วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คุมตัว ‘บอย ยูนิตี้’ ฝากขัง เจ้าตัวยิ้มไม่ออก-ทนายยื่น 5 ล้านประกัน

ตำรวจกองปราบคุมตัว “บอย ยูนิตี้” ไปขออำนาจฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ขณะเจ้าตัวสีหน้าเคร่งเครียด ขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ด้านทนายเตรียมเงินสด 5 ล้านบาทยื่นประกัน ส่วนน้องสาวล่าสุดถูกปล่อยตัวแล้ว หลังโดนรวบตอนดึกขณะเข้าเยี่ยมพี่ชาย

กรณี นายอินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือ “บอย ยูนิตี้” กรรมการบริษัท เอสทีที ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ย่านรัชดาภิเษก และสุขุมวิท 63 ผู้ต้องหาฉ้อโกงประชาชน ได้ที่บริเวณซอยสีคาม ทางเข้าออกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ขณะอยู่บนรถยนต์บีเอ็มดับบลิว สีดำ ทะเบียนป้ายแดง บ 1186 กรุงเทพมหานคร ในคดีถูกเจ้าของรถยนต์หรูแจ้งความในข้อหาฉ้อโกงประชาชนเมื่อวานที่ผ่านมา

วันนี้ 15 มิ.ย.60 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบได้ควบคุมตัว นายอินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือ “บอย ยูนิตี้” พิมพ์ลายนิ้วมือ สอบปากคำเพิ่มเติมก่อนนำไปฝากขังศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยนายอินทระศักดิ์มีสีหน้าเรียบเฉย พร้อมปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน กล่าวเพียงว่าขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น เบื้องต้นพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวท้ายคำร้อง

ทั้งนี้มีรายงานว่า เมื่อวานหลังจากนายอินทระศักดิ์ถูกนำตัวไปไว้ในห้องควบคุมตัว พบว่าตลอดทั้งคืนที่ผ่านมานายอินทระศักดิ์มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

ขณะที่ นายธีรสิทธิ์ สุริยันชัยเจริญ ทนายความของนายอินทระศักดิ์ ระบุว่า ตนเดินทางมารอนายอินทระศักดิ์ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ตั้งแต่เมื่อเวลา 09.00 น. ซึ่งเตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 5 ล้านบาท เพื่อมาขอประกันตัวนายอินทระศักดิ์ต่อศาล ซึ่งอยู่ในดุลยพินิจขอศาลว่าจะให้ประกันหรือไม่

ด้าน พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รองผู้บังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาตำรวจได้ควบคุมตัว น.ส.ฐิติพรรณ เตชธีรสิริ อายุ 32 ปี น้องสาวนายอินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือ "บอย ยูนิตี้" ซึ่งอยู่ในฐานะกรรมการบริษัท เอสทีที ออโต้ เซอร์วิส และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” ขณะเดินทางเข้าเยี่ยมนายอินทระศักดิ์

โดยข้อหาดังกล่าวเป็นคดีเดียวกับนายอินทระศักดิ์ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่สอบปากคำแล้วเสร็จก็ได้ปล่อยตัวไปโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ เนื่องจากเป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งกรณีนี้เป็นกรรมการบริษัทและเป็นผู้ต้องหาร่วม สามารถแจ้งข้อหาและปล่อยตัวได้ จากนั้นจึงจะนัดมาสอบปากคำในฐานะผู้ต้องหาต่อไป แตกต่างกับกรณีนายอินทระศักดิ์ ที่ผู้เสียหายแจ้งความระบุชื่อนายอินทระศักดิ์โดยตรง ไม่ใช่ในนามบริษัท.