บริการข่าวไทยรัฐ

'นิพิฏฐ์' นำทีม อดีต ส.ส.ใต้ จี้รัฐทบทวนใช้ ก.ม.เดินเรือในน่านน้ำไทย

"นิพิฏฐ์" พร้อม อดีต ส.ส.ใต้ จี้ รบ.ทบทวนใช้ ก.ม.กระทบชาวบ้าน 11 ล้านคน ด้าน "สมบูรณ์" เผยโทษปรับสูง 500-10,000 ต่อ ตารางเมตร ขอชะลอบังคับใช้

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.60 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำทีมอดีต ส.ส.ภาคใต้ กล่าวถึงความเดือดร้อนของประชาชนจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2560 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 มิถุนายน 2560 ว่า เมื่อกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ ประชาชนที่มีบ้านเรือนริมฝั่งแม่น้ำหรือเกาะแก่ง รวมถึงผู้มีอาชีพเลี้ยงปลาในกระชังในทะเลและแม่น้ำ ซึ่งถือว่าทำผิดจะมีโทษจำคุกและมีโทษปรับ โดยมีประชาชนทั่วประเทศประมาณ 11 ล้านคน จะได้รับผลกระทบจากการปลูกสร้างรุกล้ำ เลี้ยงปลาในกระชัง

โดย นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ อดีต ส.ส.พังงา กล่าวว่า ประชาชนชาวพังงา 8 อำเภอหลายหมื่นคนเดือดร้อนมาก กำลังมีการรวมตัวกันเพื่อร้องเรียนให้รัฐบาลแก้ไข เพราะเป็นกฎหมายที่กระทบต่อวิถีชีวิตประชาชน เป็นตัวอย่างความไม่รอบคอบและฝ่าฝืนวิถีชีวิตประชาชนโดยไม่มีการรับฟังความเห็นประชาชน หากอยู่ในภาวะปกติคงไม่สามารถออกกฎหมายแบบนี้ได้ ทั้งนี้ตนเห็นว่าหากมีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขเร่งด่วนแล้ว ไม่สามารถแก้ไขด้วยวิธีปกติได้ทันก็ขอให้ใช้มาตรา 44 เพื่อให้เป็นคุณกับประชาชน เพราะหากกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้แม้ว่าประชาชนจะดำเนินการตามกฎหมาย ด้วยการไปแจ้งก่อนกฎหมายบังคับใช้เพื่อขออนุญาตก็ต้องถูกปรับ และถ้าแจ้งหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ก็จะถูกปรับเป็นสองเท่า ด้วยอัตราค่าปรับที่สูงทำให้ประชาชนเดือดร้อนอย่างมาก

ด้าน นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล อดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปัญหาของกฎหมายฉบับนี้ในสี่จังหวัดชายฝั่งทะเลของประเทศไทยจากอ่าวไทยถึงฝั่งอันดามันได้รับความเดือดร้อนทั้งสิ้น จึงขอเสนอถึงรัฐบาล 4 ข้อ คือ 1 ให้รัฐบาลขยายการบังคับใช้กฎหมายออกไปก่อน 2 กำหนดหลักเกณฑ์การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำน่านน้ำที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือนสิ่งก่อสร้างซึ่งเป็นประมงชายฝั่งที่ฐานะยากจน และบางครั้งมีการกัดเซาะชายฝั่งจึงควรมีการกำหนดหลักเกณฑ์ว่าบริเวณไหนชาวบ้านอยู่ได้และบริเวณไหนที่เป็นการล่วงล้ำ 3 ทบทวนนโยบายที่ขัดแย้งกันเช่นเลี้ยงปลากระชัง ซึ่งกรมประมงส่งเสริมและกรมเจ้าท่าจับจะทำให้เดือดร้อน และ 4 ขอให้ทบทวนค่าปรับสูงถึงตารางเมตรละ 500-10,000 บาทต่อตารางเมตร (ตรม.) เพื่อให้เหมาะสมกับความเป็นอยู่ของประชาชน

ขณะที่นายวิรัช ร่มเย็น อดีต ส.ส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ค่อนข้างรุนแรง หากใครไม่ไปแจ้งต้องขึ้นศาลมีโทษอาญา รัฐบาลต้องเอาใจใส่เพราะทำให้ประชาชนเดือดร้อน นอกจากกระชังหรือสิ่งล่วงล้ำลำน้ำอื่นใดก็ตามเป็นกฎหมายที่ทำให้เศรษฐกิจเสียหาย คือ บรรดาสิ่งล่วงล้ำลำน้ำทั้งประมงพื้นบ้านและแพปลาต้องรื้อทิ้ง ซึ่งรัฐบาลควรแก้ไขโดยมีทางออกคือ ยืดระยะเวลาออกไปเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนและสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม