บริการข่าวไทยรัฐ

ตายาย 'น้องรุ้ง' คิดไม่ถึงแม่-พ่อเลี้ยงจะฆ่า วอนช่วยนำศพกลับร้อยเอ็ด

ตายาย 'น้องรุ้ง' เด็กหญิงวัย 10 ขวบถูกฆ่าถ่วงน้ำ เสียใจ คิดไม่ถึงแม่-พ่อเลี้ยงจะฆ่า บอกหากทำจริง ก็ให้รับกรรมไป วอนผู้ใจบุญช่วยนำศพกลับร้อยเอ็ด เนื่องจากตัวเองฐานะยากจน ...

จากกรณี เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2560 เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ พบศพเด็กถูกฆ่าถ่วงน้ำ บริเวณสามแยกของคลองสำโรงแยกเข้าคลองจรเข้ใหญ่ ซึ่งจากการลงพื้นที่หาข่าว เจ้าหน้าที่คาดว่า ผู้ตายคือ ด.ญ.พรทิพย์ กุลนานันท์ หรือ รุ้ง อายุ 10 ปีเศษ นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งมารดาคือ น.ส.สุภาพร นนทรา อายุ 31 ปี ซึ่งมารับตัวไปอยู่ด้วยที่สมุทรปราการ ช่วงปิดเทอม ในบ้านเช่าร่วมกับพ่อเลี้ยงคือ นายวจะรัน ทัดสวรรค์ อายุ 35 ปี และน้องสาวอายุ 3 ขวบ ที่เกิดกับแม่และพ่อเลี้ยง หลังเกิดเหตุแม่และพ่อเลี้ยงได้ย้ายบ้านหลบหนีไป ก่อนเจ้าหน้าที่สามารถคุมตัวทั้งสองได้ ขณะหลบหนีอยู่ที่ จ.สระบุรี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของ นายสุบรรณ มนทรา อายุ 58 ปี ตาของน้องรุ้ง และนางสายสมร จงสงชัย อายุ 50 ปี ยายของน้องรุ้ง ที่ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด พบว่า เป็นบ้านที่ปลูกอยู่แบบกระต๊อบบนที่ดินของญาติ

โดยนายสุบรรณและนางสายสมร บอกว่าตนมีลูกสาวเพียง 2 คน คือแม่น้องรุ้งเป็นลูกคนโต และมีน้องสาวอีกหนึ่งคน ที่ไปรับจ้างอยู่กรุงเทพฯ ตนเพิ่งทราบเรื่องเมื่อเช้านี้ เนื่องจากลูกสาวอีกคนโทรมาบอกว่า มีข่าวลงเกี่ยวกับการหายตัวไปของน้องรุ้ง และการย้ายบ้านเช่าของพี่สาวและพี่เขยอย่างมีพิรุธ หลังทราบเรื่องทั้งคู่ก็ไม่สบายใจและขอให้อย่าเป็นเรื่องจริง เพราะยังรอหลานกลับมาบ้าน เพื่อเรียนต่อในชั้น ป.5 เพราะครูมาตามหลายครั้งแล้ว โทรหาแม่น้องรุ้งสิบกว่าครั้ง ก็ไม่ยอมรับสาย ซึ่งก่อนหน้ามีญาติไปเจอพ่อเลี้ยงและแม่ของน้องรุ้ง เมื่อถามหา ทั้งคู่ก็บอกว่าส่งลูกกลับมาหาตายายแล้ว แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่มีวี่แววของหลาน

นายสุบรรณและนางสายสมร เผยต่อว่า หลังทราบเรื่อง ก็รู้สึกเสียใจ ที่คนเป็นแม่และพ่อเลี้ยงจะกล้าทำกับหลานตนเอง หลังจากตำรวจจับได้แล้ว ใครทำใครคนนั้นก็รับกรรมไป แต่อยากนำศพหลานกลับมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านเพราะรักเขา แต่ก็ไม่มีเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรับศพ และค่าบำเพ็ญกุศลต่างๆ หากมีผู้ใจบุญจะให้การช่วยเหลือก็ยินดีอย่างยิ่ง โดยปกติน้องรุ้งเป็นคนไม่ค่อยพูดเท่าไร แต่มีนิสัยร่าเริง ช่วยทำงานบ้าน ล้างถ้วยล้างชาม เลี้ยงน้อง ซึ่งเป็นลูกของน้าสาว ซักเสื้อผ้า

ด้านนางสวาสดิ์ เสมียนกุล ครูโรงเรียนบ้านท่าลาดวารีวิทยา เผยว่า น้องรุ้งอยู่โรงเรียนเป็นคนเงียบๆ นิสัยดี เรียบร้อย โรงเรียนก็ให้การดูแลช่วยเหลือในเรื่องเสื้อผ้า อาหาร มาโดยตลอด

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงเรียนบ้านท่าลาดวารีวิทยา พบกับนาย พงษ์เทพ ศรีจันทร์ ผอ.ร.ร. โดยนายพงษ์เทพบอกว่า น้องรุ้ง ย้ายมาจาก จ.พิษณุโลก เข้าเรียนเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2559 เป็นเด็กที่เรียนดีและตั้งใจเรียน ชอบทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ และเป็นนางรำประจำโรงเรียน มีงานอะไรก็มักจะได้เป็นตัวแทนในการฟ้อนรำเสมอ จากข่าวที่ได้รับมาก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นทางโรงเรียนก็ได้มอบเงินจำนวน 1,800 บาท ให้กับนายสุบรรณ คุณตาของน้องรุ้ง เพื่อใช้จ่ายเป็นค่าเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อติดต่อประสานงานในการรับศพกลับมา.