บริการข่าวไทยรัฐ

วัดไม่ถึงครึ่ง กก.เกินครึ่ง

เงินวัดกลายเป็นข่าวอื้อฉาวอีกครั้ง เมื่อตำรวจกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ตรวจพบการทุจริตเงินอุดหนุนวัด ของ 12 วัดในหลายจังหวัด พบความเสียหายกว่า 60.5 ล้านบาท โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เกี่ยวข้อง 4 คน รวมทั้งระดับอดีตผู้อำนวยการ พศ.

ยิ่งกว่านั้น ข่าวฆาตกรรมที่โด่งดังคือ การสังหารสามเณรปลื้มแห่งวัดวังตะวันตก นครศรีธรรมราช จากการตรวจสอบเบื้องลึก พบว่าไม่ใช่คดีฆาตกรรมธรรมดา แต่เกี่ยวพันเงินวัดด้วย เนื่องจากผู้ต้องหาสำคัญ 2 คน ซึ่งเป็นสามีภรรยา เป็นผู้คุมเงินวัด และเป็นผู้จัดการดูแลผลประโยชน์ทั้งหมดของวัด โดยไม่มีการจัดทำบัญชีทรัพย์สินที่น่าเชื่อถือ

เมื่อหลายสิบปีก่อน หลายคนคงจะจำได้ว่ามีเพลงลูกทุ่งฮิตเพลงหนึ่ง มีเนื้อร้องบางตอนว่า “วัดครึ่งหนึ่งกรรมการครึ่งหนึ่ง” เป็นเพลงล้อเลียนเสียดสีการจัดการการเงินของวัด แต่การตรวจสอบของตำรวจครั้งนี้พบว่า สูตรการแบ่งสรรเงินวัดก้าวหน้าไปอีกหลายก้าว จากวัดครึ่งหนึ่งกลายเป็นไม่ถึงครึ่ง ส่วนกรรมการงาบไปมากกว่าครึ่ง

รัฐบาลตั้งงบอุดหนุนวัดปีละประมาณ 4 พันล้านบาท โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ เป็นเงินซ่อมแซมบูรณะวัด เงินบำรุงการศึกษาพระภิกษุสามเณร และงบเผยแผ่พระพุทธศาสนา ส่วนวิธีการทุจริตจะมีเจ้าหน้าที่ไปติดต่อวัด แจ้งว่าจะจัดสรรงบอุดหนุนวัดให้เท่านั้นเท่านี้ แต่มีเงื่อนไขว่าวัดจะต้อง “ทอนเงิน” ให้เจ้าหน้าที่ถึง 75-80% เหลือให้วัดแค่ 20%

การทุจริตงาบค่าหัวคิวในวงการข้าราชการและนักการเมือง ส่วนใหญ่ไม่เกิน 20-30% แต่การทุจริตเงินวัดใช้อัตราก้าวหน้า งบประมาณอุดหนุนวัดปีละ 4 พันล้านบาท แม้จะใช้สูตรเดิมคือ วัดครึ่งหนึ่ง กรรมการครึ่งหนึ่ง เงินภาษีประชาชนก็จะเสียหายถึงปีละ 2 พันล้านบาท สาเหตุสำคัญเพราะไม่มีบัญชีทรัพย์สิน ไม่มีกฎหมายจัดการเงินวัด ไม่มีระบบตรวจสอบ

เชื่อว่าจะไม่มีแค่ 12 วัด ที่มีการทุจริต แต่อาจมีหลายวัดที่มีปัญหาเดียวกัน แต่ตรวจสอบยังไม่พบหรือไม่ได้ตรวจสอบ และรายได้ของวัดไม่ได้มีแค่เงินอุดหนุนจากรัฐ แต่ยังมีเงินบริจาคและเงินอื่นๆ อีกมหาศาล และน่าเป็นห่วงว่าการทุจริตที่ตรวจพบมีส่วนเกี่ยวข้องกับวัดหรือเจ้าอาวาสหรือไม่ ถ้าเกี่ยวข้องจะเป็นเรื่องใหญ่กว่ากรณีวัดพระธรรมกาย

นอกจากเป็นความผิดทางอาญาแล้ว การทุจริตเงินวัดยังอาจเป็นความผิดพระวินัยร้ายแรง หากมีพระภิกษุเกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับข้าราชการก็ต้องโดนทั้งวินัยและอาญา ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องออกกฎหมาย เพื่อจัดระเบียบทรัพย์สินและการเงินของวัด เป็นก้าวแรกของการปฏิรูปคณะสงฆ์ เพื่อให้พระพุทธศาสนาเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนตลอดไป.