วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รู้ไหม! ซีอีโอคนไหนมีรายได้มโหฬารมหาศาลที่สุด?

แม้ว่าพนักงานจะเปรียบเสมือนฟันเฟืองในการขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัท แต่ประธานบริษัทก็เป็นดั่งหัวรถจักรที่เป็นผู้นำทิศทางการดำเนินงานที่สำคัญ วันนี้ไทยรัฐออนไลน์จะพาไปส่องรายได้ต่อปีของ CEO บริษัทด้านเทคโนโลยีในต่างประเทศกัน ว่าหัวรถจักรในต่างประเทศนั้นทำรายได้กันไปปีละเท่าไรบ้าง เผื่อจะเป็นแรงบันดาลใจสำหรับคนทำงานให้ก้าวไปอยู่ในจุดนั้นบ้าง

อันดับที่ 5 Ginni Rometty จากบริษัท IBM ฟันรายได้ไป 32.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี (ราว 1,130 ล้านบาท)

Ginni รับตำแหน่ง CEO ของ IBM มาตั้งแต่ปี 2012 ซึ่งจริงๆ แล้วเธอเป็นลูกหม้อของ IBM มาตั้งแต่ปี 1981 เธอเข้ามาบริหารต่อในช่วงที่เรียกได้ว่าเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของบริษัทพอดี ซึ่งเธอก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่าเธอสามารถพาบริษัทก้าวข้ามผ่านวิกฤติต่างๆ นานามาได้ 

อันดับที่ 4 Meg Whitman จาก Hewlett Packard Enterprise รับรายได้เฉลี่ยต่อปีถึง 32.9 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1,151 ล้านบาท

เรียกได้ว่าภายใต้การนำของ Meg ส่งผลให้ HP ที่กำลังอยู่ในช่วงขาลงตั้งแต่ 2010 กลับมาเดินหน้าต่อทางด้านธุรกิจได้อย่างเต็มภาคภูมิเมื่อเธอเข้ามารับตำแหน่งในปี 2012 

อันดับที่ 3 Bobby Kotick จาก Activision Blizzard มีรายได้ถึง 33.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (1,158 ล้านบาท)

บริษัทผู้อยู่เบื้องหลังผลงานเกมชื่อดังมากมาย อาทิ Overwatch, World of Warcraft, Call of Duty ฯลฯ ที่มีผู้เล่นรวมกันมากกว่า 50 ล้านคน

อันดับที่ 2 Safra Catz เธอรับตำแหน่ง co-CEO ในบริษัท Oracle และรับรายได้มากถึง 40.9 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1,431 ล้านบาท

Safra คือ CEO หญิงที่มีรายได้สูงที่สุดในโลก เธอทำงานให้ Oracle บริษัทซอฟต์แวร์และคอมพิวเตอร์ชื่อดัง เธอคือเบื้องหลังผู้ผลักดันนโยบายต่างๆ และวางแผนธุรกิจให้กับบริษัทจนสร้างรายได้มหาศาลแก่บริษัทเลยทีเดียว

อันดับที่ 1 Mark Hurd ในตำแหน่ง co-CEO ของบริษัท Oracle มีรายได้เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 41.1 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1,438 ล้านบาท

อดีต CEO จาก HP ซึ่งมารับตำแหน่งประธานบริษัทร่วม Oracle กลายเป็นหัวรถจักรคนสำคัญร่วมกับ Safra ส่งผลให้ Oracle เป็นบริษัทผลิตซอฟต์แวร์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจริงๆ  

อย่างไรก็ตาม การเป็นผู้นำมักจะตามมาด้วยความรับผิดชอบอย่างใหญ่หลวง หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน นั่นหมายถึงความเสียหายอย่างมากมายมหาศาลทั้งต่อบริษัท และพนักงานที่อยู่ภายใต้การปกครอง ดังนั้นไทยรัฐออนไลน์คิดว่าไม่ว่าเราจะอยู่ในจุดไหนก็ตาม การได้เลือกงานที่เรารัก ทำแล้วสบายใจ สามารถพัฒนาตัวเองให้มีความสามารถมากขึ้น และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็กลายเป็นความสุขที่สุดแล้ว

ที่มา:

Business Insider