บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เคยเป็นนักมวยเลยมือเท้าหนัก ผัวฆ่าเมียวัย60 บันดาลโทสะสำลักข้าวที่ป้อน

คุมตัวผัวใหม่ ฆ่าเมียวัย 60 ทำแผน ท่ามกลางชาวบ้านรอสาปแช่ง ก่อนหน้ารับสารภาพบันดาลโทสะ อ้างเมียป่วยไม่ค่อยมีแรง เลยหาข้าวมาป้อนแต่เกิดสำลัก ทำให้โมโหลงไม้ลงมือ แต่เพราะเคยเป็นนักมวยเก่า เลยมือเท้าหนักจนถึงตาย จึงนำศพไปฝังอำพราง ...

จากกรณีสามีใหม่ฆ่าภรรยาวัย 60 ปี ก่อนจะขุดหลุมฝังอำพรางคดีไว้ข้างบ้านพัก ก่อนที่หลานของเหยื่อจะมาพบ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น (ย่าหาย! หลานจุดธูปขอให้เจอ เดินตามกลิ่นเหม็น พบเป็นศพถูกฝังข้างบ้าน)

ความคืบหน้าเวลา 15.30 น. วันที่ 15 มิ.ย. 60 ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ธรรมมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รองผบก.ฯ พ.ต.อ.สมชัย อินตาพวง รอง ผบก.ฯ พ.ต.อ.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบกฯ สมุทรปราการ พ.ต.อ.ต่อพงษ์ ตันตระวาณิชย์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ พ.ต.ท.ธงรบ แจ้งจิต รอง ผกก.สสฯ ได้ร่วมกันแถลงจับกุม นายวิจิตร พันธุ์ภู่ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90/291 ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่น ซ่อนเร้นหรือย้ายทำลายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย จับกุมได้ที่ริมคลองชลประทานสายท่าเรือ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ช่วงเช้าวันเดียวกัน

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ภายหลังจากขุดพบศพ และทราบว่าผู้ตายคือ นางสุรัก อุ้มญาติ จากการสอบสวนพยานแวดล้อม จึงเชื่อว่าฆาตกรที่ลงมือฆ่า น่าจะเป็น นายวิจิตร ซึ่งเป็นสามีใหม่ คบหามาได้ 1 ปีกว่า เนื่องจากได้หายตัวออกจากบ้านไปอย่างมีเงื่อนงำ และชาวบ้านยังบอกว่าชอบทำร้ายนางสุรักโดยการทุบตี และต้มน้ำร้อนลวก จนนางสุรักเคยได้รับบาดเจ็บมาหลายครั้ง จากแนวทางการสืบสวนแกะรอยตามเส้นทางการหลบหนี จนทราบว่านายวิจิตได้หลบหนีไปทำงานอยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จึงติดตามไปจับกุมตัวเอาไว้ได้

ด้าน พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ กล่าว่า จากการสอบสวน ผู้ต้องหาอ้างว่า ก่อนหน้านี้ผู้ตายติดเหล้าจนเรื้อรัง นายวิจิตร จึงได้พยายามให้หยุดอยู่หลายครั้ง แต่ผู้ตายก็ยังแอบกิน จนต้องใช้วิธีหักดิบ ทำให้ผู้ตายไม่มีเรี่ยวแรง กระทั่งวันที่ 29 พ.ค. เวลาประมาณ 19.00 น. นายวิจิตรได้ไปซื้อข้าวต้มมาป้อนผู้ตาย แต่สภาพร่างกายไม่สามารถทานเข้าไปได้ จึงทำให้สำลักข้าวออกมา จึงบันดานโทสะลงมือทำร้าย โดยการเตะต่อย จนเสียชีวิต ซึ่งผลชันสูตรออกมาว่าผู้ตายกระดูกโหนกแก้มหัก กรามหัก และซี่โครงหัก จากนั้น นายวิจิตร จึงได้ใช้เสียมขุดดินฝังร่างผู้ตายไว้ข้างรั้วบ้าน และออกไปทำงานก่อสร้างตามปกติ จนศพเริ่มส่งกลิ่น และชาวบ้านสอบถามนายวิจิตรได้ตอบว่าเป็นกลิ่นของสุนัขที่ตนเองฝังไว้ข้างบ้าน จนช่วงเช้า วันที่ 13 มิ.ย. ระหว่างออกไปทำงาน ทราบข่าวว่ามีคนพบศพนางสุรักแล้ว จึงได้หลบหนีไปทำงานรับจ้างเลี้ยงเป็ดอยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ทั้งนี้ นายวิจิตรยังอ้างอีกว่า สาเหตุที่ทำให้มือเท้าหนัก เนื่องจากเคยเป็นนักมวยเก่ามาก่อน

จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายวิจิตรไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ซอยอยู่สุข 13 ถนนศรีนครินทร์ ต.บางเมือง อ.เมืองสมุทรปราการ ซึ่งเป็นจุดพบศพผู้ตาย บรรยากาศโดยรอบมีประชาชนให้ความสนใจเข้ามามุงดูเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้กั้นพื้นที่โดยรอบไว้เพื่อความปลอดภัย หวั่นผู้ต้องหาถูกรุมประชาทัณฑ์ ขณะเดียวกัน ชาวบ้านเห็นหน้านายวิจิตร ต่างตะโกนสาปแช่งถึงความโหดเหี้ยมของผู้ต้องหา โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก่อนที่จะคุมตัวขึ้นรถส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป