วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รากเน่า–โคนเน่า...มะละกอ

โดย สะ-เล-เต

สภาพอากาศในช่วงนี้ มักจะมีฝนตกชุกสลับกับอากาศร้อนอบอ้าว เอื้อต่อการเจริญเติบโตของศัตรูพืช โดยเฉพาะเชื้อรา กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกมะละกอให้เตรียมรับมือ... โรครากเน่าและโคนเน่า

เป็นโรคที่สามารถพบมากในระยะต้นกล้าไปจนถึงระยะต้นโตเก็บเกี่ยวผลผลิต

ในระยะต้นกล้า...จะแสดงอาการโคนลำต้นบริเวณผิวดิน มีลักษณะฉ่ำน้ำยุบเป็นแถบๆ ใบจะเหี่ยว ถ้าอาการรุนแรง บริเวณโคนต้นจะหักพับและตายในที่สุด

ในระยะต้นโต...มักแสดงอาการเริ่มแรกพบรากแขนงสีน้ำตาลหลุดขาดได้ง่าย ต่อมาโรคลุกลามไปยังรากแก้ว ทำให้รากเน่าเปื่อย ต้นแคระแกร็น ใบเหลือง ก้านใบลู่ลง และหลุดร่วงได้ง่าย

ส่วนต้นมะละกอจะเหลือใบยอดเป็นกระจุกและตายในที่สุด โดยบริเวณโคนต้นจะเน่าชุ่มน้ำ มีสีน้ำตาลเยิ้มออกมา และจะหักล้มพับได้ง่าย

ในระยะนี้ให้เกษตรกรควรหมั่นตรวจและกำจัดวัชพืชในแปลงและรอบแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ

หากพบต้นมะละกอที่แสดงอาการของโรครากเน่าและโคนเน่า ให้ขุดหรือถอนต้นที่เป็นโรคออกจากแปลง และนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที เพื่อลดแหล่งสะสมเชื้อสาเหตุของโรค

และควรใส่ปูนขาวหรือโรยยูเรียผสมปูนขาว อัตรา 80:800 กิโลกรัมต่อไร่ บริเวณหลุมที่ขุดหรือถอนต้นออกไปแล้ว แล้วกลบหลุม รดน้ำให้ดินมีความชื้นทิ้งไว้ 3 สัปดาห์ เพื่อฆ่าเชื้อสาเหตุของโรค

แต่หากเริ่มพบการระบาดของโรครากเน่าและโคนเน่า ให้ใช้สารราดป้องกันกำจัดโรคพืช เมทาแลกซิล+แมนโคเซบ 4%+64% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30-40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสาร เมทาแลกซิล 25% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร บริเวณโคนต้นด้วย

สำหรับพื้นที่เคยมีการระบาดของโรคนี้ ควรสลับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียน และควรทำแปลงปลูกให้มีการระบายน้ำที่ดี ไม่ให้มีน้ำขัง.

สะ–เล–เต