วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นิ้ง กุลสตรี ยังสวยเป๊ะ ไม่คิดคืนวงการ เผยกรณีพี่สาวหย่า เอกพันธ์

นิ้ง กุลสตรี รับคิดถึงวงการบันเทิงหลังห่างหายไปนาน 12 ปี แต่ไม่คิดหวนวงการเพราะอยากทำหน้าที่แอร์โฮสเตสให้ดีที่สุด

เผยที่ผ่านมามีคนติดต่องานในวงการบันเทิงบ้างแต่ตอนหลังไม่ค่อยมีเพราะรู้ว่าตารางบินของตนแน่น ไม่คิดมีลูกเพราะอายุเลยวัยมาแล้วและเคยพยายามแล้วแต่ไม่สำเร็จ

ไม่ขอพูดกรณียุ้ย คนึงนิจ พี่สาวหย่ากับไทด์ เอกพันธ์ บอกเป็นเรื่องคนสองคน แต่ทุกอย่างที่อยู่ในเฟซบุ๊กของพี่สาวไม่มีทางโกหกเรื่องวันที่ได้อยู่แล้ว บอกตั้งแต่มีข่าวมาก็ไม่ได้คุยกับพี่สาวถึงเรื่องนี้เพราะอีกฝ่ายโฟกัสเรื่องการเลี้ยงลูกมากกว่า

ห่างหายจากวงการไปนานถึง 12 ปีเต็มสำหรับอดีตนางเอกสาวหน้าหวาน นิ้ง กุลสตรี ศิริพงศ์ปรีดา ล่าสุดมาร่วมงานกิจกรรม “AirAsia Cabin Crew Junior Camp ติดปีกตัวน้อย บินสู่ฝัน” ณ คิดส์ซาเนีย ชั้น 5 ฝั่ง North ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เลยได้โอกาสอัพเดตชีวิตของเจ้าตัวในเวลานี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง รวมถึงกรณีข่าวนักแสดงหนุ่ม ไทด์ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ หย่ากับ ยุ้ย คนึงนิจ ศิริพงศ์ปรีดา ซึ่งเป็นพี่สาวของเธอด้วย

ไม่เจอกันนานมาก ไม่ได้ออกงานเลย?
"ก็โฟกัสที่การทำงานบนเครื่องบินอย่างเดียวค่ะ สนุกและมีความสุขเพราะว่าทุกวันที่ตื่นมาและไปบินก็มีความสุขที่ได้เจอผู้โดยสาร มีความสุขมากๆ ค่ะ"

คิดถึงวงการบันเทิงบ้างไหม?
"ลึกๆ นะคิดถึงมาก แต่ก็ต้องทำอย่างใดอย่างนึงให้ดีที่สุดก่อนค่ะ ถามว่ามีคนติดต่องานในวงการบ้างไหม ช่วงแรกๆ ก็มีนะคะ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยมีแล้วค่ะ เพราะเขารู้ว่านิ้งจะขอพักเลยค่ะ"

จะมีโอกาสไปร่วมงานแบบรับเชิญให้แฟนๆ หายคิดถึงบ้างไหม?
"ตอนนี้ยังค่ะ"

ห่างหายจากวงการไปนานกี่ปีแล้ว?
"12 ปีค่ะ ถามว่าไม่มีผลงานบันเทิงเลยเหรอ ก็มีสัมภาษณ์ค่ะ และมีออกรายการนิดหน่อย ตอนนี้ก็คือตัดเลยค่ะเพราะว่าอยากทำงานอย่างเดียว เพราะตารางบินค่อนข้างจะแน่นค่ะ"

ยังไม่ใจอ่อนที่จะกลับมารับงานในวงการบันเทิง?
"ยังเลยค่ะ"

เรียกว่าลาวงการเลยใช่ไหม?
"ใช่ค่ะ ไม่ใช่ว่าเพราะรวยแล้ว ไม่ใช่เพราะหยิ่งนะคะ แต่เป็นคนที่เวลาอยากทำอะไรก็ทำให้ดีที่สุดค่ะ ยิ่งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินไม่ใช่แค่เราสอบได้แล้วไปบินเลยแล้วเดินสวยๆ ในแต่ละวัน

หนังสือเราก็ต้องพก ทุกวันนี้ถ้าใครเห็นกระเป๋าที่เอามาด้วยจะเห็นว่าพกหนังสือมาอ่านตลอดเวลา เพราะเรื่องความปลอดภัยสำคัญมาก ทุกวันเราต้องเจอผู้โดยสารไม่สบาย เราจะได้ดูแลผู้โดยสารได้ดีที่สุดค่ะ"

เวลาไปทำงานยังมีคนจำเราได้ไหม?
"มี ก็มีขอถ่ายรูปกันค่ะ ก็ดีใจมากๆ ค่ะ ส่วนมากจะเป็นคุณแม่อายุ 40 อัพแล้วจะเรียกพี่นิ้งๆ และให้ถ่ายรูปกับลูก เพราะลูกอยากเป็นแอร์โฮสเตส อยากเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน แล้วมีน้องคนนึงเรียนปริญญาตรี วันนี้เป็น Cabin Crew ละค่ะ เป็นลูกเรือของแอร์เอเชีย

แล้วเขาก็ให้ดูรูปตอนที่เขายังเป็นผู้โดยสารบินไปไฟลต์ภูเก็ตกับนิ้ง เขาก็ขอถ่ายรูป พอวันนี้เขามาเป็น Cabin Crew เขาก็เอารูปมาให้ดูแล้วถามว่าพี่นิ้งจำรูปนี้ได้มั้ย พี่นิ้งแหละทำให้หนูอยากเป็นลูกเรือค่ะ"

แต่งงานก็ครบรอบ 10 ปีแล้ว?
"ใช่ค่ะ จะ 11 ปีแล้วค่ะในเดือน ธ.ค.นี้ ความรักก็ดีนะคะ เราเป็นคู่ที่เรียบๆ ง่ายๆ ไม่หวือหวา มีความสุขทุกวันที่เป็น ต่างคนต่างทำงาน กลับมาก็เจอกันค่ะ ถามว่าได้บินด้วยกันไหมไม่ได้บินค่ะ สามีจะอยู่แอร์เอเชียเอ็กซ์ลำที่ 330 ส่วนนิ้งจะอยู่ลำที่ 320"

ไม่คิดจะมีน้องเหรอ?
"ไปทำทุกอย่างแล้วค่ะ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ตอนนี้ก็เลยวัยแล้วเนอะ ส.ค.นี้ก็อายุ 44 ปีแล้วค่ะ ก็ไม่มีโอกาสแล้วค่ะ ถามว่าเกี่ยวกับทำงานหนักรึเปล่าไม่เกี่ยวค่ะ ตอนนั้นบริษัทดีมาก ให้โอกาสนิ้งได้พัก

แต่ก็ไม่ติดค่ะ ตอนนี้หยุดแล้วค่ะเพราะเราเครียดเกิน พอหยุดทำก็มีความสุขมากค่ะ ตอนนี้ก็มีหลาน ดูแลตั้งแต่อายุ 4 เดือน ตอนนี้ 6 ขวบกับอีกเดือนกว่าแล้วค่ะ

ใจอยากมีลูกมาก ทุกครั้งที่ถามก็จะร้องไห้ทุกที ตอนนี้มันเลยไปแล้วค่ะ ก็เลี้ยงหลาน แต่หลานจะเรียกนิ้งว่าหม่าม้า เรียกสามีว่าป่าป๊า เรียกคุณพ่อคุณแม่ซึ่งเป็นน้องชายนิ้งว่าป่าปี๊กับหม่ามี้ ซึ่งเขาก็จะมาทุก 2 อาทิตย์ มาอาทิตย์ละวัน มาหาเราค่ะ

ตอนนี้ก็เลี้ยงหลานไปค่ะ คือสามีพูดมาคำนึงแล้วเราหยุดทุกอย่าง เขาบอกว่าเราควรจะจับมือกันและอยู่ด้วยกันตอนแก่ เพราะถึงเรามีลูก เราก็ไม่รู้ว่าลูกจะเลี้ยงเรารึเปล่า เอาเป็นว่าเราดูแลกันและกันก็พอเนอะ ก็โอเค เขาเข้าใจเราก็พอแล้วค่ะ เพราะเราก็มีแค่ 2 คนค่ะ"

ขออนุญาตถามเรื่องราวครอบครัวของพี่ยุ้ย คนึงนิจ?
"อันนี้นิ้งขอไม่พูดถึงนะคะ เพราะมันเป็นเรื่องของอีกสองท่าน คือเขาเป็นคนตัดสินใจของเขาเอง ตัวนิ้งขอไม่ยุ่งดีกว่า"

พี่ยุ้ยมีมาปรึกษาอะไรเราบ้างไหม?
"ทุกวันนี้มีความสุขดี เลี้ยงลูก ส่งลูกไปโรงเรียน แล้วก็ไปรับลูกกลับบ้าน เป็น 4 สาว วุ่นวายยุ่งเหยิง ที่บ้านจะมีแม่ครัวทำกับข้าวอยู่มา 20 กว่าปีแล้ว ตื่นเช้าตื่นมาก็จะยุ่งสั่งอาหารให้พี่ครัวทำให้ ทานเสร็จแล้วก็ขับไปส่งที่สตรีวิทยา กับราชินี พี่เขาเป็นคนดูแล 4 คน จากที่ได้คุยกัน ที่ได้เห็น ที่ได้เจอ"

จากที่เราเห็นพี่ยุ้ยมีเครียดเรื่องนี้ไหม?
"อืม...ก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะ ขอไม่ตอบได้ไหม ต้องไปถามพี่เขาเอง ถามเราเราตอบไม่ถูก แล้วเดี๋ยวก็บาปเราอีก ขอไม่พูดดีกว่า แต่หลานๆ ก็มีความสุขดีค่ะ ทุกวันนี้เท่าที่เข้าไปดูในเฟซบุ๊กของคุณคนึงนิจ หลังๆ ก็มีความสุข ก็อยู่กับคุณแม่ ก็ไปรับไปส่งหลานไปโรงเรียน"

หลานๆ เข้าใจสถานภาพของพ่อแม่ไหม?
"อ๋อ อันนี้ไม่รู้ค่ะ ไม่ได้ถามเขา เพราะว่าเด็กน้อยอยากให้เขาตั้งใจเรียน เจอเขาก็จะถามว่าเรียนเป็นยังไงบ้าง สอบถึงไหนแล้ว เป็นยังไงเรื่องเรียน เด็กๆ เขาก็จะไม่ค่อยชอบ เพราะเราเป็นคนดุเรื่องเรียนมาก"

ตัวเราเองมีโอกาสได้ให้กำลังใจอะไรไหม เพราะข่าวที่ผ่านมาก็หลายอย่างมากเลย?
"คือเราทำตัวเป็นกลางมากกว่า อยู่กับเขาก็ทำทุกอย่างให้เป็นปกติ เราจะไม่พูดถึงต่อหน้าเด็กๆ เราจะรู้กันและกัน

คือเอาง่ายๆ พี่ยุ้ยเราโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ป๊านิ้งเป็นคนโต ของพี่ยุ้ยเป็นคนที่สอง เราจะโตมาด้วยกันโดยที่อาม่าเป็นคนเลี้ยง เราอยู่ด้วยกันแค่มองตากันเราก็รู้ ไม่ต้องพูดอะไร"

คือไม่ได้พูดเรื่องนี้กันเลยตั้งแต่มีข่าวมา?
"ไม่พูด พี่ยุ้ยเขาเป็นผู้ใหญ่มาก เป็นผู้ใหญ่จริงๆ เขาอยากให้ดูแลลูกเขาให้ดีที่สุด อยากให้ลูกเขาได้เรียนดีที่สุด เรียนมากที่สุด ปิดเทอมก็อยากให้เรียนพิเศษมากที่สุด"

ในส่วนเราเคยเห็นเขาอยู่เป็นครอบครัวพร้อมหน้ากันไหม?
"ขอไม่บอกได้ไหมคะ ไม่พูด เรื่องนี้ขอไม่พูดดีกว่า ไปดูเขาเองดีกว่า แต่ทุกอย่างมันโชว์ เฟซบุ๊กมันไม่โกหกวันที่ อันนี้ก็ต้องไปดูกันต่อค่ะ".