วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หิ้วเฒ่า 71 บุกยิงหนุ่มรถตู้ดับทำแผน สารภาพแค้นผู้ตายไม่ดูแลแฟนตัวเอง

‘พล.ต.ท.ศานิตย์’ พร้อมด้วยตำรวจ สน.บางซื่อ คุมตัวเฒ่าวัย 71 เลือดร้อนบุกยิงหนุ่มรถตู้ดับไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ขณะเจ้าตัวบอกที่ทำไปอารมณ์ชั่ววูบ แค้นผู้ตายไม่ดูแลแฟนสาวที่ตนรู้จัก ทั้งที่ยอมช่วยเหลือทุกอย่าง แต่กลับเอาของมีค่าไปจำนำ

จากกรณีเหตุคนร้ายกระหน่ำยิงนายสุพจน์ แม้นรำ อายุ 30 ปี อาชีพขับรถตู้รับจ้าง ภายในซอยประดิพัทธ์ 21 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (ยิงอุกอาจ 3 นัด หนุ่มดับคารถตู้ ในซอยประดิพัทธ์ 21 คาดปมชู้สาว)

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 มิ.ย.60 ที่สน.บางซื่อ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน ผกก.สน.บางซื่อ พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมแถลงข่าว จับกุมนายสงคราม รัตนาคม อายุ 71 ปี บ้านเลขที่ 54 หมู่ 7 ต.บ่อพลับ อ.เมือง จ.นครปฐม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญารัชดาภิเษก เลขที่ 1392/2560 ลงวันที่ 14 มิ.ย.60 ความผิดตามข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยจับกุมได้ที่ห้องเช่าเลขที่ 50 ซอยประดิพัทธ์ 17 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ พร้อมของกลางอาวุธปืนบาเร็ตต้าขนาด 0.40 มม. จำนวน 1 กระบอก ซึ่งเป็นอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ

พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า ตำรวจติดตามจนทราบว่าหลังก่อเหตุนายสงครามได้หลบหนีขึ้นรถเมล์สาย 63 ไปย่านงามวงศ์วาน แต่ภายหลังกลับใจจึงนั่งรถกลับมาที่บ้านพักย่านประดิพัทธ์ 17 และจับกุมไว้ได้ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เกิดจากความไม่พอใจผู้ตาย ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของหญิงสาวที่ตนรู้จัก เพราะผู้ตายไม่ดูแลครอบครัว และไม่มีความรับผิดชอบ ขณะที่ตนช่วยเหลือทุกอย่าง ทั้งนี้ตนเป็นอดีตข้าราชการบำนาญ ที่กระทรวงแห่งหนึ่ง

ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า นายสงครามรู้จักกับผู้หญิงซึ่งเป็นแฟนสาวของผู้ตายที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งมาประมาณ 1 ปี และพูดคุยกันถูกคอ และสนิทกันมาก ถึงขั้นซื้อของมีค่าให้และดูแลกันมาตลอด แต่ผู้ตายกลับนำทรัพย์สินมีค่าที่นายสงครามซื้อให้ผู้หญิงไปจำนำ ทำให้นายสงครามไม่พอใจ กระทั่งก่อเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตามภายหลังการแถลงข่าว ทางตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเกตุ โดยมีประชาชนและญาติผู้ตายมายืนดูเป็นจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบ ก่อนพาตัวกลับ สน.บางซื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.