศัพท์ได้รับความเสียหายไฟลุกไหม้พังยับเยินจนประชาชนที่เดินอยู่บริเวณใกล้เคียงแตกตื่นวิ่งหนีอลหม่านแต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นการก่อกวน ไม่ประสงค์ให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งจากการทำระเบิดครั้งนี้จะทำให้เกิดไฟลุกไหม้ก่อน เพราะไม่มีเจตนาทำร้ายประชาชน

ส่วนครั้งที่ 2 เหตุเกิดเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 8 พ.ค.50 เหตุระเบิดตู้โทรศัพท์สาธารณะปากซอยราชวิถี 24 ครั้งที่ 3 เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 30 ก.ย.50 เกิดเหตุระเบิดบริเวณด้านข้างกรมแผนที่ทหารบก ติดกับกองบัญชาการทหารบก(บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน กทม. เนื่องจากไม่ชอบพล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ส่วนครั้งที่ 4 เกิดเหตุระเบิดด้านหน้ากองสลากกินแบ่งรัฐบาล ถ.ราชดำเนิน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า วันที่สลายการชุมนุมเมื่อปี 53 ได้อยู่จุดดังกล่าวและมีผู้เสียชีวิต สำหรับครั้งที่ 5 ได้ลอบวางระเบิดบริเวณด้านหน้าโรงละครแห่งชาติ โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 53 มีผู้เสียชีวิตจุดนี้จำนวน 1 ราย โดยเหตุการณ์ทั้ง 5 จุด เป็นเพียงแค่การข่มขู่ที่ไม่หวังเอาชีวิตประชาชน

แหล่งข่าว กล่าวต่อว่า และจุดที่ 6 คือ ระเบิดภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ผู้ต้องหารับสารภาพว่าตัดสินใจที่จะวางระเบิดและใส่ตะปูนำไปวางไว้ที่ห้องวงษ์สุวรรณ เพื่อเป็นการล้างแค้นให้กับผู้ที่เสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร ในวันที่ทหารเข้ากระชับพื้นที่ช่วงปี 53 จึงตัดสินใจไปวางระเบิดที่โรงพยาบาลทหารในวันที่ครบรอบรัฐประหาร ทั้งนี้พนักงานสอบสวนยังไม่ปักใจเชื่อว่านายวัฒนาจะดำเนินการเพียงคนเดียว เพราะเวลาที่ก่อเหตุตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงปัจจุบันเป็นเวลานาน 10 ปี หากยังจับนายวัฒนาไม่ได้เชื่อว่าจะมีแผนการวางระเบิด เพราะพบไปป์บอมบ์พร้อมทำงานภายในบ้านของนายวัฒนาอีก 4 ลูก ซึ่งในช่วงเวลานี้ยังไม่มีเหตุการณ์สำคัญหรือวันสัญลักษณ์จึงยังรอคอยเวลาเพื่อก่อเหตุในครั้งต่อไป

รายงานข่าวเปิดเผยว่า สำหรับวัตถุพยานในที่เกิดเหตุและที่บ้านพักที่ตรวจพบ ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าอีโอดี จะรวบรวมทั้งหมดส่งตรวจเพื่อหาความเชื่อมโยง เช่น ลวดที่ตัดเป็นท่อนๆนำมาทำเป็นสะเก็ดระเบิด โดยทางนายวัฒนาได้ตัดลวดที่บ้านพัก และมีอีกส่วนหนึ่งเหลืออยู่ ทางเจ้าหน้าที่จะนำไปพิสูจน์ว่ามาจากชิ้นเดียวกันหรือไม่ นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวภรรยาของนายวัฒนาไว้ ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) สนามเป้า พร้อมกับควบคุมตัวเพื่อนสาวคนสนิทของนายวัฒนา ไว้ที่กองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ (ม.พัน4รอ.) สนามเป้า เพื่อขยายผลในคดีต่อไปว่ามีใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ ทั้งนี้ผู้ต้องหายังให้การรับสารภาพว่าได้ซื้อดินดำที่ร้านค้าย่านสะพานพระราม 7 เพื่อนำมาประกอบระเบิด