วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใต้รัฐธรรมนูญเดียวกัน

ผิดความคาดหมาย กกต.ไม่ได้โต้แย้งร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญในประเด็นที่จะทำให้ กกต.พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ ซึ่งมีสิทธิที่จะทำได้ แต่ กกต.กลับเลือกที่จะใช้สิทธิเห็นแย้ง เกี่ยวกับเรื่องอำนาจของ กกต. อาจเป็นเพราะว่าไม่มีเหตุผลชัดเจนที่จะคัดค้านการถูกโละ ทั้งยังกลัวถูกมองว่าเป็นการต่อสู้เพื่อรักษาตำแหน่ง เป็นประโยชน์ส่วนตน

แต่ กกต.มีมติเห็นแย้งใน 2 ประเด็น ประเด็นแรก รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ กกต.มีอำนาจจัดหรือดำเนินกรจัดการเลือกตั้ง ส.ส. รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ร่าง พ.ร.บ.ของ สนช.กลับเขียนใหม่ให้ กกต.มีอำนาจเพียง “มอบหมาย” ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดการเลือกตั้งเอง น่าจะขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน

ถ้าหากรัฐธรรมนูญต้องการให้ท้องถิ่นจัดการเลือกตั้งตนเอง ก็ไม่จำเป็นต้องเขียนไว้ให้เป็นอำนาจ กกต. แต่สามารถบัญญัติไว้ในหมวดที่ว่าด้วยการปกครองท้องถิ่น และระบุให้ชัดเจนว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีอำนาจจัดการเลือกตั้งส่วนท้องถิ่น แต่รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติเช่นนั้น เพราะกลัวว่าถ้าให้ท้องถิ่นจัดการเอง อาจเละตุ้มเป๊ะ

ประเด็นที่ 2 ที่ กกต.คัดค้าน กรณีที่รัฐธรรมนูญให้ กกต.แต่ละคนมีอำนาจสั่งยับยั้ง แก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกการเลือกตั้งเพื่อให้เลือกตั้งใหม่ได้ หากพบเห็นว่ามีการกระทำอันควรสงสัย ว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม แต่ร่าง พ.ร.บ.ของ สนช.กลับให้ กกต.แต่ละคน เพียงแต่ชะลอการเลือกตั้ง และนำเสนอที่ประชุม กกต.ทั้งคณะ

ประเด็นนี้ก็อาจขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ที่มอบอำนาจให้ กกต.แต่ละคน ในการตัดสินการทำผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เพื่อให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์ โดยไม่ต้องรอการประชุม กกต.ทั้งคณะ 7 คน ข้ออ้างที่สำคัญอย่างหนึ่งในการโละ กกต.ทั้งคณะ อ้างว่ามีอำนาจมากขึ้น แต่ร่างกฎหมายลูกของ สนช.กลับลดอำนาจ กกต.

อาจมองได้ว่า ร่างกฎหมายลูกของ สนช. มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เช่น รัฐธรรมนูญให้ กกต.มีอำนาจจัดการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น แต่กฎหมายลูกแก้เป็นให้ กกต. “มอบหมาย” ให้องค์กรท้องถิ่นจัดการเลือกตั้งเอง รัฐธรรมนูญให้ กกต. แต่ละคนมีอำนาจยับยั้งการทำผิดกฎหมาย หรือจัดการเลือกตั้งใหม่ แต่กฎหมายลูกแก้เป็นให้ชะลอการเลือกตั้ง

รัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งผ่านการลงประชามติของคนไทยทั้งประเทศ บัญญัติไว้ชัดเจนว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติของกฎหมายใดขัดต่อรัฐธรรมนูญ “ใช้บังคับไม่ได้” สภาก็ไม่อาจแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ตามใจ รัฐธรรมนูญเปิดช่องให้เซ็ตซีโร่องค์กรอิสระได้ แต่ต้องปฏิบัติต่อทุกองค์กรโดยเสมอหน้า เพราะอยู่ใต้รัฐธรรมนูญเดียวกัน.