บริการข่าวไทยรัฐ

ละอายจนต้องฆ่าตัวตาย เรื่องที่ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ควรระวัง

โดย ครูเคท

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวที่เพิ่งจะมีข่าวสุดแสนเศร้าที่นักเรียนชายคิดสั้นโดดตึกฆ่าตัวตายเหตุเพราะถูกจับได้ว่าขโมยเงินเพื่อน ซึ่งเหตุจูงใจจริงเท็จอย่างไรยังสรุปไม่ได้ ก็จะไม่ขอวิเคราะห์ให้มั่วไป แต่จะขอหยิบยกประเด็นเรื่องความรู้สึกผิดกับความละอาย ซึ่งอาจเป็นแรงจูงใจให้คนคิดสั้นด้วยขาดสติเพียงชั่ววูบก็ได้

อ่านเพิ่มเติม: ทำไมต้องบีบคั้น? แม่ ม.5 โต้ ร.ร.ไม่เคยเชิญไปรับทราบ ลูกขโมยเงิน

คนเราเมื่อกระทำอะไรผิดแผกไปจากจริยธรรมในใจของตนเองก็จะเกิดความรู้สึกผิด หรือละอายขึ้นมาได้ ความรู้สึกทั้งสองอาจเกิดขึ้นพร้อมกันหรือแยกกันก็ได้ ความรู้สึกผิด หรือ guilt หมายถึงการรับรู้ว่าการกระทำของเราได้ไปทำร้ายคนอื่นหรือทำให้คนอื่นเดือดร้อน ส่วนความละอาย หรือ shame หมายถึงการรู้สึกว่าตัวของเราเองนั้นไม่ดีหรือไม่มีค่า ดังนั้นความแตกต่างระหว่างทั้งสองคำก็คือ ความรู้สึกผิด หรือ guilt มีความสัมพันธ์กับผู้อื่น ส่วน ความละอาย หรือ shame มีความสัมพันธ์กับตัวของเราเอง ซึ่งคนที่ทำผิดอาจรู้สึกผิดควบคู่กับละอาย (เช่น ขโมยของคนอื่นและถูกจับได้) หรือรู้สึกผิดแต่ไม่ละอาย (เช่น ขโมยของคนอื่นแต่ไม่มีใครจับได้) หรือ ไม่รู้สึกผิดแต่ละอายได้ (ไม่ได้ทำผิด แต่อายเพราะรู้สึกตนเองด้อยกว่าคนอื่น) หรือไม่รู้สึกผิดและไม่ละอาย (อันนี้น่าจะเข้าข่ายเป็นโรคจิต)

ดังนั้นในกรณีที่เป็นข่าว (หากเหตุจูงใจเป็นไปตามข่าวว่าไว้) คนที่ขโมยของคนอื่นจะรู้สึกผิดและ/หรือละอายก็ได้ การจะไปตัดสินว่าใครถูกใครผิด เป็นเรื่องซับซ้อนและแทบจะไม่มีใครสามารถตัดสินได้อย่างถูกต้องเลย ว่าในขณะนั้นความรู้สึกอะไรผลักดันให้เขาตัดสินใจทำอะไรไปอย่างนั้น

จะขอยกทฤษฎีของ ซิกมันด์ ฟรอยด์ ขึ้นมาอธิบาย การที่เราไปขโมยของของคนอื่น ไม่ว่าจะถูกจับได้หรือไม่มีใครรู้ก็ตาม “หิริโอตตัปปะ หรือ super-ego” ของคนเราจะรับรู้ “ความต้องการของตัวเรา หรือ Id” ว่าอยากได้ของของคนอื่น แต่ Id นี้ไม่ได้เอาชนะใจคนเราให้ทำผิดได้ง่าย เพราะจะต้องต่อสู้กับ “ego หรือ อัตตา” จะคำนึงถึงหลักแห่งความเป็นจริงและตัวตนของเราเป็นหลัก

ดังนั้นเมื่อ Id อยากได้ของของคนอื่น แต่ ego มองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะจะทำลายภาพลักษณ์ชื่อเสียงหรือคุณสมบัติดีๆ ที่ตนเป็นอยู่ เมื่อความรู้สึกในใจตัวเองขัดแย้งกันเอง ตุลาการอย่าง super-ego ก็ต้องออกโรง ตรวจตราบังคับใช้กฎเกณฑ์ทางจริยธรรม ทำให้เราไม่กระทำผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความผิดในทางสังคม การถูกเลี้ยงดูมาอย่างเข้มงวด ไม่ได้รับอนุญาตให้หาความสุขตามที่ใจต้องการ การถูกเลี้ยงดูมาโดยการเปรียบเทียบกับผู้อื่นทำให้รู้สึกด้อยกว่าผู้อื่น หรือการถูกตั้งความคาดหวังหรือชี้นำ ทำให้ Id และ ego มีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง จน super-ego รับมือไม่ไหว อาจก่อให้เกิดการกระทำอย่างขาดสติขึ้นได้

หากจะลองวิเคราะห์เหตุการณ์ตามข่าว แสดงว่าในอารมณ์ชั่ววูบที่ Id เกิดสูงกว่า ego มากจน super-ego จัดการไม่ไหว คนคนนั้นก็จะขโมยของคนอื่น แต่พอรู้สึกตัว ego ก็จะทำงาน ทำให้รู้สึกผิดเพราะการกระทำนั้นกระทบกระเทือนผู้อื่น และรู้สึกละอาย เพราะฉันเป็นคนดี ฉันไม่ควรทำความผิด เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นในใจอย่างรุนแรง ทำให้คนเราขาดสติและอาจตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่ควรทำด้วยอารมณ์ชั่ววูบได้ค่ะ

หากไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีกในอนาคต พ่อแม่ควรดูแลลูกให้ Id, ego และ super-ego มีความสมดุลกัน สร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกด้วยการเข้าใจตัวเองและเข้าใจผู้อื่น ฝึกการยับยั้งชั่งใจ และที่สำคัญฝึกให้คิดว่าทุกปัญหามีทางแก้ และทางแก้ไขมีหลายทางค่ะ ส่วนครูอาจารย์ควรตระหนักว่าเข้าใจว่าภูมิคุ้มกันทางใจของเด็กแต่ละคนมีไม่เหมือนกัน การลงโทษด้วยการประจานหรืออะไรก็ตาม ต้องทำด้วยความเมตตาไม่ใช้อารมณ์ค่ะ

ใครมีปัญหา ญาติพี่น้องติดกลุ่มลัทธิ ปัญหาครอบครัว ความสัมพันธ์ การทำงาน ติดโซเชียล ติดเกม panic และ phobia มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center ต้องการนัดคิว โทร. 08-1458-1165 หรือเข้าไปฝากคำถามและแชร์ประสบการณ์ในแฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer และ YouTube channels: Kate Inspirer ได้นะคะ

ครูเคท