บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รถไฟความเร็วสูงไทยจีน ไทยควรถ่ายทอดเทคโนโลยีจากจีน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุม ครม.ว่า สัปดาห์หน้าจะลงนามใน “คำสั่ง ม.44” เพื่อ ใช้อำนาจพิเศษยกเว้นข้อขัดข้องต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เกิดขึ้นก่อนที่จะไปเยือนจีน

โครงการรถไฟไทยจีน รัฐบาลไทย ไปเซ็นเอ็มโอยูกับ รัฐบาลจีน เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2557 เพื่อฉลองความสัมพันธ์ทางการทูต 40 ปี โครงการนี้มี 2 เส้นทาง คือ หนองคาย-โคราช-แก่งคอย-ท่าเรือมาบตาพุด ระยะทาง 734 กม. และ แก่งคอย-กรุงเทพฯ ระยะทาง 133 กม. รวมระยะทาง 867 กม. มูลค่าโครงการรวม 4-5 แสนล้านบาท

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกสำนักนายกฯ ได้แถลงว่า มีปัญหา 5 ด้านที่ทำให้ต้องใช้อำนาจ ม.44 มายกเว้นข้อขัดข้องต่างๆ เพื่อให้โครงการนี้เกิด

ผมจะขอยกบางด้านมาเขียนถึงก็แล้วกัน เผื่อจะเป็นไอเดียให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. นำไปพิจารณา สมควรจะเพิ่มประเด็นอะไรเข้าไปในคำสั่ง ม.44 หรือไม่ เพื่อให้ คนไทยและประเทศไทยได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากโครงการนี้

ประเด็นแรก การก่อสร้างที่ต้องใช้สถาปนิกหรือวิศวกรจีน ที่โฆษกสำนักนายกฯแถลงว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะสถาปนิกและวิศวกรจีนต้องสอบใบอนุญาตตามกฎหมายไทย ทั้งที่จีนมีเส้นทางรถไฟความเร็วสูง 2 หมื่นกิโลเมตร ไทยยังไม่มีแม้แต่เมตรเดียว เหตุใดจึงต้องมาสอบใบอนุญาตสถาปนิกหรือวิศวกรจากไทยก่อน

ประเด็นนี้ผมเพิ่งผ่านบทความของ ผศ.ดร.ประมวล สุธีจารุวัฒน อาจารย์จาก คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ใน นสพ.โพสต์ทูเดย์ ท่านเล่าถึง รถไฟความเร็วสูงจีนที่ใช้เวลาเพียง 1 ทศวรรษ 10 ปี จาก 0 กม.ในปี 2005 เป็น 18,000 กม.ในปี 2016 ไว้อย่างน่าสนใจ

อาจารย์เล่าถึง ยุทธศาสตร์ของจีน ในเรื่องนี้ว่า รัฐบาลจีนได้วางยุทธศาสตร์กระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างชาติ ตั้งแต่ การปลูกถ่าย (Transplantion) การทดแทน (Replacing) เทคโนโลยีที่จีนเคยพัฒนาขึ้นใช้เอง

ที่น่าสนใจก็คือ จีนมียุทธศาสตร์อย่างไร จึงสามารถจูงใจให้ต่างชาติยอมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้

อาจารย์เล่าว่า หัวใจหนึ่งของยุทธศาสตร์นี้ก็คือ การสร้างบรรยากาศการแข่งขันให้เกิดขึ้นระหว่างกลุ่มต่างชาติ ผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยี เพื่อให้ถ่ายทอดความสามารถในการผลิตให้กับอุตสาหกรรมท้องถิ่นของจีน ด้วยการ วางแผนอย่างมีระบบ เพื่อการรับ ปรับ และดูดซับเทคโนโลยีใหม่ การมียุทธศาสตร์เพื่อเป็นผู้ผลิตและผู้สร้างนวัตกรรมใหม่ในอุตสาหกรรมนี้

บทความของ ผศ.ดร.ประมวล เป็น คำตอบ ที่ดีว่า ทำไมจีนจึงสร้างรถไฟความเร็วสูงจาก 0 กม. เป็น 18,000 กม.ได้ในเวลาเพียง 10 ปี แถมยังเป็น เทคโนโลยีของจีนเอง ออกแบบโดยวิศวกรจีน ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัทต่างชาติที่ขายรถไฟให้จีน

ประเด็นที่ผมอยากเรียน ท่านนายกฯ ก็คือ รัฐบาลไม่คิดจะเอาอย่างจีนบ้างหรือ คสช.น่าจะถือโอกาสการออกคำสั่ง ม.44 ต่อรองกับจีนให้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการออกแบบและการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง แลกกับการยกเว้นให้วิศวกรและสถาปนิกจีน ไม่ต้องสอบใบอนุญาตตามกฎหมายไทย แทนที่จะเอื้อให้จีนฝ่ายเดียว เพื่อให้วิศวกรไทยมีโอกาสเรียนรู้เทคโนโลยีขนส่งทางรางจากจีน เพื่อนำมาพัฒนาระบบขนส่งทางรางของไทยเอง จะได้ไม่ต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจต่อไปในอนาคต

การปฏิรูปประเทศ ต้องพัฒนาคนไปพร้อมกัน เราพัฒนาเองไม่ได้ ก็ต้องเรียนลัดอย่างจีน จนวันนี้กลายเป็น ผู้ส่งออกรถไฟความเร็วสูง และกำลังจะเป็น ผู้ส่งออกเครื่องบินโดยสาร จากยุทธศาสตร์เดียวกัน

แล้ว ประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา จะไม่ลองเดินทางนี้บ้างหรือ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”