วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป.ดักรวบ ‘บอย ยูนิตี้’ คดีฉ้อโกง

เจอลูกค้าแจ้งเอาผิด รถจดทะเบียนไม่ได้ ‘น้องสาว’ก็โดนด้วย

ตำรวจกองปราบฯปฏิบัติการเดือด ตามล็อก “บอย ยูนิตี้” คารถหรูบีเอ็มฯ ซีรีส์ 7 ป้ายแดงกลางถนนนครไชยศรี หลังเพิ่งเข้ายื่นฟ้องอธิบดีดีเอสไอพร้อมพวกรวม 12 คน กับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คุมตัวสอบเครียดพร้อมโชว์หมายจับข้อหาฉ้อโกงประชาชน หลังมีเหยื่อ 6 คนแห่แจ้งกองปราบฯเมื่อต้นปี 2560 ว่าซื้อรถหรูไปแล้วจดทะเบียนไม่ได้ อาทิ รถปอร์เช่ราคา 8 ล้านบาท และรถสปอร์ตลัมโบร์กินีราคา 30 ล้านบาท เจ้าตัวอ้างเป็นรถที่มีคดีฟ้องร้องกับกรมศุลกากรอยู่เลยจดทะเบียนไม่ได้ พนักงานสอบสวนเล่นบทโหดไม่ให้ประกันต้องนอนคุก รอไปประกันชั้นศาล ด้านโฆษกดีเอสไอเผย “บอย ยูนิตี้” มีสิทธิ์ฟ้องดีเอสไอ แต่ถ้าฟ้องไม่ถูกต้องจะพิจารณาฟ้องกลับ

กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจค้นโชว์รูมนำเข้ารถหรูเครือข่ายบริษัท นิชคาร์กรุ๊ป จำกัด อายัดรถสปอร์ตและรถยนต์หรูราคาแพง อาทิ โรลส์-รอยซ์ เฟอร์รารี่ แอสตัน มาร์ติน และแมคคาแรน ฯลฯ 160 คัน ต้องสงสัยว่าแจ้งราคาผ่านศุลกากรต่ำกว่าความเป็นจริง ทำให้รัฐเสียหาย 2,900 ล้านบาท นอกจากนี้ ดีเอสไอยังได้รับการประสานจากหน่วยต่อต้านการโจรกรรมรถยนต์ สหราชอาณาจักร หรือ NaVCIS (National Vehiclei Crime Intelligence Sevice) ว่า มีรถถูกขโมยจากประเทศอังกฤษ 60 คัน ส่งมาขายในประเทศไทย 42 คัน ดีเอสไอตามไปตรวจยึดได้แล้ว 13 คัน แบ่งเป็น 7 คันยึดที่โชว์รูมบริษัทเอสทีที ออโต้คาร์ จำกัด ของนายอินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือบอย ยูนิตี้ อีก 2 คันมีผู้ซื้อไปแล้ว อีก 3 คันพบที่บางกอกฟรีเทรดโซน อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ และอีก 1 คันพบในโกดังนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง อยู่ระหว่างขอข้อมูลจากประเทศอังกฤษเพื่อดำเนินการตามกฎหมายตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ความคืบหน้าจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 14 มิ.ย. นายอินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือบอย ยูนิตี้ อายุ 33 ปี กรรมการบริษัท เอสทีที ออโต้เซอร์วิส จำกัด พร้อมทีมทนายความยื่นฟ้อง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมพวกรองอธิบดีและพนักงานสอบสวนดีเอสไอรวม 12 คน ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ บุกรุก และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อศาล กรณีดีเอสไอนำกำลังเข้าตรวจค้นโชว์รูมทั้ง 2 แห่งพร้อมสั่งปิด และอายัดรถสปอร์ตหรูรวม 34 คันไปตรวจสอบ กล่าวหาว่ามีรถภายในโชว์รูมบางส่วนถูกโจรกรรมมาจากประเทศอังกฤษ และแจ้งสำแดงเท็จ

คำฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ค. จำเลยทั้ง 11 คน ร่วมกันแจ้งเท็จต่อศาลอาญาเพื่อขอหมายค้นสำนักงานแสดงสินค้า (โชว์รูม) ของโจทก์ ตรวจค้นเสร็จสิ้นจนเป็นที่พอใจของจำเลยที่ 4-11 ตั้งแต่เวลา 11.00-21.00 น. และยังร่วมกันนำเทปกาวสีแดงมีข้อความเป็นภาษาอังกฤษหมายถึงดีเอสไอ มาปิดทับประตูเข้าออกโชว์รูมของโจทก์ทั้ง 2 แห่ง และสั่งห้ามทำลายเทปกาว พร้อมนำรถยนต์ปิดทางเข้าออกโชว์รูมของโจทก์ การกระทำของจำเลยถือเป็นการบังอาจกระทำนอกเหนือจากคำสั่งของศาลที่ให้อำนาจตรวจค้น เป็นการจงใจเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ การกระทำของจำเลยทั้งหมดเป็นการกระทำเพื่อเจตนากลั่นแกล้ง อันเป็นการใช้อำนาจหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ศาลรับคดีไว้ในสารบบความนัดฟังคำสั่งวันที่ 27 มิ.ย.60

นายอินทระศักดิ์กล่าวว่า วันที่ศาลนัดจะเดินทางมาฟังคำสั่งเองว่า จะต้องยื่นเอกสารใดเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ในส่วนของดีเอสไอทั้ง 12 คน ชุดเดียวกับที่ฟ้องคดีอาญาในวันนี้ ตนยื่นฟ้องคดีแพ่งกรณีละเมิดจากเหตุบุกค้นโชว์รูมเป็นเงิน 50 ล้านบาทต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ไปแล้ว ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณา ส่วนเรื่องการเปิดโชว์รูมขณะนี้ตนฟ้องคดีละเมิดแล้วต้องรอคำสั่งศาล นอกจากนี้ มอบหมายทนายความฟ้องอีกหลายคดี รวมถึงคดีหมิ่นประมาทด้วย อยากให้ศาลช่วยให้ความยุติธรรม ยืนยันว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยออกหมายเรียกไปให้ปากคำ ยังไม่ได้รับเอกสารว่ากระทำผิดตรงไหนบ้าง บริษัทนำเข้ารถทั้งหมดกว่า 300 บริษัท แต่กลับดำเนินคดีตนเพียงรายเดียว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายอินทระศักดิ์ยื่นฟ้องคดีที่ศาล มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบของกองปราบปรามมาสังเกตการณ์บริเวณประตูทางเข้า-ออกศาลอาญาคดีทุจริตฯ ทันทีที่รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 สีดำ ทะเบียนป้ายแดง บ-1186 กรุงเทพมหานคร ของนายอินทระศักดิ์เคลื่อนออกจากประตูศาล ตำรวจกองปราบฯ ขับรถยนต์ รถกระบะ และรถ จยย.ตามเป็นขบวน ก่อนใช้รถกระบะที่ดักอยู่ตรงถนนนครไชยศรี ปากซอยสีคาม พุ่งออกมาขวางถนนบล็อกไม่ให้รถของนายอินทระศักดิ์ผ่านไปได้ ก่อนตำรวจที่ขับรถตามมาจะกรูกันเข้าควบคุมตัวนายอินทระศักดิ์ พร้อมแสดงหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ 286/60 ลงวันที่ 14 มิ.ย.60 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนให้ดู ก่อนคุมตัวไปขึ้นรถตำรวจกลับไปสอบสวนที่กองปราบปราม

ต่อมาเวลา 15.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. พร้อมชุดจับกุมประกอบด้วย พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกตุ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม รอง ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ต.สมเดช สารบรรณ์ สว.กก.1 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ป. คุมตัวนายอินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ มาสอบปากคำพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาฉ้อโกงประชาชน นอกจากนี้ยังตรวจค้นรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู สีดำ ซีรีส์ 7 ทะเบียนป้ายแดง บ 1186 กรุงเทพมหานคร และอายัดรถไว้เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน เบื้องต้นพบป้ายทะเบียนรถยนต์ และชาร์ตแสดงการเสียภาษีรถที่นายอินทระศักดิ์เคยนำมาเสนอต่อสื่อมวลชนแล้ว

พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป.เผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากมีผู้เสียหาย 5-6 คนเข้าแจ้งความกองปราบฯ ตั้งแต่ต้นปี 2560 ว่า ซื้อรถหรูราคาตั้งแต่ 8-30 ล้านบาทจากบริษัทในกลุ่มของนายอินทระศักดิ์แล้วไม่สามารถจดทะเบียนได้ รวมทั้งถูกตำรวจและเจ้าหน้าที่ศุลกากรจับเนื่องจากไม่ได้เสียภาษี หลังรับแจ้งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.รวบรวมหลักฐานในส่วนของผู้เสียหายที่ซื้อรถยนต์ปอร์เช่ พานาเมร่า ราคา 8 ล้านบาท ที่มีหลักฐานชัดเจน ก่อนขออำนาจศาลออกหมายจับนายอินทระศักดิ์เมื่อวาน (13 มิ.ย.) ข้อหาฉ้อโกงประชาชน และนำกำลังเข้าจับกุมวันนี้ หลังสืบทราบว่าจะเดินทางมายื่นฟ้องกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

“ขั้นตอนหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะสอบปากคำนายอินทระศักดิ์ พร้อมแจ้งข้อหาในความผิดมูลฐานเดียวกันคือฉ้อโกงประชาชนอีกคดี ในส่วนที่มีผู้ซื้อรถสปอร์ตลัมโบร์กินี อะเวนตาโดร์ มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท แล้วเกิดปัญหาจดทะเบียนไม่ได้ อย่างไรก็ตามในส่วนการออกหมายจับและนำกำลังเข้าจับกุมโดยไม่ออกหมายเรียกครั้งนี้ เนื่องจากคดีมีอัตราโทษเกิน 3 ปี พนักงานสอบสวนสามารถออกหมายจับหรือออกหมายเรียกก็ได้ แต่ตำรวจใช้แนวทางการออกหมายจับและจับกุมทันที เนื่องจากพยานหลักฐานชัดเจน

นายอินทระศักดิ์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่แจ้งว่าเป็นหมายจับคดีฉ้อโกงประชาชน สำหรับรายละเอียดยังไม่ทราบ แต่จากที่ดูในรายละเอียดเบื้องต้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2557 รถคันนี้นำออกมาจากกรมศุลกากร และมีปัญหากับกรมศุลกากรอยู่ เป็นรถปอร์เช่ พานาเมร่า ครั้งนั้นกรมศุลกากรปล่อยให้นำรถออกมาจากสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังขณะที่ยังไม่ได้เสียภาษี ถึงเวลาเสียภาษีกรมศุลกากรไม่ได้ให้เสีย พอเกิดเรื่องจึงฟ้องร้องกันโดยยังไม่ได้เสียภาษี อย่างไรก็ตาม รู้สึกแปลกใจและงงๆที่ถูกจับแบบไม่ทันตั้งตัว ไม่ทราบมาก่อนว่ามีหมายจับ ส่วนตัวมองว่าตำรวจสามารถออกหมายเรียกได้ แต่ไม่ได้กังวลอะไรสามารถชี้แจงได้ ยินดีให้ความร่วมมือกับตำรวจ เตรียมหลักทรัพย์ขอยื่นประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน

ต่อมาเวลา 19.20 น. นายธีรสิทธิ์ สุริยันชัยเจริญ ทนายความของนายอินทระศักดิ์ เผยหลังพนักงานสอบสวนกองปราบปรามสอบปากคำนายบอยนานกว่า 3 ชั่วโมงว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว แต่ด้วยเหตุผลใดไม่ทราบ โดยคุมตัวไว้ที่กองปราบฯ ทั้งนี้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามจะนำตัวลูกความตนไปฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ในวันพรุ่งนี้ (15 มิ.ย.) เวลา 09.00 น. ขั้นตอนต่อไปตนจะเตรียมหลักทรัพย์เพื่อยื่นปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นศาล ส่วนรายละเอียดการสอบปากคำหรือพฤติกรรมทางคดีขอไม่เปิดเผย ยืนยันว่าลูกความบริสุทธิ์และมีเอกสารหลักฐานยืนยัน ทั้งนี้จากการที่ได้พูดคุยกับนายบอยสภาพจิตใจดีไม่กังวล

มีรายงานว่า สำหรับคดีของนายบอยนั้น กองปราบปรามรับเรื่องดำเนินคดีมีอยู่ 6 คดี ขณะนี้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทำสำนวนเสร็จสิ้นไปแล้ว 2 คดี เหลืออีก 4 สำนวน อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานซึ่งเป็นความผิดในลักษณะเดียวกัน

ด้านกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะโฆษกดีเอสไอ เผยว่า กรณีนายอินทระศักดิ์ ยื่นฟ้อง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอพร้อมพวกรวม 12 คนเป็นจำเลย ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีสิทธิ์ฟ้องได้ แต่ดีเอสไอต้องดูเจตนาและรายละเอียดคำฟ้องว่า ฟ้องด้วยเหตุอะไร เป็นการฟ้องเท็จหรือไม่ หากเป็นการฟ้องที่ไม่ถูกต้องจะพิจารณาฟ้องกลับ ปกติการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวนทั้งการเข้าตรวจค้นและอายัดทรัพย์ เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายไม่ได้กลั่นแกล้งใคร

ล่าสุด เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา น.ส.ฐิติพรรณ เตชธีรสิริ อายุ 32 ปี อยู่เลขที่ 70/1 หมู่บ้านอิสระ ซอยรามคำแหง 24 แยก 26 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร น้องสาวของนายบอย ยูนิตี้ เดินทางมาที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อขอเยี่ยมพี่ชายที่ถูกสอบสวนอยู่ที่บริเวณชั้น 1 แต่ พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม รอง ผกก.4.บก.ป.จำได้ว่า น.ส.ฐิติพรรณ มีชื่อเป็นกรรมการบริษัทเอสทีบี ออโต้คาร์ จำกัด ถูกศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับที่ จ.287/2560 ลงวันที่ 13 มิ.ย.2560 ความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน คดีเดียวกับนายบอยด้วย จึงแสดงหมายจับกุมและควบคุมตัว น.ส.ฐิติพรรณไว้สอบสวนดำเนินคดีอีกคนหนึ่ง เบื้องต้นจากคำให้การของผู้เสียหาย นอกจากจะเป็นกรรมการของบริษัทเอสทีบีออโต้คาร์ฯ แล้ว น.ส.ฐิติพรรณยังเป็นผู้รับเงินค่าซื้อรถจากผู้เสียหายด้วย

ต่อมาเมื่อเวลา 21.00 น. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกตุ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.วิศิษฐ์ พลบม่วง รอง ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.มนูญ แก้วกล่ำ และ พ.ต.ต.สมเดช สาระบรรณ์ สว.กก.1บก.ป ร่วมกันจับกุมนายยิ่ง ศรีอนันต์ อายุ 42 ปี กรรมการบริษัทเดอะแกลลอรี่ ออโต้ อิมพอร์ต จำกัด ตั้งอยู่ซอยสุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กทม. ผู้ร่วมแก๊งนายบอย ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.285/2560 ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน จับกุมได้บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 29 ถนนลาดพร้าว-วังหิน แยกซอย 82 แขวงและเขตลาดพร้าว เนื่องจากผู้เสียหายให้การว่า ไปเลือกซื้อรถยนต์หลีกเลี่ยงภาษีที่โชว์รูมแห่งนี้ ขณะไปซื้อมีนายอินทระศักดิ์แสดงตัวเป็นเจ้าของ เบื้องต้นชุดจับกุม กก.1 บก.ป.นำตัวมาสอบสวนรายละเอียดที่กองปราบปราม