บริการข่าวไทยรัฐ

ผบ.สส.บินลงใต้ ตรวจเยี่ยมการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ (คลิป)

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานการแก้ปัญหาชายแดนใต้ ที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ ที่อยู่ในสนาม...

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2560 เวลา 10.30 น. พลเอกสุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ณ สโมสรกองพลทหารราบที่ 15 อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี โดยมี พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้อนรับและร่วมประชุม

การเดินทางลงพื้นที่ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความก้าวหน้าและรับทราบความต้องการรับการสนับสนุนในการปฏิบัติภารกิจของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักของกองทัพไทย ในการสนับสนุนรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนแก้ไขปัญหาของชาติในด้านอื่นๆ อีกด้วย อาทิ การแก้ไขปัญหาอุทกภัยและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จนสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติ เป็นต้น ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกล่าวชื่นชมการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วยความทุ่มเท เสียสละ มีความสามัคคี เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จนทำให้สถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้นเป็นลำดับ และเป็นที่เชื่อมั่นศรัทธาของประชาชน

สำหรับการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับหน่วยที่ปฏิบัติงานในสนาม โอกาสนี้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เน้นย้ำให้ปฏิบัติภารกิจด้วยความระมัดระวัง หมั่นทบทวนการปฏิบัติอยู่เสมอ เพื่อให้ภารกิจประสบความสำเร็จด้วยความราบรื่น ปลอดภัย อันจะนำมาซึ่งความมั่นคงของชาติสืบไป

ทั้งนี้ ภาพรวมสถานการณ์ มูลเหตุหลักของปัญหาในพื้นท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดจากความแตกต่างด้านอัตลักษณ์ ชาติพันธ์ุ ความเช่ือความศรัทธา วัฒนธรรม ประเพณีและภาษาพูด จึงทำให้ประชาชนในพื้นท่ี มีความแตกต่างอย่างชัดเจนกับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ กอปรกับปัญหา ธุรกิจผิดกฎหมาย อิทธิพลท้องถิ่น การทะเลาะแก้แค้นระหว่างกลุ่ม และความรู้สึกถูกปกครอง ถูกกดทับทางด้านอัตลักษณ์ ทำให้มีประชาชนกลุ่มหน่ึงได้จัดต้ังเป็นองค์กรลับ และจับอาวุธข้ึนต่อสู้มา ต้ังแต่อดีตจนกระท่ังปัจจุบันยุทธวิธีท่ีใช้คือการลอบยิง และการใช้ ระเบิดต่อเป้าหมายอ่อนแอ และเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อแสดงความคงอยู่ ของขบวนการ และสร้างความหวาดกลัวเพื่อควบคุมมวลชน ส่วนในระดับยุทธศาสตร์ แสวงประโยชน์จากองค์กรอิสระ, นักการเมือง, นักวิชาการ, สถาบันการศึกษา เป็นเครื่องมือในการผลักดันสู่สากล