บริการข่าวไทยรัฐ

รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน

โดย หมัดเหล็ก

การประชุม ครม.นัดที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคม ได้เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งเพื่อเร่งขับเคลื่อน โครงการลงทุนรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา โดยยืนยันว่าจะทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศสูงสุด

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ขอให้มองประเทศในภาพที่กว้างกว่าเดิมไม่ใช่มองแค่ในประเทศไทย แต่ต้องมองถึงความผูกพันกับต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดติดกัน เพิ่มมูลค่าให้ประเทศและอาเซียน คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะเห็นความชัดเจนของคำสั่งตามมาตรา 44 ที่จะขับเคลื่อนโครงการต่างๆให้เป็นไปตามเป้าหมาย

จะว่าไปแล้ว รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ไม่ได้คิดขึ้นมาในรัฐบาล ชุดนี้ แต่รัฐบาลก่อนหน้านี้เคยคิดจะดำเนินการมาแล้ว ปรากฏว่าติดปัญหาอุปสรรคหลายประการ รวมทั้งงบประมาณที่จะใช้ในโครงการ ไม่อย่างนั้นก็คงได้เห็นรถไฟความเร็วสูงเส้นแรงไปนานแล้ว

อุปสรรคที่ว่า อาทิ สิทธิประโยชน์ในบริเวณสถานีและพื้นที่อื่นๆในการบริหารจัดการถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ที่จีนจะขอให้สิทธิพิเศษอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เรื่องของเทคนิควิศวกรที่ควบคุมดูแล เรื่องของการแบ่งผลประโยชน์ เป็นต้น

จนมาถึงยุคนี้ก็เช่นกัน เรื่องบางเรื่อง เช่น การที่วิศวกรชาวจีนที่จะเข้ามาควบคุมการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าไทย-จีนจะต้องได้การรับรองจากวิศวกรรมสถานจากไทยก่อน ต้องผ่านการอบรมต่างๆ ซึ่งทางจีนเองก็ข้องใจว่า ในเมื่อเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงก็เป็นของจีน ทำไมจะต้องได้รับการรับรองจากวิศวกรชาวไทยด้วย จากประเด็นเล็กๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้โครงการนี้ไม่ได้เริ่มต้นตามกำหนด

จุดเริ่มต้นของรถไฟฟ้าความเร็วสูง เริ่มมีการรื้อฟื้นเมื่อครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินทางไปเยือนจีน ต่อมาเป็นการพูดคุย ในระดับ รมว.คมนาคม โดยอดีต รมว.คมนาคม พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ซึ่งดำรงตำแหน่งรองนายกฯในขณะนี้ รมว.คมนาคม ก็มีการเจรจาไปอีกรอบ เมื่อครั้งที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม และรองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ไปเจรจา พร้อมกับขอให้จีนรับซื้อสินค้าการเกษตรในโอกาสความสัมพันธ์ไทย-จีนครบ 45 ปี ก็เป็นอีกวาระหนึ่ง ซึ่งแต่ละวาระรายละเอียดของข้อตกลงก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ

ในที่สุดก็จะมาตกม้าตายเพราะอุปสรรคที่เป็นรายละเอียดภายใน

ความสำคัญของรถไฟความเร็วสูงที่จะใช้ขนคนและสินค้า คงไม่ต้องจาระไนกันให้เมื่อยตุ้ม ประเทศที่พัฒนาแล้วเขาจะวัดที่การคมนาคมขนส่งเป็นหลัก นอกจากเรื่องของเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคม รถไฟความเร็วสูงไปที่ไหน อินเตอร์เน็ตไปถึงไหน ความเจริญและการพัฒนาไปถึงที่นั่น

เรื่องของความได้เปรียบเสียเปรียบ การครอบครองสิทธิประโยชน์จะกี่ปี ต้องเอามาชั่งน้ำหนักกับความเจริญในอนาคต ทำการค้าก็ต้องหวังกำไรเป็นธรรมดา การลงทุนก็ต้องมีความเสี่ยง ถ้าการทำโครงการขนาดใหญ่แต่มัวมาคิดเล็กคิดน้อย การพัฒนาประเทศก็คาราคาซังอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

ดีแต่พูด.

หมัดเหล็ก

mudlek@thairath.co.th