วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เคลียร์ชัดๆ! โอ๊ต ปราโมทย์ เถื่อนเพราะตัวตนจริงๆหรือแค่อยากดัง (คลิป)

โด่งดังเป็นที่รู้จักในโลกโซเชียลฯ และทำให้ทุกวันนี้ของนักร้อง ดีเจ พิธีกรหนุ่มอารมณ์ดี โอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน เปลี่ยนไปอย่างมาก เพราะหลังจากที่เจ้าตัวตัดสินใจมารับหน้าที่พิธีกรรายการ “The Boys & Paloy” ร่วมกับคู่เลิฟ พลอย หอวัง และ พิชญ์ กาไชย จนหลายคนติดใจการจัดรายการสไตล์เถื่อนๆ หยาบๆ ของเจ้าตัวที่เรียกเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี งานนี้นอกจากจะมีแฟนคลับเพิ่มขึ้นจนยอดฟอลโลเวอร์ ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก มีผู้ติดตามนับแสนคนแล้ว งานต่างๆ ก็มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่บางกระแสก็มองว่าหนุ่มโอ๊ตแค่เถื่อนเพื่ออยากเท่หรือแค่อยากดังรึเปล่า ได้เจอ โอ๊ต ในงานแถลงข่าวเปิดตัวรายการ “Jail Break” ณ ร้านรูท 66 อาร์ซีเอ เลยถามถึงเรื่องนี้กันหน่อย

สร้างความเถื่อนในทวิตเตอร์จนจะครบ 4 แสนฟอลโลเวอร์แล้ว?
“คือก็มีทั้งคนชอบและไม่ชอบเนอะ ก็จะบอกทุกคนว่ามันค่อนข้างมีความต่ำตม ความพูดจาไม่เพราะของเรา ฉะนั้นคนที่เลือกจะเข้ามาดูมาเสพขอให้อยากมาผ่อนคลาย อยากจะปลดปล่อย ผมพยายามนิยามว่ามันเหมือนสลัมในโซเชียลครับ ฉะนั้นใครที่อยากมาเล่นกับเราแรงๆ มาผ่อนคลาย ก็ฟอลโลว์มาได้เลยครับที่ทวิตเตอร์ @oatpramote เราจะแบ่งเลเวลอยู่แล้ว คือในเฟซบุ๊กเราจะไม่หยาบ ในไอจีจะกล้อมแกล้มๆ ระดับนึง แต่ในทวิตเตอร์จะหยาบเต็มที่เลยเพราะอยากให้เสพในหลายๆ มุมของเราด้วยครับ

ถามว่าดีใจไหมก็ดีใจครับ เอาจริงๆ ฟอลโลว์ขึ้นมาจากหมื่นนึงเป็นแสนนึงก็ดีใจมากแล้ว ผมรู้สึกว่าเราก็ไม่ใช่คนหล่อเนอะ ไม่ใช่ดาราดัง พอมีคนตามเยอะๆ ก็ดีใจ ขอบคุณทุกคนที่ชอบที่เราเป็นเราครับ จริงๆ ผมไม่ได้เปลี่ยนสไตล์อะไรนะ เราเป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว แต่แค่ไม่มีคนเห็น คนที่เห็นอาจจะเป็นวงแคบๆ เราร้องเพลงด้วยไง เราก็ต้องมีความเป็นนักร้องอยู่ในโหมดที่เราต้องทำงาน พอถึงจุดที่เราทำรายการ ตอนประขุมรายการ เรายังบอกพลอยเลยว่าเฮ้ย ถ้าพี่จะทำพี่อยากเป็นตัวเองนะ เอาตัวเองที่เป็นตัวเองจริงๆ ให้คนอื่นเห็นว่าคนจะรับได้ไหม ถ้ารับไม่ได้ก็ทำสัก 5 เทปก็เลิกได้แล้ว แต่พอทำออกมาก็ประสบความสำเร็จครับ”

ชีวิตแต่ก่อนที่ทำหน้าที่นักร้องอย่างเดียว กับชีวิตที่ทำรายการในตอนนี้ มันเปลี่ยนไปมากขนาดไหน?

“เปลี่ยนมากครับ เอาง่ายๆ จากที่ไม่มีงานเลย จนทุกวันนี้ 3-4 เดือนที่ผ่านมาผมทำงานไม่ได้หยุดเลยครับ บางวัน 3-4 งาน ต้องขอบคุณสปอนเซอร์ คนที่จ้างงานเรา เวลาเรารับงานจะถามเขาว่าให้หยาบได้ประมาณเบอร์ไหน ผมจะควบคุมตัวเองให้ไม่มากเกินไป”

คิดว่าคนจำภาพเราอันไหนมากกว่ากัน ระหว่างโอ๊ตเถื่อนกับโอ๊ตที่เป็นนักร้อง?
“น่าจะเป็นอันแรกมากกว่า คือคนไม่ได้จำว่าเถื่อนหรอก บางคนเห็นหน้าเราก็ตลกแล้ว สนุกแล้ว แต่โชคดีที่ว่าเราปล่อยเพลงออกมาก็ขึ้นเป็นที่ 1 แสดงว่าคนก็ยังเสพผลงานด้านร้องเพลงอยู่ แต่เวลาไปไหนส่วนใหญ่คนจะขอให้ด่า มีครางชื่อด้วย ทุกคนเลยอะ ทุกวันนี้เวลาคนเข้ามาขอถ่ายรูปเขาก็จะบอกว่าหนูขอคลิปครางชื่อเพื่อนหนูหน่อยได้มั้ยพี่ ผมก็ต้องไปยืนเต้นแล้วครางทุกวันจริงๆ แต่ก็สนุกดี มันไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงเนอะ”

เคยเจอเหตุการณ์แปลกๆ จากแฟนๆ ที่เข้ามาหาเราไหม?
“เคยเจอแบบพูดว่าอยากได้พี่เป็นผัวจังเลยทำยังไง ไปต่างประเทศก็จะมีมาพูดว่าหนูอยู่เมืองไทยมีแฟน แต่อยู่ที่นี่ไม่มี หนูกลับกับพี่ได้ไหม หนูชอบพี่มากเลย บางคนเจอเราคือเสียอาการ เราก็ตกใจ ไม่คิดว่าฟีดแบ็กจะดีขนาดนี้”

แล้วมีเรื่องดีๆ ที่มาจากแฟนคลับเยอะไหม?
“เยอะครับ ทุกวันจันทร์เขาจะไปรอผมที่แกรมมี่ 10-20 กว่าคน เอาขนมมาให้ มีชวนเราไปทำบุญด้วย ทำรูปมาให้ เอารูปวาดมาให้ เอาขนมนมเนย มีนัดรวมกันเยอะๆ แล้วมาล้อมวงร้องเพลงเอากุหลาบมาให้ คือมันเหมือนศิลปินเกาหลีเนอะ ก็รู้สึกว่าเฮ้ย เรามาถึงจุดนี้ได้ไงวะ ตกใจ แต่เราก็ขอบคุณแฟนคลับตลอดเลย ไม่เคยคิดเลยครับว่าชีวิตจะมาถึงขนาดนี้”

มีคนอยากรู้ว่าทำไมเราต้องเล่นมุกเมียตายด้วย?
“(หัวเราะ) คือมุกเมียตายเนี่ยผมพูดจริงๆ ว่าผมเล่นมาเป็นสิบปีแล้ว เล่นกับแฟนพูดกับแฟนตลอด สมมติเวลาออกงานบางทีก็จะพูดว่าโอ๊ย ไม่ต้องซีเรียส เมียตายแล้ว คือมันเป็นมุกตลกที่เราเล่นกับเพื่อนขำๆ แต่เราไม่คิดว่ามันจะไปไกลถึงขนาดนั้น ไปจนถึงปู (ไปรยา สวนดอกไม้ ลุนด์เบิร์ก) จนเป็นข่าวใหญ่โต เราคิดว่าเป็นเรื่องตลก ซึ่งเราไม่ได้ซีเรียสไง มันไม่ได้มีแฟนเราออกมาด่าว่าทำไมพูดอย่างนี้ ซึ่งเราเข้าใจกันอยู่แล้ว มันเป็นสิ่งที่เล่นกันอยู่สองคน แฟนก็ไม่ได้โกรธ หลังๆ แฟนก็จะบอกว่าถ้าได้ยินนะ จะปรับตังค์งานละหมื่น เป็นการแหย่เล่นกัน เราก็จะบอกว่าขอโทษนะที่รัก เราพูดเล่น”

แต่บางคนก็มองว่าเถื่อนแล้วเท่ยังไง ทำไมจะต้องเถื่อนเพื่อให้ตัวเองดัง?
“คือผมไม่ได้หยาบเพื่อให้ดูเท่อะ แต่เนื้อแท้ผมเป็นคนแบบนี้ คือชอบมีคนบอกว่าเราเป็นคนพูดหยาบแต่ดูไม่หยาบ แต่จริงๆ มันก็หยาบแหละ เราก็พยายามบอกทุกคนว่าเราหยาบคายจริง แต่ผมจะหยาบคายแบบมีกาลเทศะ ผมรู้ว่ามันควรจะได้แค่ไหน อย่าเวลาไลฟ์ เรามามีตติ้งกัน มาพูดกับน้องๆ เราก็จะเลเวล 6-7 จะไม่สบถเหมือนเวลาเราเล่นในผับ เรามีขีดจำกัดของเรา หรือถ้าไปดูในฟรีทีวีผมไม่เคยหยาบ ผมก็จะหาวิธีเล่นในทางของเราให้มันไปสู่จุดที่อยากให้มันตลก”

เคยมีคนที่ไม่ชอบมาว่าเราแรงๆ ไหม?
“มี เมื่อวานมีคนมาด่าผมในโซเชียลแล้วแท็กไปหาแกรมมี่เลย แล้วบอกว่าปล่อยให้ศิลปินแบบนี้มีผลงานได้ยังไง ทำไมถึงปล่อยให้เซ็นสัญญากับคนแบบนี้ หยาบคายแล้วเท่เหรอ นี่เหรอแบบอย่างของเยาวชน ไปเป็นไอดอลแต่หยาบคายแบบนี้ได้ไง ด่าเป็น 10 บรรทัดอะ แต่ผมไม่เครียด ผมก็ตอบเขาว่ากราบเลยนะครับพี่ พี่ไม่ต้องแท็กหาแกรมมี่หรอกครับ ไม่ใช่แค่แกรมมี่รู้ คนทั้งประเทศเขาก็รู้ว่าผมหยาบคาย

บริษัทเขารู้ว่าผมแยกแยะได้ว่าอันไหนผมควรพูดยังไง ควรจะวางตำแหน่งของตัวเองแบบไหน ถ้าพี่ไม่ชอบผมก็ดูอย่างอื่นดีกว่า จะได้ไม่ต้องมานั่งด่ากัน มันทำร้ายกันเนอะ อยู่ดีๆ มาพูดจาไม่ดีใส่กัน ถ้าไม่ชอบก็ข้ามไป อย่ามาว่าเราเลยเนอะ รักนะจุ๊บๆ แต่เขาก็ด่ากลับมาอีกเต็มเลย ด่าแรงด้วย ประมาณว่าสอนลูกหลานยังไงให้เป็นคนแบบนี้ จะให้ลูกหลานไปอยู่ในสังคมแล้วเป็นแบบคุณเหรอ”

เรามีกลัวไหมว่าเด็กๆ จะเอาตรงนี้ไปทำตาม?
“นั่นคือสิ่งที่พอเขาด่ามารอบ 2 ผมก็ตอบเขากลับไปว่าแสดงว่าพี่ไม่เคยดูผมสัมภาษณ์เลย ไม่รู้จักตัวตนของผมจริงๆ เพราะจริงๆ แล้วผมไม่ใช่คนที่หยาบเพื่อจะเหยียดคนอื่นเพื่อให้เขารู้สึกอายหรือสูญเสียความรู้สึก ผมไม่ใช่แบบนั้น ผมจะหยาบกับคนที่ผมรู้สึกว่าผมหยาบได้ ทุกบทสัมภาษณ์ไปหาอ่านได้เลย ผมจะบอกทุกครั้งว่าเด็กๆ ที่เอาผมเป็นไอดอลก็เป็นไอดอลก็ได้เพราะผมไม่ได้มีแต่ด้านหยาบคายอย่างเดียว ผมร้องเพลงก็ได้ ผมเป็นพิธีกรทำรายการ ผมเป็นดีเจ ด้านดีๆ ผมก็มีเยอะทำไมไม่เลือกเสพ

ด้านหยาบคายเนี่ยผมจะสอนเด็กทุกคนเสมอว่าหยาบได้พี่ไม่ว่า เราอยู่ในสังคมแบบนี้ แม่สอนว่าห้ามพูดหยาบคาย ไปโรงเรียนไม่หยาบคาย แต่พอเวลาไปโรงเรียนแล้วพูดกับเพื่อนก็หยาบคายกันถูกไหม แต่จะต้องมีกาลเทศะในการเล่น มันไม่ได้หมายความว่าน้องจะเอาในสิ่งที่หยาบคายไปพูดกับพ่อแม่ แต่เอาไปเล่นกับเพื่อนได้ สนุกได้เหมือนที่พี่เล่นกับเพื่อนพี่ ฉะนั้นกาลเทศะเป็นสิ่งที่จะต้องเตือนเสมอว่าเมื่อไหร่ ที่ไหน ยังไง วางตัวเองให้ถูก ถ้าคิดว่าจะเอาเราเป็นไอดอล ให้มองเราเป็นตัวอย่าง

ถามว่าถ้าผมหยาบคายจนน่ารังเกียจมากจริงๆ แต่ทำไมผมยังมีงานในวงการบันเทิงอยู่ เพราะผมรู้ตัวเองว่าเราได้แค่ไหน เมื่อไหร่ยังไงครับ อย่างผมเจอแฟนคลับ ผมก็ไม่เคยไปทักแบบหยาบคาย ผมนี่แทบจะเข้าไปกราบแล้วบอกว่าขอบคุณมากนะครับที่เอาขนมมาให้ จริงๆ ผมก็รักแฟนคลับมาก เหนื่อยขนาดไหนก็ตามก็จะอยู่ถ่ายรูปจนเสร็จแล้วค่อยกลับบ้าน”

เห็นว่างานเยอะมาก ช่วงนี้มีผลงานอะไรให้แฟนๆ ได้ติดตามบ้าง?
“มีเพลง “เมื่อวาน” ครับ ตอนนี้ก็เพิ่งขึ้นอันดับ 1 และก็มีพิธีกรรายการ “Jail Break” รายการใหม่ ทางไลน์ทีวี รับรองว่าสนุกแน่, พิธีกรรายการ “เที่ยวอยู่ได้” กับพี่เป๊ก วงซีล, ดีเจรายการ “จันทร์ช็อกโลก” ที่อีเอฟเอ็ม 104.5 จัดกับคุณอาร์ต มารุต นอกจากนี้ก็รับงานพิธีกรในงานอีเวนต์ด้วย เร็วๆ นี้ก็มีงานพรีเซ็นเตอร์กับน้องพลอยครับ แล้วก็มีคอนเสิร์ต รับงานจ้างด้วย คือเราจะไม่รับก็ไม่ได้เพราะเรายังเป็นนักร้อง ยังมีวงดนตรีที่เราต้องดูแล เราก็ต้องพาเขาไปทำงานบ้าง ไม่งั้นนักดนตรีจะไม่มีเงินใช้ครับ

ผมก็มีความรับผิดชอบหลายอย่าง ชีวิตไม่ได้สบายไง จะให้รับงานน้อยก็ไม่ได้เพราะถ้าคนในวงไม่ไปเล่นงานกับเราจะเอาเงินที่ไหนใช้ล่ะ ก็จะรับเดือนละ 7-10 งาน ให้เขามียอดทุกเดือน เรื่องงานเพลงยังไม่ทิ้งครับ ผมจะมีซิงเกิ้ลใหม่ รอฟังเร็วๆ นี้ คิดว่าเดือน ส.ค.นี้จะได้ฟัง ก็ทำกับแกรมมี่เหมือนเดิม มีคนมาฟีเจอริ่งด้วยแต่อุบไว้ก่อนครับ ก็อาจจะปล่อย 2 เพลงไล่เลี่ยกัน”

ถือว่าเป็นขาขึ้นเลยไหมปีนี้?
“ก็ใช่ครับ จากเมื่อก่อนคือเงียบเลยครับ ชีวิตเปลี่ยนเลยครับ คือผมพยายามนิยามว่าเหมือนเราได้นางสาวไทย ตื่นเช้ามาชีวิตเปลี่ยนจริงๆ แต่จริงๆ มันไม่ได้ตูมเดียวมานะ มันค่อยๆ มา มันมาจากพลอยก่อนแล้วมาเล่นหนัง แล้วก็มาจัดรายการจันทร์ช็อกโลก กลายเป็นว่าตอนนี้ในยูทูปคนเอาคลิปเราไปเยอะแยะเต็มไปหมด เลยเป็นการต่อยอดไปครับ”

ฝากถึงแฟนๆ ที่ติดตามเรา?
“ขอบคุณทุกคนก่อนครับที่ติดตามผม ชื่นชอบในตัวเราที่เป็นแบบนี้ ยินดีมากๆ ที่รักกัน รักในแบบที่เราเป็น ก็อยากให้ติดตามกันต่อไป อย่าลืมว่าเรากำลังจะทำอะไรใหม่ๆ สนุกๆ อีกเยอะแยะมากมาย ก็ขอฝากรายการ Jail Break ออนแอร์วันแรก 7 ก.ค. 2017 ทางไลน์ทีวี ทุกวันเสาร์ 4 โมงเย็น และก็มีเพลงเมื่อวาน, รายการเที่ยวอยู่ได้, จันทร์ช็อกโลก ทุกวันจันทร์ 3-5 ทุ่ม เร็วๆ นี้จะมีซิงเกิ้ลใหม่อีก 2 เพลง และก็มีเป็นกรรมการรายการ La Banda ซีซั่น 2 ฝากด้วยครับ”.