บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ของกลาง 5 แสนซิม! แก๊งจีนรับจ้างกดไลค์ ไขข้อสงสัยพวกเขามาทำอะไรกัน!?

เรียกว่า ตะลึงงันกันทั้งบาง เมื่อทาง ตม.สระแก้ว สนธิกำลังกับหลายๆ หน่วยงานบุกเข้าจับกุมแก๊งคนจีนที่แอบเข้ามาทำธุรกิจลับๆ ในเมืองไทย ด้วยการรับจ้าง “กดไลค์ กดแชร์” ในบ้านเรา ...

แล้วทำไมต้องทำแบบนั้น ความคืบหน้าคดีนี้ไปถึงไหน ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงจัดให้.. โดยสอบถามความคืบหน้าของคดีนี้ไปยัง พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวาสดิ์ ผกก.ตม.จว.สระแก้ว และ พ.ต.ต.ปฐมพงษ์ ศิลปสุข สารวัตรกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อวิเคราะห์ว่ามีโอกาสที่จะก่ออาชญากรรมในเมืองไทยหรือไม่

เบื้องหลังจับกุม...สงสัยอยู่ในไทยเกินกำหนด แต่ต้องผงะ! นึกว่าร้านขายโทรศัพท์!

ผกก.ตม.จว.สระแก้ว เล่าว่า จุดเริ่มต้นของคดีนี้มาจาก พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. ซึ่งท่านน่าจะมีสายข่าวมา ได้มีคำสั่งลงมาให้ตรวจสอบกลุ่มชาวจีนกลุ่มนี้ที่เข้ามาในเมืองไทย ซึ่งทราบมาว่าอาศัยเกินกำหนดเวลา และมากันเป็นกลุ่มแก๊ง ซึ่งเราได้ติดตามเฝ้า 2-3 วัน ก็ปรากฏว่าคนพวกนี้ไม่ไปไหน...เช้า เย็น ก็แค่ออกมาซื้อข้าวกิน โดยที่ไม่ยอมออกไปไหน

เราติดตามแบบนี้มา รู้สึกว่าถ้าไม่ทำอะไรอาจจะไหวตัวหลบหนี เราจึงตัดสินใจประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ สนธิกำลังเข้าตรวจค้น..

เมื่อย่างก้าวเข้าไปถึงกับ ผงะ!... “เฮ้ย..นี่มันอะไร โทรศัพท์วางเป็นแผง นี่มันขายโทรศัพท์หรือเปล่า” ผู้กำกับ ตม.สระแก้ว กล่าวอย่างติดตลก

จากนั้นเล่าต่อว่า จากการตรวจสอบพบคนจีน 2 คน โทรศัพท์ซึ่งนับแล้วได้ประมาณ 470 กว่าเครื่อง ส่วน ซิมการ์ด จากการนับถึงขณะนี้ได้ 5 แสนซิม ซึ่งเป็นการขยายผลจากการตรวจค้นห้องเช่า 2 ห้อง ทีแรกก็ไม่รู้ว่าพวกนี้ใช้อุปกรณ์เหล่านี้ทำอะไร จะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก็ไม่น่าใช่ กาสิโนออนไลน์ ก็ไม่มีเครื่องรับแทง.. เมื่อตรวจสอบแล้วก็ไม่มี

จากการสอบถาม ทราบว่า พวกนี้เขามารับจ้างกดไลค์ กดแชร์ โดยได้เงินเดือนคนละประมาณ 150,000 บาท โดยเข้ามาเมืองไทยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา กลุ่มเป้าหมายที่เขากดไลค์คือ กลุ่มคนจีน โดยเฉพาะแอพฯ วีแชต ส่วนที่มาทำในเมืองไทย เพราะระบบอินเทอร์เน็ตของเราใช้ได้ และค่าใช้จ่ายต่อซิมถูกกว่าที่บ้านเขา ส่วนรายได้ฝั่งนั้นมากน้อยแค่ไหนนั้น ไม่ทราบ แต่เท่าที่สังเกตคือ เขาใช้โทรศัพท์ของเราไปกดไลค์ แชร์ สินค้าที่เป็นของคนจีน พวกขายสมุนไพร ทำเพื่อเพิ่มยอดให้ดูน่าเชื่อถือว่าสินค้าของเขาดี

เมื่อถามว่า คนกลุ่มนี้มีโอกาสที่จะก่ออาชญากรรมในเมืองไทยหรือไม่ พ.ต.อ.เบญจพล กล่าวว่า จากการสืบและวิเคราะห์ข้อมูล น่าเชื่อว่าเป็นกลุ่มที่มีเป้าหมายในการทำธุรกิจมากกว่า เนื่องจากวงจรธุรกิจที่จีนใหญ่มาก

“เขาจึงมองหาพื้นที่ที่มีระบบอินเทอร์เน็ตดี ค่าใช้จ่ายถูก และไม่เป็นอันตรายกับทีมงานเขา”

ที่ผ่านมา ในพื้นที่อรัญประเทศ ไม่เคยเจอเรื่องอะไรแบบนี้ เพราะตรงนี้เปรียบเสมือนศูนย์กลางการค้าขาย ซึ่งที่ผ่านมา ก็มีบ้างที่มีชาวต่างชาติทำผิดกฎหมาย แต่สำหรับกลุ่มคนจีนนั้น พบว่ามีไม่มาก ที่มีมากจริงๆ ตอนนี้เขาอาศัยอยู่ในฝั่งกัมพูชา โดยเฉพาะฝั่งกาสิโน ส่วนที่มาลงทุนในไทย ส่วนใหญ่จะเป็นการร่วมทุนกับคนไทยในการเปิดโรงงานต่างๆ

ลูกเล่นกดไลค์ ใช้สร้างความน่าเชื่อถือ เป็นเครื่องมือก่ออาชญากรรมได้ 


เพื่อให้กระจ่างมากขึ้น ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้คุยกับ พ.ต.ต.ปฐมพงษ์ ศิลปสุข สารวัตร กองกำกับการ 1 ปอท. เปิดเผยว่า หน่วย ปอท. มีหน้าที่รับแจ้งความอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งกล่าวง่ายๆ คือ “ต้องมีผู้เสียหาย” ดังนั้น ในคดีนี้จึงไม่มีข้อมูล

อย่างไรก็ดี จากข้อมูลเชื่อว่าอาจจะเป็นแค่กลุ่มรับทำโฆษณาสินค้ามากกว่า โดยใช้วิธีการกดไลค์ กดแชร์ เพื่อความน่าเชื่อถือ คนกลุ่มเหล่านี้จะใช้โซเชียลมีเดียในการเร่งปฏิกิริยา เช่น แชร์เยอะ กดไลค์เยอะ คอมเมนต์เยอะ ทำให้คนที่เข้ามาเห็นรู้สึกว่าสินค้านั้นๆ ดี มีอยู่จริง และน่าเชื่อถือ

ถามว่า กลุ่มเหล่านี้จะนำไปใช้ก่อเหตุอาชญากรรมได้หรือไม่ พ.ต.ต.ปฐมพงษ์ กล่าวว่า เชื่อว่าไม่เกี่ยวโดยตรง แต่...อาจจะถูกนำเป็นใช้เป็นเครื่องมือของเหล่าอาชญากรทางไซเบอร์ได้ ด้วยการสร้างเพจตัวเองให้ดูน่าเชื่อถือ เช่น แฟนเพจบางเพจ เพื่อหลอกขายของ

เมื่อก่อน มีธุรกิจพวกปั๊มไลค์ด้วยวิธีการสร้างบอทขึ้นมา แต่ปัจจุบัน เฟซบุ๊กเขาแก้ปัญหาเรื่องนี้ไปแล้ว ทำให้ปัจจุบันจึงต้องเปลี่ยนวิธีการด้วยการสร้างแอคเคาต์เฟซบุ๊กขึ้นมาจาก 1 ซิมการ์ด ซึ่งซิมการ์ดที่ไม่ได้จดทะเบียน ก็สามารถรับ SMS ได้ เพียงแค่รับ SMS ได้ก็สามารถสร้างแอคเคาต์เฟซบุ๊กได้ ซึ่งตรงนี้คือ ช่องโหว่ ที่ทำให้มีการซื้อซิมการ์ดมากมาย เพื่อนำไปใช้สมัครเฟซบุ๊กปลอมขึ้นมา แล้วใช้พวกนี้เป็นกองทัพมดเข้ามากดไลค์เรื่อยๆ

ชาวต่างชาติกลุ่มไหนเข้ามาก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์มากที่สุด สารวัตรปฐมพงษ์ ถอนใจเล็กน้อย ก่อนระบุว่าเป็นคำถามที่ตอบยาก เพราะมีหลายชาติเข้ามามาก ซึ่งก็มาในรูปแบบนักท่องเที่ยว เราจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อมีเจ้าทุกข์มาแจ้งความ

“ที่พบบ่อยมากที่สุดคือ การใช้โซเชียลมีเดียในการหลอกลวงคน โดยจะอ้างเป็นชาวต่างชาติ หน้าตาดี ฐานะดี เป้าหมายคือ หลอกผู้หญิงไทย อ้างว่าจะมาแต่งงานด้วย หรือซื้อของให้ เป็นต้น”

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน