บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไฟนรกลอนดอน ตายเพิ่มเป็น17ศพ ทูตติดต่อไม่ได้1ครอบครัวไทย

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุพระเพลิงผลาญอาคารที่พัก “เกรนเฟลล์ ทาวเวอร์” ทะยานหลักสิบราย หลังเจ้าหน้าที่สามารถคุมเพลิงได้และเข้าไปตรวจสอบภายในเบื้องต้นคาดยอดตายเพิ่มอีก หลังมีผู้สูญหายเพียบ “ควีนเอลิซาเบธที่ 2” ทรงมีพระราชดำรัสแสดงความเสียพระราชหฤทัยและทรงให้กำลังใจต่อผู้สูญเสีย ด้าน “เจ้าชายวิลเลียมและพระชายา” ทรงบริจาคเงินทุนบรรเทาทุกข์ ขณะเดียวกันคนในสังคมเริ่มตั้งข้อกังขาถึงการปรับปรุงตึก ใช้เป็นแกนพลาสติกเป็นส่วนประกอบ แบบเดียวกับที่อาคารสูงหลายแห่งในฝรั่งเศส ยูเออีและออสเตรเลียเคยใช้และเกิดเพลิงไหม้รุนแรงมาก่อน

กรณีเหตุไฟไหม้อาคารที่พักอาศัยสูง 24 ชั้นชื่อว่า “เกรนเฟลล์ ทาวเวอร์” ที่มีห้องพักราว 120 ห้องในย่านนอร์ธ เคนซิงตัน ทางตะวันตกกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่ช่วงเวลา 01.00 น. ของวันที่ 14 มิ.ย.ตามเวลาท้องถิ่น เปลวเพลิงโหมไหม้อย่างรวดเร็วกระทั่งเผาวอดจนดำไปทั้งอาคาร แม้ยอดผู้เสียชีวิตเบื้องต้นมีไม่มาก แต่เจ้าหน้าที่คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก เพราะยังตรวจสอบไม่ได้ทั้งหมด และยังไม่พบตัวผู้อยู่ในตึกอีกจำนวนมาก

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า เจ้าหน้าที่อังกฤษแถลงยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มจาก 6 รายในเบื้องต้น เป็น 17 รายแล้ว คาดว่ายอดผู้เสียชีวิตจะมีเพิ่มอีก เพราะยังมีคนสูญหายอีกเยอะ อีกทั้งเชื่อกันว่าขณะเกิดเหตุมีผู้อยู่ในอาคารหลายร้อยคน ส่วนใหญ่กำลังนอนหลับในห้องพัก โดยในส่วนของผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาได้จำนวน 65 คน ด้านในกลุ่มผู้บาดเจ็บกว่าครึ่งร้อยนั้น มียังนอนโรงพยาบาล 37 คนในจำนวนนี้อาการสาหัส 17 คน

นางแดนี ค็อตตัน ผู้อำนวยการกองดับเพลิงกรุงลอนดอน เปิดเผยว่า ทีมดับเพลิงสามารถดับไฟได้หมดแล้วและเข้าถึงชั้นบนสุดของอาคาร แต่ทำได้เพียงการสำรวจคร่าวๆ จากทางประตูห้อง เพราะห่วงเรื่องความ ปลอดภัย และต้องลงมาประเมินสถานการณ์ หาทางทำให้ซากอาคารที่ถูกไฟไหม้มีความปลอดภัยเพื่อว่าจะเข้าไปค้นหาอย่างละเอียด ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาหลายสัปดาห์ จึงจะตรวจสอบความเสียหายได้ทั้งหมด

อาคารเกรนเฟลล์ หลังนี้ สร้างมาตั้งแต่ พ.ศ.2517 และเพิ่งได้รับการบูรณะซ่อมแซมอาคารใหม่เสร็จสิ้นไปเมื่อเดือน พ.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งพบว่ามีการใช้แกนพลาสติกเสริมวัสดุห่อหุ้มแทนที่จะใช้วัสดุกันไฟทางเลือกตามธรรมชาติและติดตั้งระบบทำความร้อนส่วนรวม ทำให้หลายฝ่ายเพ่งเล็งไปที่เรื่องการปรับปรุงอาคารว่า อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เปลวเพลิงโหมไหม้อย่างรวดเร็วและรุนแรง

สำหรับการใช้แกนพลาสติกเป็นส่วนประกอบหนึ่งของวัสดุห่อหุ้มติดกับกำแพงคอนกรีตด้านนอกอาคารเริ่มนิยมใช้กับอาคารหลายแห่งทั่วกรุงลอนดอน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อทำเป็นฉนวนกันความร้อนและเสริมแต่งรูปลักษณ์อาคารเก่าให้ดูใหม่สวยงาม และเป็นวิธีการเดียวกับที่เคยใช้กับอาคารสูงหลายแห่งในฝรั่งเศส สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และออสเตรเลีย ที่เคยเกิดไฟไหม้และเปลวเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วมาแล้ว อย่างไรก็ตาม บริษัทไรดอน ผู้รับเหมาปรับปรุงอาคารเกรนเฟลล์ แถลงดำเนินการถูกต้องตามระเบียบก่อสร้างทุกประการ

ขณะเดียวกัน ยังมีคำถามคาใจผู้คนในสังคม เรื่องที่ว่าเหตุใดจึงไม่มีระบบสปริงเกอร์ ฉีดน้ำดับไฟในตึกเกรนเฟลล์ ซึ่งหากมีสปริงเกอร์ ก็อาจชะลอการลุกลามของเปลวเพลิงได้ รวมทั้งยังไม่มีระบบเตือนควันไฟกลางที่จะทำหน้าที่ส่งสัญญาณเตือนผู้อยู่อาศัยกรณีเกิดไฟไหม้ อีกทั้งคำแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยอยู่แต่ในห้องและให้ใช้ผ้าขนหนูอุดปิดช่องกันควันไฟขณะรอคอยความช่วยเหลือ ก็เป็นอีกคำถามว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้หรือไม่ เพราะขณะเกิดไฟไหม้โหมถึงจุดรุนแรง หน่วยดับเพลิงขึ้นไปได้แค่ชั้น 12 ของตึกเท่านั้น และมีข่าวว่าหลายคนทำตามคำแนะนำดังกล่าวซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่รู้ชะตากรรม

นอกจากนี้ ในระหว่างและก่อนการปรับปรุงอาคาร สมาคมผู้อยู่อาศัยของตึกเกรนเฟลล์ ได้ร้องเรียนให้ผู้บริหารจัดการอาคารเกรนเฟลล์ปรับปรุงระบบป้องกันเหตุอัคคีภัย แต่ไม่ได้รับการใส่ใจ ซึ่งอาจเป็นเพราะไม่ใช่ย่านอยู่อาศัยของคนรวย ปัญหาร้องเรียนจึงถูกมองข้ามข่าวระบุด้วยว่า นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษ ซึ่งลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุในวันที่ 15 มิ.ย. ตามวันเวลาท้องถิ่น ได้ประกาศจะให้มีการสอบสวนอย่างรอบด้าน เพื่อหาสาเหตุและบทเรียนเพื่อป้องกันเกิดเหตุซ้ำ

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความตระหนกตกใจของชาวลอนดอนและคนอังกฤษ ก็มีผู้คนจำนวนมากแสดงน้ำใจ แห่บริจาคเงินและข้าวของช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างล้นหลาม ทั้งผ่านช่องทางออนไลน์และขนลำเลียงมาให้ถึงที่ หลังหลายครอบครัวต้องกลายเป็นคนไร้บ้านจากเหตุไฟไหม้ ซึ่งในกลุ่มผู้บริจาคยังรวมถึงเจ้าชายวิลเลียม องค์รัชทายาทลำดับ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษและเจ้าหญิงแคทเธอรีน พระชายา ทรงร่วมบริจาคเงินทุนบรรเทาทุกข์ช่วยผู้ประสบเหตุไฟไหม้ด้วย ขณะที่สมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 พระประมุขแห่งอังกฤษ ทรงมีพระราชดำรัสแสดงความเสียพระราชหฤทัยและทรงให้กำลังใจต่อผู้สูญเสียและบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ไฟไหม้อาคารเกรนเฟลล์ พร้อมทั้งทรงสดุดีความกล้าหาญของเหล่านักดับเพลิงที่เสี่ยงชีวิตช่วยเหลือผู้อื่น

วันเดียวกัน ที่กระทรวงการต่างประเทศ น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุการณ์เพลิงไหม้อาคารเกรนเฟลล์ ทาวเวอร์ ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ว่าสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน ได้ตรวจสอบกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทราบว่ามีผู้เสียชีวิต 17 ราย ผู้บาดเจ็บ 70 ราย สำหรับกรณีที่มีคนไทยซึ่งอาศัยอยู่ในอาคารดังกล่าว 3 ครอบครัวนั้น สถานเอกอัครราชทูตไทยติดต่อ 2 ครอบครัวได้แล้ว ซึ่งแม้ยังมีอาการตกใจ แต่ได้ย้ายไปอยู่ในที่ปลอดภัย ขณะที่อีก 1 ครอบครัวที่เหลือ สถานเอกอัครราชทูตไทย ยังพยายามติดต่ออยู่