บริการข่าวไทยรัฐ

“อภิศักดิ์” ยันหนี้ต่อจีดีพีไม่เกิน 60%

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ความสำคัญในเรื่องการผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ยุค 4.0 คือการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งมี 5 เรื่องที่เร่งดำเนินการคือ 1.การสร้างความมั่นคงด้านการเงิน การคลัง 2.การเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ เพราะสามารถช่วยแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง เช่น ความยากจนและการกระจายรายได้ 3.การเพิ่มประสิทธิภาพ 4.การลดความเหลื่อมล้ำของคนภายในประเทศ และ 5.เรื่องการจัดเก็บรายได้รัฐบาล

“สิ่งที่รัฐบาลพยายามทำคือ มีกฎหมายวินัยทางการเงิน การคลัง เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยใช้จ่ายมากเกินไป ไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต ซึ่งตรงนี้จะช่วยทำให้เราก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ยกตัวอย่าง เงินกู้ของประเทศต้องทำไม่ให้หนี้ไม่เกิน 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จากปัจจุบัน 42% ของจีดีพี โดยสิ่งที่รัฐบาลกำลังลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐานในขณะนี้ จะทำให้สัดส่วนหนี้สูงสุดไม่เกิน 48-49% ต่อจีดีพี ในอีก 4-5 ปีข้างหน้า โดยการขาดดุลงบประมาณจะไม่เกินปีละ 3% ของจีดีพี และในการจัดทำงบประมาณต้องมีเงินลงทุน 20-25% เพื่อใช้ในการพัฒนาประเทศ และเป็นตัวชี้วัดว่าประเทศไทยจะมีความมั่นคงทางด้านการเงิน การคลัง”

ทั้งนี้ หากประเทศไทยจะก้าวข้ามประเทศมีรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว ต้องเข้าไปสู่การพัฒนา การวิจัยและการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมใหม่ หรือ S-curve แต่การตอบรับในขณะนี้ ยังไม่มาก จึงเกิดโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี เพื่อดึงดูดคนที่เก่งทั่วโลกมาอยู่ด้วยกัน ดังนั้น อีอีซีจะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อดึงคนเก่งมาช่วยพัฒนาประเทศไทย เช่น ประเทศสหรัฐฯที่เจริญเติบโตขึ้นมาได้ เนื่องจากมีคนเก่งทั่วโลกมาอยู่และช่วยกันสร้างสหรัฐฯ ขณะที่วงการแพทย์ไทยต้องเป็นแพทย์คนไทย วิศวะก็ต้องเป็นวิศวกรไทยเพราะต้องสอบใบประกอบวิชาชีพภาษาไทยได้ จึงถือเป็นเรื่องที่ติดขัดและไม่มีต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทย ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลแก้ไขด้วยการจัดทำโครงการอีอีซี โดยนำสิ่งที่เป็นปัญหาและติดขัดในขณะนี้มาแก้ไข ซึ่งล่าสุดดึงมหาวิทยาลัยคาร์เนกี้
เมลลอน แห่งสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยทางด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และไอทีระดับโลกมาเปิดที่อีอีซี

“ในช่วงนี้การลงทุนเอกชนยังไม่โตมาก ทำให้เศรษฐกิจยังไม่โตเต็มที่ รัฐบาลจำเป็นต้องเติมเงินการใช้จ่ายภาครัฐลงไปเพื่อเสริมเตรียมการให้เอกชนลงทุน เช่น ในการผลักดันโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้เอกชนลงทุนตาม และเป็นการ
สร้างพื้นฐานให้ประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ 4-5%”.