บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จันจิ เครียด! พ่อป่วยไบโพลาร์ ค่าใช้จ่ายหลักแสน มาริโอ ช่วยดูแล (คลิป)

จันจิ เผยอาการพ่อที่ป่วยเป็นไบโพลาร์ ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ก็ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด สิ่งที่กังวลคือเรื่องค่าใช้จ่ายเพราะค่าใช้จ่ายสูง มาริโอ้ ก็ช่วยดูแล เคยซื้อกับข้าวไปให้พ่อกิน แต่พ่อจำไม่ได้...

คุณพ่อของสาว จันจิ จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย ป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ เลยทำให้เกิดอาการหลงๆ เบลอๆ จนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ตอนนี้ลูกสาวต้องดูแลอย่างดี ไม่ให้พ่อเครียด โดยสาวจันจิได้เปิดเผยว่า

อัพเดทอาการป่วยของคุณพ่อ ?
"ที่เห็นในรูปอาจจะดูเหมือนว่าคุณพ่อดูเบลอๆ อันนั้นก็เป็นเพราะคุณพ่อกินยานอนหลับเกินขนาดค่ะ คือท่านอาจจะนอนไม่หลับเลยเพิ่มขนาดยามากขึ้น ซึ่งมันก็ส่งผลทำให้อาการป่วยของท่านที่เป็นอยู่มันเกิดสวิงขึ้นมา จนท่านไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งสาเหตุก็เพราะท่านป่วยเป็นโรคไบโพลาร์มาสักพักแล้ว"

"ถามว่าหนูตกใจไหม เอ่อ...ครั้งนี้ก็ไม่ได้ตกใจเหมือนครั้งก่อนๆ นะคะ เพราะครั้งแรกๆ ที่มันเกิดขึ้นหนูตกใจมาก แต่ว่าตอนนี้เราเริ่มรับมือได้แล้ว

ยิ่งตัวหนูเองมีพี่สาวด้วยเราก็ค่อยๆ ช่วยกันสลับดูแลกันไป เอาตรงๆ นะหนูเป็นห่วงท่านมาก เพราะล่าสุดพี่สาวบอกว่าคุณหมอเพิ่งจะตรวจถุงลมเล็กๆ ในปอด มันก็เลยยิ่งทำให้เรากังวลเรื่องการสูบบุหรี่ของคุณพ่อ"

"ตอนนั้นท่านเข้าโรงพยาบาลครั้งล่าสุด ก็...พักฟื้นอยู่โรงพยาบาล 5 วัน มีกายภาพบำบัดให้คุณพ่อขยับตัวเยอะๆ แต่ว่าตอนนี้ก็กลับมาใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิมแล้ว โดยที่บ้านก็จะมีพี่เลี้ยงช่วยจัดยาในวันที่หนูไม่ได้เจอหรือไปทำงาน

ส่วนตัวก็พยายามใกล้ชิดเท่าที่จะทำได้ เข้าไปพูดคุยกับท่านบ่อยๆ เพราะว่าท่านเป็นคนชอบเก็บตัว คือถ้าไม่ไปโรงพยาบาลท่านก็จะไม่ออกจากบ้านเลย"

"ส่วนคุณหมอเองก็ไม่ได้แนะนำอะไรเพิ่มทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวของคุณพ่อเองมากกว่า โรคไบโพลาร์มันจะเป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้ว ดังนั้นมันก็เลยขึ้นอยู่กับใจของท่านว่าท่านจะมีทัศนคติที่บวกขึ้นหรือเปล่า

ซึ่งการทานยาและอาหารของท่านเราเองก็ต้องควบคุมดีๆ อีกอย่างคือคุณหมอบอกว่าโรคนี้มีโอกาสหาย ถ้าหากคุณพ่อไม่กินยาเกินขนาดเองอีก"

"จริงๆ คุณพ่อท่านเป็นแบบนี้หลายรอบแล้ว ท่านจะเบลอๆ ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย หรือโกรธง่ายมาก ซึ่งอาการนี้มันก็จะเป็นส่วนหนึ่งของโรคไบโพลาร์

ดังนั้นเราจึงต้องพาท่านไปโรงพยาบาลเพื่อทำการปรับยา อีกอย่างคือคุณพ่อหนูท่านก็มีอาการของโรคซึมเศร้าด้วย ซึ่งมันอาจจะเป็นเพราะว่าหนูไปทำงานจนไม่มีเวลาเข้าไปคุยกับท่านบ่อยๆ บวกกับเราเองก็ไม่ค่อยไปไหนมาไหนด้วยกันสักเท่าไหร่ เพราะท่านเป็นคนที่ไม่ยอมออกนอกบ้านเลยจริงๆ"

คุณพ่อท่านรู้ตัวไหมว่าท่านกำลังป่วย ?
"ท่านทราบค่ะ แต่ว่าช่วงไหนที่เกิดอาการกำเริบท่านก็จะจำอะไรไม่ได้เลย และพอเขาหายเขาก็จะตามมาถามย้อนหลังว่าเขาเป็นแบบนั้นแบบนี้เหรอ ซึ่งเราเองก็ต้องคอยระวังแทนท่าน คอยดูท่านอย่างใกล้ชิดไม่ให้ท่านเครียด"

"เอ่อ...ถามว่าพ่อคุณพ่อป่วยแบบนี้หนูเครียดไหม หนูเครียดเรื่องค่าใช้จ่ายมากกว่าค่ะ เพราะเรื่องการดูแลเราเองก็ค่อนข้างชินแล้ว

แต่ว่าเรื่องของค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งมันสูงมาก คือถ้าท่านต้องเข้าโรงพยาบาลครั้งหนึ่งก็เป็นหลักแสน เราทุกคนในบ้านก็เลยต้องพยายามช่วยเหลือกัน ถ้าคุณพ่อดูอยู่ตอนนี้ก็รักษาร่างกายดีๆ นะคะ ตอนนี้ออกข่าวแล้วนะคุณพ่อ (ยิ้ม)"

มาริโอ้ ได้เข้ามาให้กำลังใจเรายังไงบ้าง ?
"มีค่ะ พี่เขาก็ช่วยซื้ออาหารที่คุณพ่อท่านอยากทานไปส่งให้ และก็เข้าไปช่วยดูแลบ้างในวันที่พี่เขาว่าง แต่ว่าก็ไม่ได้มาทุกวันนะคะ มาแค่ครั้งเดียว ซึ่งคุณพ่อก็จำไม่ได้ (หัวเราะ) จริงๆ เขาก็มีให้กำลังใจเหมือนกัน บอกกับเราว่าอย่าเครียดและก็ให้เราค่อยๆ กับคุณพ่อเพื่อที่คุณพ่อจะได้มีกำลังใจสู้กับโรค".