บริการข่าวไทยรัฐ

'มาร์ค' ชี้ ก.ม.พรรคฯ เขียนโดยผู้หวังดี แต่ไร้ประสบการณ์

"อภิสิทธิ์" พูดตรงบอกคนร่าง ก.ม.พรรคการเมือง หวังดีแต่ไร้ประสบการณ์ มองต่างให้สาขาเลือกคนแทนพรรค ปิดโอกาสคนดีหน้าใหม่ทำงานการเมือง

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.60 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง ว่า ส่วนตัวขอสรุปสั้นๆ ว่ากฎหมายนี้เขียนโดยผู้ที่หวังดี แต่ไม่มีประสบการณ์เรื่องพรรคการเมือง ทำให้การปฏิบัติหลายเรื่องสำหรับพรรคการเมืองนั้น ยุ่งยากแต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นปัญหากับพรรคการเมือง แต่ตนห่วงว่าจะนำไปสู่การสูญเสียโอกาสในหลายๆ เรื่อง และไม่มีความคาดหวังว่ามันจะเปลี่ยนแปลงอะไรกันอีกแล้ว พอกฎหมายออกมา เราก็ต้องปฏิบัติตามนั้น

ขอยกตัวอย่างความคิดที่บอกว่าต่อไปนี้การจัดระบบบัญชีรายชื่อ ขอให้เป็นเรื่องที่สมาชิกพรรคและสาขาพรรคลงคะแนนแล้วเรียงลำดับ โดยบอกว่านี่เป็นวิธีการที่จะให้มันเกิดการมีส่วนร่วมนั้น สิ่งที่ตนกลัวที่สุด คือ คนใหม่จะเข้าการเมืองช่องทางนี้แทบไม่ได้เลย เช่น ตนมีหน่วยก้านดีชวนมาเข้าการเมือง 2 คน เขาก็อาจจะบอกว่าไม่ถนัด ให้ไปลง ส.ส.เขต ก็บอกว่าบัญชีรายชื่อ ซึ่งต้องให้สาขาพรรคไปลงคะแนน แล้วสาขาพรรคเขาจะรู้จัก 2 คนนั้นดีเท่ากับคนในพรรคที่อยู่แล้วหรือไม่ แล้วเขาจะไปอยู่ลำดับที่เท่าไร อย่างนี้จะไปหาคนใหม่ๆ เข้ามาอย่างไร

"ความหวังดี คือ เขามองว่าอย่าให้กรรมการบริหารนั้นไปครอบงำกำหนดทุกอย่าง ทำไมไม่ให้สมาชิกมีส่วนร่วม แต่ความจริงแล้วเราไปดูในระบบของสากล เราจะพบว่า ทุกประเทศที่เป็นประชาธิปไตยนี้จริงอยู่ ที่บางเรื่องเขาก็ให้สมาชิกอะไรต่างๆ เลือกแต่บางเรื่องเขาก็เปิดโอกาสให้กรรมการบริหารต้องมีความยืดหยุ่นในการทำงานบ้าง จริงๆ ผมเสียดายว่า ผมเคยไปชี้แจงกับกรรมาธิการ คือ ตอนนั้นยังไม่เป็นกรรมาธิการกฎหมายนี้ แต่เป็นกรรมาธิการที่เตรียมการด้านนี้ ผมยังเคยยกตัวอย่างบอกว่าเมื่อปี 47 พรรคประชาธิปัตย์ให้ผมช่วยไปหาคนมาลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งผมตัดสินใจเลือก นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน โดยกรรมการบริหารเห็นชอบ แต่ผมจำได้เลยว่า วันนั้นสาขาพรรรคทั้งกรุงเทพฯ โทรมาต่อว่าผมบอกว่า ไม่รู้จัก ไปเอาใครมา ผมก็เลยนึกแต่เพียงว่า ถ้าระบบนี้มันใช้ตั้งแต่วันนั้น เราก็จะไม่มีโอกาสได้คนอย่างนายอภิรักษ์เข้ามาสู่การเมือง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว