วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กตู่แก้เก้อ ไม่คาดหวังคำตอบ เล็งรับความเห็นในห้าง สมชัยรื้อบันทึกโต้กรธ.

“บิ๊กตู่” เปิดปากหลังพักไมค์ 2 สัปดาห์ แก้เก้อเปิดรับฟัง 4 คำถามวันแรกกร่อยสนิทคนร่วมบางตา แค่จะสร้างการรับรู้ ไม่ได้หวังจะมากดไลค์ให้คำตอบใหญ่โต “บิ๊กป๊อก” จ่อขยายจุดรับฟังในห้างสรรพสินค้า สปน.เพิ่มทางสะดวกผ่านสายด่วน 1111 มท.ปิดยอดวันแรก 7,012 คน “กาฬสินธุ์” เยอะสุด 662 คน “ตาก-พังงา” เงียบเหงาจังหวัดละ 6 คน “สมชัย” ดิ้นสู้ลั่นปลดแอกองค์กรอิสระ สับทีมยกร่างฯ กลับไปกลับมา ตรา ก.ม.รอนสิทธิผู้มีสมบัติครบถ้วน กกต.งัดบันทึก กรธ.โต้แย้งดันตั้ง กมธ.ร่วมก่อนยื่นศาล รธน.ชี้ขาด ทีมยุทธศาสตร์ ปชป.ขอดเกล็ด ก.ม. กกต.ส่อขัด รธน. ผ่าเกมเซ็ตซีโร่ ยืมมือ กกต.ใหม่สืบทอดอำนาจ นายกฯเบรกอดีต ส.ส.ก่อหวอดสร้างความวุ่นวาย “โสภณ” หยอดพร้อมหนุนถ้า “ประยุทธ์” ลุยตั้งพรรคเอง

หลังจากศูนย์บริการประชาชนและศูนย์ดำรงธรรม ประเดิมเปิดให้ประชาชนตอบคำถาม 4 ข้อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.แต่บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีประชาชนเข้าร่วมน้อยมาก โดยกระทรวงมหาดไทยสรุปยอดผู้มาตอบแสดงความคิดเห็นทั่วประเทศในวันแรกเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. มีทั้งสิ้น 7,012 คน ขณะที่นายกฯ ระบุว่า ไม่ได้คาดหวังว่าประชาชนจะมาตอบเป็นเรื่องราวใหญ่โต หวังเพียงแค่สร้างการรับรู้

“บิ๊กตู่” ย้ำไม่คิดเปลี่ยนปัญหาไม่จบ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม นพ.ปิยะมิตร ศรีธารา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี นำคณะผู้บริหารมูลนิธิรามาธิบดี พร้อมศิลปินดาราจิตอาสา อาทิ ลลิตา ปัญโญภาส (หมิว) คัทลียา แมคอินทอช (แหม่ม) และดารณีนุช ปสุตนาวิน (ท็อป) เข้าพบนายกฯเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ของมูลนิธิรามาธิบดี เพื่อเปิดรับบริจาคนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยคณะได้มอบกระปุกออมสินรูปหัวใจสีม่วงและเสื้อยืดสกรีน “คำว่าให้...ไม่สิ้นสุด” และหมอนผ้าห่ม “น้องให้ใจ” ลายตัวการ์ตูนรูปหัวใจสีม่วงมีปีกให้กับนายกฯเป็นที่ระลึก ขณะที่นายกฯกล่าวว่า ขอฝากเรื่องความรักความสามัคคีและเรื่องจิตสำนึกด้วย นอกเหนือจากการทำหน้าที่ ต้องคิดอย่างที่ตนคิด หากยังไม่เปลี่ยนตัวเองประเทศมีปัญหาไม่สิ้นสุด

จวกบางพวกยังชอบโกหกไม่เลิก

นายกฯกล่าวว่า ถ้าพูดถึงการให้เราต้องให้ประชาชนก่อน วันนี้ประเทศไทยมีปัญหาการทำความเข้าใจไม่ไปซ้ายก็ไปขวา ไม่มีตรงกลาง ถ้าเป็นเช่นนี้ก็แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ขอให้เข้าใจตนในฐานะนายกฯ พยายามแก้ปัญหา ต้องสร้างการรับรู้ให้มากขึ้น ส่วนเรื่องสิทธิมนุษยชนเราไม่ไปยุ่งเกี่ยวอยู่แล้ว แต่ต้องคำนึงถึงสิทธิของผู้อื่นด้วย อย่าทำให้คนอื่นเดือดร้อน อย่างหัวใจสีม่วงคือหัวใจของคนที่ใกล้จะตาย คนใกล้จะตายจะไม่โกหก ไม่เหมือนบางพวกที่ยังชอบโกหก สำหรับตนไม่มีโกหก เป็นคนที่มีหัวใจสีม่วงที่ได้รับพระราชทานมาในเครื่องหมายทหารเสือฯไม่ใช่หัวใจสีแดง ประเทศวันนี้ปล่อยให้ไปซ้ายกับไปขวาอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ฝากปฏิรูปประเทศด้วย และตนเป็นคนอารมณ์ดี เว้นเจอคำถามทำให้อารมณ์เสียและไม่เคยโกรธใคร

ไม่หวังใหญ่ ปชช.ตอบ 4 คำถาม

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ครม.ถึงการเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนต่อ 4 คำถามเกี่ยวกับการเลือกตั้งในวันแรก เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ประชาชนให้ความสนใจค่อนข้างน้อยว่า ไม่ได้คาดหวังให้ทุกคนมาตอบให้เป็นเรื่องราวใหญ่โตอะไร เพียงต้องการสร้างการรับรู้เท่านั้นเอง

แอ่นอกเปิดหูฟังทุกเสียง

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ตามปกติหลังจากงดให้สัมภาษณ์ไปได้แค่ 2 สัปดาห์ จากที่ก่อนหน้านี้ได้ประกาศจะงดให้สัมภาษณ์สื่อนาน 3 สัปดาห์ โดยนายกฯให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชาชนออกมาตอบ 4 คำถามว่า ทุกคนให้ความสำคัญกับ 4 คำถามมากไปหรือเปล่า ไม่ได้บอกว่าประชาชนจะต้องมาไลค์ทั้ง 6 ล้านคน มันไม่ใช่ จะกี่ล้านตนไม่รู้ จะคนเดียวหรือ 10 คนก็รับฟัง 100 คนก็รับฟัง ส่วนกรณีการเลือกตั้งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย จะให้เลือกตั้งเร็วกว่าเดิม ตนไม่ได้สนใจ สำคัญอย่าไปเป็นเครื่องมือของใคร วันนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการทำโพลกดไลค์ เห็นหรือไม่ที่จับชาวต่างชาติที่รับจ้างกดไลค์ ปัดโธ่คุณไม่ต้องมาไลค์ให้ตน เพราะตนไม่เชื่อ วันนี้เงินจ้างได้หมด เทคโนโลยีไปไกล ถ้าไปให้ความสำคัญในการสร้างความรับรู้ทางโซเชียลอย่างเดียว คงไม่ได้ วันนี้ปัญหาหลายเรื่องนายกฯแก้คนเดียวไม่ได้ เพียงแต่ริเริ่ม อันไหนที่รู้จากสื่อ ก็เอาไปสั่งว่าเรื่องนี้ว่ากันอย่างไร ให้เขาตอบคำถามให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในบ้านเมือง เป็นนายกฯไม่ใช่เหนื่อยหรือไม่เหนื่อย แต่เป็นเรื่องของความห่วงกังวลทุกเรื่อง คนเป็นนายกฯอาจจะเป็นแบบนี้ทุกคน ห่วงประชาชนผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร เศรษฐกิจ ค่าเงินบาท ขาดแคลนน้ำ น้ำท่วมกรุงเทพฯ คือหน้าที่ของนายกฯทำวันนี้เผื่อวันข้างหน้า

เบรกนักการเมืองพบปะสังสรรค์

เมื่อถามถึงกรณีกลุ่มสโมสร ส.ส.ไม่พอใจที่ถูกสั่งยกเลิกการพบปะสังสรรค์ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า เพิ่งรู้ข้อมูลจากสื่อมวลชน ทั้งหมดเป็นเรื่องของความเหมาะสม การจะรับประทานอาหารร่วมกัน ต้องดูว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองหรือไม่ คสช.จะพิจารณาข้อมูลต่างๆบางครั้งจะได้รับแจ้งจากประชาชน จึงจำเป็นจะต้องตรวจสอบ ยืนยันว่ายังไม่อนุญาตให้พบปะกันเป็นคณะใหญ่ ขอร้องกันไว้ก่อนขออย่าเพิ่งเลย อย่าทำให้เกิดความวุ่นวายสับสนอลหม่าน จะมีผลกระทบต่อการทำงานของตนในเวลานี้ ส่วนกรณีที่ทหารค้นบ้านพักนักการเมืองหลายคน แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ทำให้ถูกมองว่าคสช.กำลังเล่นเกมการเมืองนั้น ได้ทำความเข้าใจกับหน่วยงานในพื้นที่แล้ว เพราะเจ้าหน้าที่มีข่าวสารและข้อมูล อาจจะเป็นคนใกล้ชิดหรือลูกน้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด แต่ไม่ได้พาดพิงถึงเจ้าตัว ต้องขอโทษด้วยหากทำให้เสียชื่อและเกียรติยศ ยืนยันว่าไม่ได้เล่นเกมการเมืองใดๆทั้งสิ้น เพราะบ้านเมืองจะมาเล่นเกมการเมืองคงไม่ใช่ ตนไม่มีเกมการเมือง

“บิ๊กป้อม” ปัดส่งทหารไปหาอดีต ส.ส.

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีตส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อ้างว่า มีทหารจำนวน 8 นาย จากกองทัพภาคที่ 2 นำแบบฟอร์ม 4 คำถามนายกรัฐมนตรีไปให้ตอบถึงบ้านว่า ไม่มีใครสั่ง เขาทำกันไปเอง เป็นทหารจริงหรือไม่ก็ไม่รู้ เมื่อถามว่า คสช.มีนโยบายให้ทหารไปรับคำตอบถึงบ้านพักหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า คสช.ไม่มีนโยบายเช่นนั้น

“อนุพงษ์” เล็งเพิ่มวิธีรับฟังในห้าง

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการรับฟังความคิดเห็น 4 คำถามของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.ว่า ยังไม่มีรายงานเรื่องปัญหาเข้ามา ภาพรวมถือว่าเรียบร้อย เป็นไปได้ที่จะเพิ่มช่องทาง เช่นการเปิดรับฟังความคิดเห็นในศูนย์การค้า จะพิจารณาความเหมาะสมและเป็นไปได้ต่อไป เพราะเกี่ยวโยงกับงบประมาณด้วย แต่ถ้าภาคเอกชนร่วมมือให้ใช้สถานที่คงทำได้ ส่วนช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ก็น่าเป็นไปได้ แต่ต้องยืนยันตัวเองด้วยบัตรประชาชนได้ เพราะถ้ามีการสวมสิทธิ์จะทำให้ผลการรับฟังความคิดเห็นผิดเพี้ยนไปได้ สมมติว่ากระทรวงมหาดไทยรับฟังความคิดเห็นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ แล้วมีสื่อไปสอบถามเจ้าตัวบอกว่าไม่เคยแสดงตนจะกลายเป็นปัญหาได้ กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งไปให้จังหวัดต่างๆประชาสัมพันธ์แจ้งประชาชนแล้ว สื่อก็ต้องช่วยกัน สำหรับผู้เขียนหนังสือไม่ได้เป็นรายละเอียดปลีกย่อยคงไม่ต้องออกระเบียบอะไร หากอยากแสดงความคิดเห็นเจ้าหน้าที่คงหาวิธีได้ แต่อาจมีข้อกังวลกรณีให้เจ้าหน้าที่เขียนแทนอีก

สปน.ให้ตอบผ่านสายด่วน 1111

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน บริเวณสำนักงาน ก.พ. บรรยากาศการเปิดให้ประชาชนตอบแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นคำถาม 4 ข้อของนายกฯ ในวันที่สองยังคงมีประชาชนทยอยเดินทางมาตอบแบบสอบถาม ช่วงเช้ามีนายเจิม ขวัญทอง อายุ 63 ปี ชาวดอนเมือง กรุงเทพฯ ข้าราชการบำนาญกระทรวงศึกษาธิการ มาตอบแบบ สอบถามเป็นรายแรก นายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นอกจากเดินทางมาที่ศูนย์บริการประชาชนแล้ว ยังสามารถตอบคำถามผ่านสายด่วน 1111 กด 2 อีกช่องทางหนึ่ง จะมีเจ้าหน้าที่สอบถาม ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์และคำตอบของ 4 คำถาม ขณะนี้มีผู้สนใจพอสมควรเพราะสะดวก และเราเปิดรับสายทางโทรศัพท์ก่อนวันที่ 12 มิ.ย.หลายวันแล้ว อย่างไรก็ตาม ศูนย์บริการประชาชนไม่เปิดให้ประชาชนเดินทางมาตอบแบบสอบถามในวันหยุดนักขัตฤกษ์และหยุดวันเสาร์-อาทิตย์

มท.สรุปยอดตอบวันแรกกว่า 7 พันคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงมหาดไทยได้สรุปยอดของผู้มาแสดงความคิดเห็นคำถาม 4 ข้อ ของนายกฯ ผ่านศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดให้ประชาชนได้มาแสดงความคิดเห็น พบว่ามีประชาชนเดินทางมาแสดงความคิดเห็นรวม 7,012 คน จ.กาฬสินธุ์เป็นจังหวัดที่มีประชาชนมาแสดงความคิดเห็นมากที่สุด 662 คน รองลงมา จ.สระบุรี 408 คน และ จ.นครราชสีมา 322 คน ส่วน จ.ตากและพังงาเป็นจังหวัดที่มีประชาชนมาแสดงความคิดเห็นน้อยที่สุดจังหวัดละ 6 คน

“สมชัย” ลั่นสู้ปลดแอกองค์กรอิสระ

อีกเรื่อง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง โพสต์เฟซบุ๊กถึงร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งที่กำลังจะออกมา มีผลให้ กกต.ชุดปัจจุบันถูกเซ็ตซีโร่ว่า การออกกฎหมายที่รอนสิทธิผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน กระบวนการออกกฎหมายพิลึกพิลั่นที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) สนับสนุนแนวคิดที่ตนเองไม่ได้เสนอในขั้นกรรมาธิการ การกลับไปกลับมาของผู้ร่างกฎหมายสำคัญในบ้านเมือง วันหนึ่งบอกทุกองค์กรอิสระต้องใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน พออีกวันหนึ่ง บอกไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกองค์กรอิสระ วันหนึ่ง บอกกรรมการที่มีคุณสมบัติไม่ครบเท่านั้นที่ไม่ได้ไปต่อ วันหนึ่งบอกต้องเห็นดีเห็นงามกับเซ็ตซีโร่ การโต้แย้งของตนและ กกต.ทั้งคณะที่จะมีขึ้นในวันสองวันนี้ ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความอยากเป็น กกต.ต่อ แต่เป็นไปเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าด้วยหลักนิติรัฐ นิติธรรม ให้ได้องค์กรอิสระที่อิสระจริง ปลอดจากการแทรกแซงหรือวางตัวจากฝ่ายบริหารเพื่อประโยชน์การเลือกตั้งในอนาคต มิได้มาจากสันดานเอ็นจีโอที่มุ่งค้านทุกเรื่อง

กกต.งัดบันทึก กรธ.โต้แย้งเซ็ตซีโร่

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงาน กกต.ว่า เบื้องต้น กกต.ได้ข้อสรุปว่าจะใช้สิทธิในการทำความเห็นแย้งต่อร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต.กลับไปยัง สนช.อย่างน้อย 3 ประเด็น คือ 1.คุณสมบัติของ กกต. 2.อำนาจที่ กกต.สามารถสั่งระงับยับยั้งได้หากพบการทุจริตในหน่วยเลือกตั้ง และกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้ 3.การเลือกตั้งท้องถิ่นที่กฎหมายได้มอบหมายให้หน่วยงานอื่นจัดการเลือกตั้งภายใต้การกำกับดูแลของ กกต. โดยประเด็นที่ 2 และ 3 ถูก กรธ.ตัดทิ้งไป ทั้งนี้วันที่ 14 มิ.ย. เวลา 10.00 น. จะนำเรื่องนี้เข้าหารือกับคณะที่ปรึกษา กฎหมาย คาดจะได้ข้อสรุปนำเข้าที่ประชุม กกต.ในช่วงบ่าย ก่อนใช้สิทธิเสนอความเห็นแย้งไปยังสนช. เพื่อนำไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการร่วม และถ้าออกเป็นกฎหมายแล้ว กกต.จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดต่อไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กกต.พบบันทึกเจตนารมณ์ที่เป็นลายลักษณ์อักษรของ กรธ. เกี่ยวกับ บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่า ให้ กกต.ที่มีคุณสมบัติครบตามรัฐธรรมนูญอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้

“เทือก” อัดก๊วนโวยทำเพื่อตัวเอง

ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) โพสต์เฟซบุ๊กถึงข้อสังเกตว่า การเซ็ตซีโร่ กกต. เป็นผลจากคำถามทั้ง 4 ข้อของนายกรัฐมนตรี กรณีหลังการเลือกตั้งต้องการให้ได้รัฐบาลมีธรรมาภิบาลว่า ประชาชนตั้งความหวังว่าผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง กกต. ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ สามารถกำกับดูแลการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม เมื่อมีกฎหมายออกมาก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย การเซ็ตซีโร่หรือไม่ เป็นเพียงวาทกรรม ผู้ใดมีคุณสมบัติตามกฎหมายก็สมัครเข้ามาเป็น ใครที่ไม่มีคุณสมบัติก็เป็นไม่ได้ ต้องคิดถึงส่วนรวม กกต.ที่ถูกให้ออกจากตำแหน่งจากกฎหมายใหม่ แล้วออกมาโวยวายเพื่อสร้างปัญหา ไม่ใช่เรื่องถูกต้อง ไม่ใช่หวังผลประโยชน์ของชาติ แต่กำลังทำเพื่อตัวเอง

ปชป.ซัด ก.ม.กกต.อาจขัด รธน.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า คณะทำงานฝ่ายยุทธศาสตร์พรรค ประกอบด้วยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช นายชำนิ ศักดิเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ นายเจริญ คันธวงศ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้หารือถึงร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ สนช. มีมติให้เซ็ตซีโร่ กกต.ปัจจุบันทั้งคณะว่า คณะทำงานฯวิเคราะห์ถึงเนื้อหาของร่างกฎหมายนี้ว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เช่น การกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะสมัครเป็น กกต.ชุดใหม่มีข้อกำหนดห้ามที่ตัดสิทธิของบุคคลที่จะลงสมัครเป็น กกต.เช่น ข้าราชการต้องเป็นระดับอธิบดีขึ้นไป นักวิชาการต้องเป็นศาสตราจารย์ และยังห้ามผู้มีอาชีพอิสระ รวมถึงลูกจ้างบริษัทเอกชน แต่น่าประหลาดกลับให้อำนาจ กรรมการสรรหาไปเชิญบุคคลที่ไม่ได้ลงสมัครให้มาเป็น กกต. ส่อให้เห็นเจตนาแอบแฝงบางอย่าง

ผ่าเกมยืมมือ กกต.ใหม่สืบอำนาจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ คณะทำงานฝ่ายยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ ยังมีข้อสังเกตว่าผู้มีอำนาจมีเจตนาออกกฎหมายเพื่อยืมมือ กกต.และ กกต.ชุดใหม่ในการสืบต่ออำนาจ โดยเพิ่มอำนาจให้ กกต.ชุดใหม่มีอำนาจมากเกินจำเป็น สามารถแต่งตั้งคณะทำงานของ กกต.เป็นเจ้าพนักงานสอบสวนเอง จากเดิมเป็นหน้าที่ของตำรวจ และส่งฟ้องเพื่อดำเนินคดีอาญาต่อศาลได้เอง จากเดิมเป็นอำนาจของอัยการ ชี้ให้เห็นว่าให้คุณให้โทษต่อนักการเมืองขั้วตรงข้ามกับรัฐบาลหรือผู้มีอำนาจ สะท้อนเจตนาการออกกฎหมาย กกต.ใหม่ว่า มีนัยสอดคล้องการเซ็ตซีโร่ กกต. เพื่อรองรับ กกต.ชุดใหม่ในการใช้อำนาจสนองตอบผู้มีอำนาจ มากกว่าเป้าหมายจัดการเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หากมีการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ร่างกฎหมายนี้อาจถูกตีตกว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ต้องส่งกลับมาให้ กรธ.ยกร่างใหม่ และอาจจะกระทบต่อโรดแม็ปได้

เชียร์ “ตู่” ลุยตั้งพรรคการเมือง

นายโสภณ เพชรสว่าง อดีตรองประธานสภาฯ และหนึ่งในสมาชิกสโมสร ส.ส. กล่าวว่า ส่วนตัวในอนาคตการเมืองยังคงต้องเล่นต่อ เราไม่เล่นมันก็เล่นเรา เพียงแต่จะเล่นรูปแบบไหน ยังไม่ชัดว่าจะลงสมัครเองหรือไปช่วยคนอื่น ใครเห็นความสำคัญเราก็ไป แม้ยังเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย แต่เขาไม่ให้ความสำคัญก็อาจต้องถอยออกมา เมื่อถามว่าหากสโมสร ส.ส.ตั้งพรรคจริง พร้อมจะไปอยู่หรือไม่ นายโสภณตอบว่า วันนี้ยังไม่ได้หารือถึงขั้นนั้น แต่วันข้างหน้าก็อาจเป็นไปได้ ไม่แน่ หากเห็นว่าพวกเรามาทำงานเพื่อชาติเพื่อแผ่นดินกันดีกว่า ส่วนที่นายวิวรรธนไชย ณ กาฬสินธ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย แกนนำกลุ่มฯที่เคยประกาศพร้อมเดินแนวทางเดียวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ คงเป็นความเห็นส่วนตัว หากไปสนับสนุนคนนอกมาเป็นนายกฯคงไม่เอาด้วย เว้นแต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ประกาศจะเล่นการเมืองตั้งพรรคเอง

นายกฯเผยคลำเป้าเจอคดีบึม รพ.

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.กล่าวถึงความคืบหน้าการจับกุมรถขนอาวุธสงครามที่ จ.ตราด ว่า จากวันแรกถึงวันนี้จับกุมไปกี่คนแล้ว ต้องสอบสวนไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ได้ข้อมูล จะไปตั้งเป้าว่าเรื่องเกิดจากตรงนู้นตรงนี้ และให้มีการจับกุมทีเดียวคงทำไม่ได้ เพราะการทำงานความมั่นคง ต้องทำต่อเนื่อง มีการสืบสวนสอบสวน ใช้เวลาในการเรียกประจักษ์พยาน มาสืบ ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดีระเบิดโรงพยาบาล พระมงกุฎเกล้า ยังพูดไม่ได้ ซึ่งได้เป้าหมายมาแล้ว ต้องสอบสวนต่อไป ต้องไปดูว่ามีความเกี่ยวพันเรื่องอะไร หลายอย่างหลายคนไม่เข้าใจว่าทำไมยังเกิดขึ้นอยู่ ทั้งที่รัฐบาลมีอำนาจเต็มแสดงว่าฝ่ายความมั่นคงทำงานไม่ดีหรือ การข่าวล้มเหลวหรือ ไปดูที่มันจับได้บ้างสิก็ดีขึ้นไม่ใช่หรือ หลายคดีเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายตั้งเยอะ บางคดียากง่ายแตกต่างกันไปต้องให้เวลาทำงาน

สั่ง “บิ๊กโด่ง” เช็กญาติพันโซลาร์ฟาร์ม

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกรณีที่มีนายทหารยศพลเอกแอบอ้างเรียกรับผลประโยชน์ในโครงการโซลาร์ฟาร์มขององค์การทหารผ่านศึก (อผศ.) ว่าได้สั่งให้ตรวจสอบอยู่ ต้องรอฟังคำชี้แจงของ อผศ.และกระทรวงกลาโหม ที่อ้างชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ต้องไปดู แล้วไปเชื่อได้อย่างไร ควรถามกลับมาที่ พล.อ.ประวิตรหรือตนก็ได้ว่าจริงหรือไม่ จะได้รู้ตัวสักทีว่าคนอ้างมันคือใคร รับรองว่าจะเก็บเป็นความลับให้หมด ส่วนกรณีที่แต่งตั้งเครือญาติ (เป็นกรรมการในบริษัทที่ได้งานโครงการโซลาร์ฟาร์ม) ได้ให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ไปติดตามจะใช่หรือไม่ อย่าเพิ่งไปลงความเห็นว่ามันผิดมันถูก ต้องตรวจสอบว่าทำได้หรือไม่

อ้อนชาวสวนยางหยุดไล่ “ฉัตรชัย”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีสมาคมผู้ปลูกยางทั่วประเทศเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาราคายางพาราว่า ในที่ประชุม ครม.ได้หารือถึง 4 มาตรการที่เคยทำมาแล้ว แต่ในทางปฏิบัติขึ้นอยู่กับหลายส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกษตรกรได้ให้คำแนะนำมา ต้องไปควบคุมกำกับดูแลตามกฎหมาย พ.ร.บ.การยางฉบับใหม่ที่ 2-3 วันนี้ขึ้นมากิโลกรัมละ 2 บาท วันนี้ต้องเตรียมรองรับการเปิดฤดูกาลใหม่ ทุกครั้งก่อนเปิดฤดูการใหม่ราคายางจะตก อยากให้รอกระทรวง เกษตรฯ ชี้แจงในวันที่ 14 มิ.ย. ส่วนสมาคมผู้ปลูกยางเตรียมเคลื่อนไหวเรียกร้อง ขอร้องว่าอย่าออกมาเคลื่อนไหว เพราะไม่อยากใช้กฎหมายบังคับ อย่าถึงขั้นเรียกร้องให้ปรับ รมว.เกษตรฯ ออกจากตำแหน่งเลย เพราะมันไม่ใช่สาเหตุ รมว.เกษตรฯ ทำงานหลายเรื่อง และหลายปัญหาเกิดขึ้นมาหลายรัฐบาลแล้ว

กำชับทุก จว.จัดพื้นที่ฟิตแอนด์เฟิร์ม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ได้สั่งให้ทุกจังหวัดเปิดพื้นที่ให้มีการออกกำลังกายในวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยจัดตามสวนสาธารณะ ให้มีกิจกรรมระหว่างครอบครัว เพื่อสร้างความอบอุ่น แต่ไม่ตั้งโครงการใหม่ไม่ใช้งบประมาณจำนวนมาก และให้แนวทางไปยังกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อสนับสนุนผู้มีรายได้น้อยให้มีสถานที่ค้าขายอาจจัดหาพื้นที่ เช่น ค่ายทหาร โรงเรียน ใช้สถานที่ราชการให้เกิดประโยชน์ จัดระเบียบอย่างดี ไม่ค้าขายข้างถนนจนเกะกะการจราจร วันนี้เงินนอกระบบหายไปเป็นจำนวนมาก เพราะรัฐบาลได้ปิดโพยก๊วนผิดกฎหมายทั้งหมด ไม่ว่าการพนันหรือการพนันออนไลน์ ทำให้เงินผิดกฎหมายออกไปจากระบบ อาจทำให้หลายคนเดือดร้อน

ตั้งโฆษก 6 รองนายกฯตีปี๊บผลงาน

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมรับทราบแต่งตั้งโฆษกประจำรองนายกฯทั้ง 6 คน ประกอบด้วย พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เป็นโฆษก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นโฆษก พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร พล.ร.ต.รณัชย์ เทพวัลย์ ที่ปรึกษารองนายกฯ เป็นโฆษก พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย พล.อ.อ.มณฑล สัชฌุกร ประธานคณะทำงานรองนายกฯและอดีตโฆษกกองทัพอากาศ เป็นโฆษก พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยประจำสำนักนายกฯ และนายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เป็นโฆษกนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และนายไชยา ยิ้มวิไล กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี เป็นโฆษกนายวิษณุ เครืองาม โดยนายกฯเน้นให้ทุกคนต้องทำงาน แก้ปัญหาที่ยังติดขัดอยู่ ไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยกฎหมายปัจจุบัน ก็มาขอให้ ครม.รับทราบ เพื่อใช้คำสั่งพิเศษปลดล็อก และเมื่อทำอะไรแล้วต้องชี้แจงเหตุผลให้ประชาชนรับทราบถึงงานที่คาบเกี่ยวระหว่างกระทรวง เพราะวันนี้งานที่คาบเกี่ยวระหว่างกระทรวง โฆษกแต่ละกระทรวงอธิบายเรื่องไม่สุด ไม่ใช่เป็นความผิด

แก้เกณฑ์เยียวยาเหตุรุนแรงปี 56–57

พล.ท.สรรเสริญกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองปี 56-57 โดยเงินยังชีพที่จะให้บุตรผู้เสียหายไม่ว่าทุพพลภาพหรือเสียชีวิต ให้รับเงินยังชีพรายได้รับเงินจนจบปริญญาตรีใบแรกใบเดียว อายุไม่เกิน 25 ปี เงินทุนการศึกษารายปีต่อเนื่องที่ให้กับเด็กกำพร้าหรือเด็กที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากบิดา มารดา หรือผู้อุปการะเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ เงินทุนนี้จะให้นักเรียนที่ศึกษาอยู่จนจบปริญญาตรีหลักสูตรแรกเพียงหลักสูตรเดียวและอายุไม่เกิน 25 ปี ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงมติ ครม.ปี 58 ที่ใช้กับเหตุการณ์ความรุนแรงปี 56-57 และให้นำหลักการนี้ไปใช้กับเหตุการณ์ในอดีตในปี 55 ด้วย ที่มีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 100 ราย คิดเป็นวงเงินเยียวยาทั้งสิ้นกว่า 6 ล้านบาท

อนุมัติเงินค้างจ่ายทำศพ–ดำรงชีพ

พล.ท.สรรเสริญกล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบให้เงินช่วยเหลือการดำรงชีพให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ 16 ที่ช่วยเหลือแล้วเป็นระยะ แต่ในปี 49-50 มีผู้เสียชีวิต 43 ราย ได้เงินช่วยเหลือประมาณ 740,000 บาทต่อราย ส่วนผู้บาดเจ็บ พิการ หรือทุพพลภาพ จิตฟั่นเฟือน 47 ราย ได้รับเงินช่วยเหลือกรณีชดเชยเงินสงเคราะห์เบิกชดเชยการจ่ายล่าช้าทั้งหมดคิดเป็น 4,900,000 บาทต่อราย การช่วยเหลือมีถึงปี 50 ต่อมามีมติ ครม. ปี 56 ว่าจะมีการจัดการศพวีรชนที่เสียชีวิตตั้งแต่ปี 52 เป็นต้นมารายละ 20,000 บาท แต่ยังไม่ได้จ่ายและจะมีแนวทางให้เงินดำรงชีพในแต่ละเดือนที่ยังไม่ได้จ่าย ครม.จึงมีมติว่าที่ติดค้างที่เสียชีวิตตั้งแต่ปี 52 ต่อไปนี้ต้องจ่ายศพละ 20,000 บาท ส่วนค่าดำรงชีพรายเดือนจ่ายให้อัตราเดิม 3,000 บาทต่อเดือน

“พิชัย” โดนอีกทหารเรียกเข้า ทภ.1

วันเดียวกัน นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “เช้านี้เวลา 09.30 น. พ.ท.พีรยุทธ์ เศวตเศรนี จาก คสช.โทร.มาเชิญเรียกตัวเข้ากองทัพภาคที่ 1 ในวันศุกร์ที่ 16 มิ.ย.นี้ โดยจะมารับตัวที่บ้านเวลา 12.00 น.” นายกฯสั่งเดินหน้าสอบกรุสมบัติวัดสำหรับความคืบหน้ากรณีกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ป.) บุกค้นบ้านพี่สาวภรรยาอดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และผู้บริหารระดับสูงของ พศ. ที่คาดว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินอุดหนุนงบประมาณบูรณปฏิสังขรณ์วัดกว่า 60 ล้านบาทนั้น เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. แถลงภายหลังประชุม ครม.ถึงมาตรการตรวจสอบเงินวัดว่า ที่ประชุม ครม.ได้หารือเรื่องเงินอุดหนุนเงินวัดและให้มีการติดตาม ขณะนี้ทราบได้ดำเนินการไป 96 เปอร์เซ็นต์แล้ว วันนี้ขออย่ากังวลการทำงานของรัฐบาล โดยนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ พศ. กระทรวงยุติธรรม และมหาเถรสมาคม (มส.) หารือร่วมกันมาตลอด ทั้งเป็นการขึ้นทะเบียนบัญชีทรัพย์สินเพื่อตรวจสอบรายได้ของวัด จะตรวจสอบวัดในพื้นที่ที่มีปัญหาก่อน

สั่ง พศ.หาข้อมูลเพิ่มปมบัญชีวัด

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีตรวจสอบบัญชีรายรับรายจ่ายของวัดต่างๆว่า ขณะนี้เรื่องอยู่ที่ ป.ป.ป. แต่ทราบว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ส่งข้อมูลไปทั้งหมด 26 วัด ที่ ป.ป.ป.ตรวจสอบแล้วพบว่ามีมูล 12 วัด จึงให้ พศ.ไปหาข้อมูลเพิ่มเติม เมื่อถามว่าควรออกเป็นกฎหมายเพื่อจัดการทรัพย์สินของวัดทั้งหมดเลยหรือไม่ นายออมสินตอบว่า ยังไม่ถึงขั้นตอนนั้น ต้องดูข้อมูลก่อนว่าเป็นอย่างไร เมื่อถามถึงกรณีที่มีข้าราชการระดับสูงของ พศ.เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย จำเป็นต้องให้ออกจากตำแหน่งก่อนหรือไม่ นายออมสินตอบว่า ต้องรอให้ชี้มูลมาก่อนถึงจะสามารถทำได้

สปท.ชงตรวจสอบทรัพย์สินวัด

เมื่อเวลา 13.45 น. ที่รัฐสภา นายบวรเวท รุ่งรุจี ผู้ช่วยโฆษกคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม การศาสนา คุณธรรม และจริยธรรม สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวภายหลังการประชุม กมธ.ว่า ที่ประชุมเห็นชอบรายงานการพัฒนาระบบการบริหารทรัพย์สินของวัดให้เป็นไปตามมาตรฐาน ตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม เพื่อบริหารจัดการทรัพย์สินของวัด ตรวจสอบได้ โดยเสนอให้ พศ. นำเสนอ มส.ให้พิจารณาปรับปรุง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ กฎกระทรวง กฎมหาเถรสมาคม ให้ทันสมัย บังคับใช้ได้จริง

92 วัดอู้ฟู่มีรายได้ 30 ล้านต่อเดือน

“อาทิ กำหนดให้ พศ.มีอำนาจตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของวัด และต้องรายงานผลการตรวจสอบให้ มส. นายกฯ และสาธารณชนรับทราบ โดยวัด 37,000 แห่งทั่วประเทศ ต้องจัดทำบัญชีทรัพย์สินของวัด รวมถึงโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ เพื่อส่งให้ พศ.ตรวจสอบความโปร่งใสว่า มีความถูกต้องหรือไม่ จากเดิมที่เพียงให้วัดส่งบัญชีทรัพย์สินมาให้ พศ.เก็บไว้ แต่ไม่มีการตรวจสอบ หาก พศ.ตรวจสอบพบความไม่โปร่งใส สามารถดำเนินคดีเอาผิดตามกฎหมายได้ จากการแบ่งกลุ่มประเภทของวัดพบว่า มีวัด 92 แห่ง มีรายได้ต่อเดือนไม่ตํ่ากว่า 20-30 ล้านบาท หลังจากนี้ กมธ.จะนำข้อเสนอส่งให้ ครม. และ พศ. เพื่อไปดำเนินการต่อไป”

ตั้ง กก.เอกซเรย์เงินอุดหนุนวัด

พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. กล่าวว่า ทาง ป.ป.ป.ได้ประสานมายัง พศ. เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณอุดหนุนในด้านการบูรณปฏิสังขรณ์วัดและการเผยแผ่พระพุทธศาสนาตั้งแต่ปี 2556 เพื่อนำไปพิจารณาตามพยานหลักฐาน ในส่วนของ พศ. หลังจากที่ได้เข้าหารือกับนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ตนจึงมีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนวัดตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา หากพบความผิดปกติให้รายงานมาทันที หากพบเจ้าหน้าที่ของ พศ.เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางราชการ โดยสั่งพักงานก่อนและจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยต่อไป