บริการข่าวไทยรัฐ

สำรวจพบชีวิตคนคอนโด กทม.สุดเครียด ขาดปฏิสัมพันธ์ สุขภาพย่ำแย่

สำรวจพบชีวิตคนคอนโด กทม. พบภาวะเครียด-ขาดปฏิสัมพันธ์ สุขภาพย่ำแย่จากฝุ่นละอองและเชื้อโรค เสี่ยงต่อโรคตึกเป็นพิษ แนะควรหาโมเดลบริหารจัดการชุมชนเพื่อสร้างสุขภาวะร่วมกัน

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 60 นพ.ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ ผอ.สำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. กล่าวว่า จากการสำรวจพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยอาคารชุดใน กทม. พบว่า มีวิถีชีวิตที่เร่งรีบตอนเช้า และกลับค่ำ ส่งผลต่อสภาวะความเครียด ขาดปฏิสัมพันธ์ และละเลยกฎการอยู่ร่วมกัน ขาดการดูแลสุขภาพ และเสี่ยงต่อโรคตึกเป็นพิษ (Sick Building Syndrome : SBS) โดยจะมีอาการปวดหัว คลื่นไส้ คัดจมูก ไอ จาม เกิดผดผื่นคัน ระคายเคืองตา ซึ่งเกิดจากระบบหมุนเวียนอากาศ ฝุ่นละออง และเชื้อโรคภายในตึก

ทั้งนี้ จากการหาโมเดลการบริหารจัดการชุมชน อาคารชุด และแนวทางสร้างสุขภาวะของผู้อยู่อาศัยและใช้ชีวิต ในอาคารชุด ทดลองนำร่องใน 5 ชุมชน พบว่า วิธีที่ได้ผลคือ การหาแกนนำในพื้นที่มาขับเคลื่อน เรียกว่า แกนนำ “Sook Fa” โดยพัฒนาให้มีความรู้เรื่องสุขภาพที่ดี ทั้ง 4 มิติ ได้แก่ กาย ใจ สังคม และปัญญา ทักษะการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม ทักษะการฟังเพื่อจัดการความขัดแย้ง เรียนรู้การออกแบบกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาวะ และฝึกออกแบบกิจกรรมจริงอีกด้วย

นางสาวสมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ เมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากตัวอย่าง การสร้างเสริมสุขภาพที่เกิดขึ้นในชุมชนอาคารชุด 5 พื้นที่ เช่น กิจกรรมการฉีดวัคซีน การกำจัดแมลง ทำให้มีชุดความรู้ในการส่งเสริมสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในตึกสูงมากขึ้น และผลที่ได้คือ ความขัดแย้งลดลง ผู้จัดการชุมชนได้รับการยอมรับ ผู้อยู่อาศัยมีส่วนร่วมมากขึ้น โดยโจทย์ท้าทายของการทำงานต่อไปคือ การคัดนิติบุคคลที่มาบริหารจัดการอาคารชุด ที่มีทักษะการสร้างการมีส่วนร่วม พร้อมที่จะเรียนรู้ และเผยแพร่ความรู้เรื่องสุขภาวะชุมชน เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

พญ.ผุสดี พรหมายน ผอ.กองสร้างเสริมสุขภาพ สำนักอนามัย กทม. กล่าวว่า ต้องมีการส่งเสริมกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ การรักษามาตรฐานการให้บริการของเจ้าหน้าที่ และเปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็น ซึ่งรูปแบบการบริหารจัดการชุมชนอาคารชุด กทม. มีแผนต่อยอดการทำงาน ด้วยการเพิ่มเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อเพิ่มศักยภาพการดูแลสุขภาวะแก่ผู้อยู่อาศัยต่อไป