วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฆ่าฝังดินหญิง 60 ตร.สงสัยผัวใหม่ (คลิป)

สยอง หญิงสูงวัยโดนทุบหัวกะโหลกยุบ-คอหัก ก่อนขุดหลุมฝังอำพรางคดี ชาวบ้านเห็นหายหน้าหลายวันแจ้งกำนันไปตรวจสอบ แต่ไม่พบใครอยู่ในบ้าน หลานชายเหยื่อรู้ข่าวรีบจุดธูปบอกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จู่ๆได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยหึ่ง เดินตามหาจนพบศพถูกฆ่าโหด ตำรวจคาดฝีมือผัวใหม่ขี้เหล้า เมาแล้วตบตีเมียที่ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงไร้ทางต่อสู้จนเสียชีวิต กลัวความผิดอุ้มศพฝังดินหมกไว้ข้างบ้านเช่าแล้วเผ่นหนี

เพื่อนบ้านผวาได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยหึ่ง แจ้งญาติมาขุดดูพบศพหญิงสูงวัยถูกฆ่าโหดฝังดินไว้ข้างบ้านรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 13 มิ.ย. ร.ต.อ.รัฐพงษ์ ศรีนอก รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งพบศพถูกฆ่าฝังดินอยู่ข้างบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ภายในซอยอยู่สุข 13 ถนนศรีนครินทร์ ต.บางเมือง อ.เมืองสมุทรปราการ ไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบก. พ.ต.อ.ต่อพงษ์ ตันตระวาณิชย์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์ รพ.สมุทรปราการ สมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ และอาสามูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว ล้อมรั้วสังกะสีสภาพเก่าทรุดโทรม หน้าบ้านมีชาวบ้านมามุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องกันผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกไป จากนั้นเข้าตรวจสอบบริเวณซอกข้างบ้านด้านขวา พบหลุมขุดลึกประมาณ 1 ฟุตเศษ ในหลุมมีศพหญิงสภาพขึ้นอืด ทราบชื่อ นางสุรัก อุ้มญาติ อายุ 60 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 656/39 หมู่ 5 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ สวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีดำ นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ กู้ภัยฯนำศพขึ้นมาให้แพทย์ชันสูตร คาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 3 วัน เบื้องต้นมีร่องรอยถูกทำร้ายกะโหลกศีรษะยุบ และคอหัก

นางพัชรี แก้วน้อย อายุ 58 ปี กำนันตำบลบางเมือง ให้ข้อมูลกับตำรวจว่า นางสุรัก ผู้ตาย ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เช่าบ้านหลังดังกล่าวอาศัยอยู่เพียง 2 คนกับสามีใหม่ชื่อนายวิจิตร หรือหนู พันธุ์ภู่ อายุ 52 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 90/291 หมู่ 8 ต.บางเมือง อ.เมืองสมุทรปราการ สามีอาชีพรับจ้างก่อสร้าง ชอบดื่มเหล้าเป็นประจำ พอเมาได้ที่มักทำร้ายตบตีผู้ตาย จนชาวบ้านใกล้เคียงทนไม่ไหวแจ้งให้ตนมาดูแลและห้ามปรามหลายครั้ง ช่วงบ่ายก่อนพบศพ มีเพื่อนบ้านมาแจ้งว่าไม่เห็นผู้ตายหลายวันแล้ว และได้กลิ่นเหม็นเน่าคล้ายซากศพเกรงจะเกิดเหตุร้ายขึ้น เมื่อมาตะโกนเรียกหน้าบ้านไม่เห็นมีใครออกมา แต่ชาวบ้านไม่กล้าเข้าไปตรวจสอบในบ้าน รอจนหลานผู้ตายเดินทางมาถึงและลงมือขุดหลุมจนเจอศพนางสุรัก ถูกฆ่าฝังดินอยู่ข้างบ้านดังกล่าว

นายเอกรัตน์ เที่ยงพาณิชย์ อายุ 17 ปี หลานชายผู้ตายให้การอ้างว่า ก่อนพบศพนางสุรัก ผู้เป็นย่า พ่อของตนคือพระเอก อายุ 42 ปี ลูกชายผู้ตาย ขณะนี้บวชอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา โทรศัพท์แจ้งว่ามีชาวบ้านโทร.ไปบอกว่าย่าโดนนายวิจิตร สามีใหม่ซ้อมและใช้น้ำร้อนลวกให้รีบเดินทางมาดู เมื่อมาถึงบ้านเช่าไม่พบเห็นย่า ระหว่างนั้นมีชาวบ้านบอกกับตนว่าลองจุดธูปบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดูเพื่อดลบันดาลให้พบศพ เพราะมั่นใจว่าย่าถูกทำร้ายจนเสียชีวิตไปแล้ว หลังจุดธูปเสร็จจู่ๆได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยมา และเดินตามกลิ่นไปถึงบริเวณข้างบ้านได้เหยียบแผ่นไม้กระดานที่วางไว้บนพื้นดิน ปรากฏว่าดินยุบลงไปจนผิดสังเกต เมื่อเปิดแผ่นไม้ออกดูพบมีรอยคล้ายหลุมขุดใหม่ จึงเรียกเพื่อนบ้านมาช่วยกันใช้จอบขุดดูจนพบร่างของย่าในที่สุด

จากแนวทางการสืบสวนสอบสวนตำรวจสันนิษฐานว่า นางสุรัก ผู้ตาย ถูกนายวิจิตร สามีใหม่ทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย เนื่องจากนายวิจิตรชอบดื่มสุราและมีนิสัยโมโหร้าย เมื่อมีอาการมึนเมามักลงไม้ลงมือกับผู้ตายเพื่อระบายอารมณ์ อีกทั้งนางสุรักเป็นหญิงสูงวัยป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงไม่มีเรี่ยวแรงต่อสู้ขัดขืน หลังนายวิจิตรฆ่าผู้ตายแล้วได้อุ้มศพมาขุดหลุมฝังไว้ข้างบ้านอำพรางคดีก่อนหลบหนีไป ตำรวจจะเร่งติดตามตัวสามีของผู้ตายที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยรายนี้มาสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนางสุรักหรือไม่