บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พศ. เร่งตั้งกก.สืบข้อเท็จจริง บิ๊กระดับ 8-9 เอี่ยวทุจริตเงินบูรณะวัด

แฉบิ๊กสำนักพุทธฯ ระดับ 8-9 เอี่ยวทุจริตเงินบูรณะวัด ปปป.ทำหนังสือแจ้งพศ.แล้ว "พงศ์พร" เร่งตั้งกก.สืบข้อเท็จจริง ด้านศูนย์พิทักษ์ฯ ดักคอรัฐ ท่าทีร้อนรนจัดระเบียบทรัพย์สินวัด หวั่นซ้ำเติมปัญหา สร้างความอ่อนแอพุทธศาสนา...

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) บุกค้นบ้านอดีตผอ.พศ. และผู้บริหารระดับสูงของพศ. ซึ่งคาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินอุดหนุนงบประมาณบูรณะปฏิสังขรณ์วัด กว่า 60 ล้านบาท ว่า ทางพศ.ได้รับหนังสือจากปปป.แล้ว โดยปปป.ระบุว่า ได้แจ้งผู้ต้องหามาทั้งหมด 4 คน ในจำนวนนี้เกษียณอายุราชการไปแล้ว 1 คน คือ อดีตผอ.พศ. ส่วนอีก 1 คนออกจากราชการไปแล้ว ที่เหลืออีก 2 คนยังอยู่ในระบบราชการ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งบริหารระดับสูง แบ่งเป็นระดับ 9 จำนวน 1 คน และระดับ 8 จำนวน 1 คน

ทั้งนี้ทางปปป.ไม่ได้ให้หลักฐานอะไรกับทางพศ.มา เพียงแต่แจ้งให้บุคคลทั้ง 4 ไปรับทราบข้อกล่าวหากับทางปปป. ภายในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ เท่านั้น ส่วนกรณีอดีตผอ.พศ.ที่เกษียณอายุราชการไปแล้วและไม่ได้อยู่ในประเทศไทย รวมทั้งข้าราชการพศ.ที่ออกจากราชการไปนั้น หากพ้นระบบราชการไปแล้ว จะเป็นกระบวนการทางกฎหมายอาญา ซึ่งผู้กระทำความผิดต้องรับผิดชอบทางอาญา เป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายบ้านเมืองที่จะดำเนินการ ส่วนผู้ที่อยู่ในระบบราชการ ทางพศ.จะตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ควบคู่กับการพิจารณาคดีของทางปปป. โดยขณะนี้พศ.ได้ร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว เหลือเพียงลงนามในคำสั่งเท่านั้น แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่า มีใครเป็นประธานและคณะกรรมการได้ เพราะเกรงว่า จะกระทบต่อการสืบสวน ในส่วนของการสรุปโทษทางวินัยจะต้องรอผลการสืบสวนจากปปป.ก่อน

สำหรับการปรับปรุงการจัดระบบบัญชีทรัพย์สินของวัด เบื้องต้นอาจจะมี 3 มาตรการ คือ ทำบัญชีที่มีประสิทธิภาพ มีระบบควบคุมตรวจสอบรายงาน และต้องมีการเปิดเผย โดยอาจจะต้องออกเป็นกฎหมาย อย่างไรก็ตาม แนวทางมาตรการดังกล่าว พศ.จะขอหารือกับคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่จะมาสักการะมหาเถรสมาคม(มส.) ในวันที่ 20 มิ.ย. ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐมด้วย

ด้าน พระครูปลัดกวีวัฒน์ (ธีรวิทย์ ฉนฺทวิชฺโช) รองเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ท่าทีของภาครัฐที่แสดงความประสงค์จะเข้ามาแก้ปัญหาทรัพย์สินของวัดในขณะนี้นั้น เป็นเรื่องดีที่ฝ่ายบ้านเมืองจะมาร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดในวงการพระพุทธศาสนาปัจจุบัน แต่สิ่งที่เป็นห่วงก็คือการที่แสดงอาการร้อนรนในการแก้ปัญหา และมีการตั้งข้อสงสัยตามความคิดของคนบางกลุ่ม บางพวก โดยไม่ได้ศึกษาอย่างถี่ถ้วนจากผู้รู้ จะนำมาซึ่งปัญหาที่หนักกว่าเดิม

"แทนที่จะทำให้พระพุทธศาสนามั่นคงและสร้างศรัทธาให้พุทธศาสนิกชนเพิ่มขึ้น กลับเป็นการสร้างความอ่อนแอให้พระพุทธศาสนา และทำลายศรัทธายิ่งขึ้นกว่าเดิม การแก้ปัญหาในวงการพระพุทธศาสนา ควรให้ผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบได้ปรึกษาและร่วมกันกำหนดมาตรการในการแก้ปัญหา คือในฝ่ายศาสนจักรมีมหาเถรสมาคม(มส.) โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานมส.ส่วนฝ่ายอาณาจักรมีพศ. ดังนั้นควรทำความเห็นส่งไปยังหน่วยงานหลักที่มีส่วนรับผิดชอบได้ร่วมกันแก้ไข ไม่ใช่เร่งรีบออกมาให้ข่าวกันก่อน"

ส่วนการแก้ปัญหาเรื่องทรัพย์สินของวัดนั้น ต้องพิจารณาว่า ปัญหาอยู่ตรงไหน เพราะข้อเสนอให้วัดจัดทำบัญชีทรัพย์สินตามเกณฑ์มาตรฐาน ครอบคลุมทรัพย์สินของวัดทั้งหมดนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ ตามกฎหมายคณะสงฆ์ และกฎมส. กำหนดผู้แทนและตัวแทนในการจัดการดูแลรักษาศาสนสมบัติของวัด คือ เจ้าอาวาส และไวยาวัจกร ต้องทำทะเบียนทรัพย์สินไว้ให้ถูกต้อง ทั้งต้องเก็บรักษาทะเบียนและหนังสือสัญญาไว้เป็นหลักฐาน ที่สำคัญจะเห็นได้ว่าเมื่อมีการร้องขอในการให้แสดงบัญชีทรัพย์สินของวัดเมื่อปีที่ผ่านมา วัดทั่วประเทศก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แสดงให้เห็นว่าคณะสงฆ์เองพร้อมที่จะให้ความร่วมมือฝ่ายบ้านเมืองอยู่แล้ว.