วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิทยาแฉ เก้าอี้ตร.นครบาล ราคาบวกอีก2เท่า

ซัดมีตัวใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ เย้ยพล.ต.ต.ใหญ่กว่าพล.ต.อ. ‘เทศา’ บินเงียบรีบรายงานตัว

วิทยาแฉซ้ำ ซื้อขายตำแหน่งไม่ใช่ แค่ที่ภาค 8 นครบาลยิ่งหนักใหญ่ บวกอีก 2 เท่าของราคา ปูดอีกมีตัวใหญ่อยู่กรุงเทพฯคนวงการตำรวจรู้จักชื่อหมด จี้จุดคีมึ้ง “ประเทศนี้ พล.ต.ต. ใหญ่กว่า พล.ต.อ.” ด้าน น.1 จูงมือสารวัตรใหม่ป้ายแดง โชว์ถามต่อหน้าสื่อโต้ซื้อขายตำแหน่งในเมืองกรุง ส่วน “บิ๊กป้อม” รับเด้ง ผบช.ภ.8 ลั่นใครเอี่ยวจัดการหมด “ถาวร” แนะกันคนจ่ายเป็นพยาน เล่นงานบิ๊กรับสินบน ยกตัวอย่างสมัยรัฐบาลสฤษดิ์ เอารัฐมนตรีเข้าคุก ส่วนอดีต ผบช.ภ.8 “ตาปี 1” ย่องรายงานตัวที่ ศปก.ตร.แล้ว

กรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สะบัดปากกาเซ็นคำสั่งย้าย พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 มาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิม และปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ผบ.ตร.มอบหมาย และมีคำสั่งให้จเรตำรวจแห่งชาติตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 15 วัน โดยคำสั่งมีผลตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. หลังนายวิทยา แก้วภราดัย อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ออกมาปูดพฤติกรรมการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งนายตำรวจระดับ สว.-รอง ผบก.พื้นที่ บช.ภ.8 ในคำสั่งแต่งตั้ง โยกย้ายนายตำรวจวาระประจำปี 59 พร้อมระบุมีกลุ่มนายตำรวจผู้พลาดหวังเตรียมตบเท้าบุกไปทวงเงินที่จ่ายไปรวมยอดกว่า 50 ล้านบาท ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ วิทยาปูดอีก ซื้อขายตำแหน่งในนครบาลหนักกว่า เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 13 มิ.ย. นายวิทยา แก้วภราดัย อดีตแกนนำ กปปส. และอดีตสมาชิก สปท. ให้สัมภาษณ์ในรายการ เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ทางสถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งโยกย้าย พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการซื้อขายตำแหน่งในเขตพื้นที่ บช.ภ.8 ว่า เป็นการตัดสินใจของ ผบ.ตร. ถ้าถามว่าเป็นการแก้ปัญหาถูกจุดหรือไม่ ก็ยังไม่ถูกทั้งหมด เพราะต้องแก้ปัญหาทั้งโครงสร้างการบริหาร การตัดสินใจของ ผบ.ตร. เชื่อว่าคงมีข้อมูลเช่นกัน เรื่องการซื้อขายตำแหน่งไม่ใช่แค่ที่นี่ที่เดียว ขอให้ไปดูข้อมูลที่อื่นด้วย โดยเฉพาะตำรวจนครบาลที่บวกไปอีก 2 เท่าของราคา เชื่อว่าคนที่รู้ข้อมูลเรื่องนี้ดีที่สุดคือ ผบ.ตร.

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการย้าย ผบช.ภ.8 เป็นเพราะ ผบ.ตร.ต้องการเอาคืนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) กรณีมีสมาชิกกลุ่ม กปปส.ออกมาแฉมีการซื้อขายเก้าอี้ตำรวจหรือไม่ นายวิทยากล่าวว่า สามารถคิดอย่างนั้นได้ ส่วนตัวเชื่อว่า ผบ.ตร.มีข้อมูลจริง จึงมีคำสั่งดังกล่าวออกมา แต่ปัญหาคือ รัฐบาลจะเอาจริงเรื่องการปฏิรูปตำรวจหรือไม่ อย่าคิดว่าเรื่องนี้จะจบ เพราะไม่ใช่จะเกิดที่นี่ที่เดียวในประเทศไทย ที่อื่นมีหรือไม่ แล้วจะจัดการอย่างไร

“เรื่องซื้อขายตำแหน่งไม่มีผู้เสียหาย และไม่มีใครกล้าเปิดตัว โดยเฉพาะในนครบาล แล้วจะหมกเม็ดปัญหาตำรวจไว้ใต้พรมแบบนี้ตลอดหรือ พอถึงฤดูกาลโยกย้าย ก็สั่งย้ายกัน มีตัวใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ ที่คนวงการตำรวจรู้จักชื่อกันหมด เอาเป็นว่าประเทศนี้ พล.ต.ต.ใหญ่กว่า พล.ต.อ.” นายวิทยากล่าว

ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวว่า รับทราบข่าวที่มีการออกมาพูดของนักการเมืองทางสื่อต่างๆ แต่ยังไม่ทราบข้อมูลที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม จะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่ได้นิ่งนอนใจ ถ้ามีข้อมูลที่เป็นประโยชน์จะตรวจสอบให้ทันที สำหรับการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเป็นอำนาจของ ผบ.ตร.แต่เพียงผู้เดียว พร้อมรับผิดชอบในเรื่องนี้อยู่แล้ว หากมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ขอให้ส่งมาเข้าระบบการตรวจสอบเพื่อให้ความเป็นธรรม พร้อมรับข้อมูลทุกคน แต่ขอให้เป็นข้อมูลจริงเพื่อได้แก้ไขปัญหา เพราะในการแต่งตั้งทุกคำสั่งมีกฎเกณฑ์ มีหลักเกณฑ์ มีขั้นตอน และวิธีการปฏิบัติที่ชัดเจนโปร่งใส ผบ.ตร.มีหน้าที่ในการพิจารณาคำสั่งให้สมบูรณ์ที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา โดยเฉพาะเรื่องซื้อขายตำแหน่งเป็นนโยบายสำคัญ แต่ในทุกคำสั่งย่อมมีทั้งคนที่สมหวังและผิดหวัง เป็นธรรมชาติของการแต่งตั้งโยกย้าย ทุกตำแหน่งต้องอยู่ในกรอบวิธีการแต่งตั้ง ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ซื้อขายตำแหน่งเข้ามาเกี่ยวข้อง

ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.กล่าวตอบคำถามผู้สื่อข่าว หลังประชุมมอบนโยบายให้กับนายตำรวจระดับ รอง ผบก.-สว. ที่ได้รับการแต่งตั้งมาดำรงตำแหน่งใน บช.น. ทั้งเลื่อนตำแหน่งและหมุนเวียน 512 คน กรณีนายวิทยา แก้วภราดัย ออกมาแฉเรื่องการซื้อ-ขายตำแหน่งแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจว่า บช.น.มีมากกว่าที่อื่น โดย พล.ต.ท.ศานิตย์ จูงมือ พ.ต.ต.สมประสงค์ รักษาแก้ว รอง สว.สส.สน.ห้วยขวาง เพิ่งได้รับตำแหน่ง สวป.สน.บวรมงคล เข้ามาถามว่า รู้ไหมว่าจะได้เลื่อนยศตำแหน่ง พ.ต.ต.สมประสงค์ ตอบว่า ไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะได้เลื่อนยศตำแหน่ง ก่อนที่ พล.ต.ท.ศานิตย์จะกล่าวต่อว่า ตนแต่งตั้งคนที่ทำงานทำความดี นี่แค่ตัวอย่างเดียว ยังมีอีกหลายคนในนครบาล

ส่วนการเคลื่อนไหวของ พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 หลังถูกคำสั่งย้ายขาด มีรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ท.เทศา เดินทางมาเซ็นรับทราบคำสั่งที่ ศปก.ตร. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนเดินทางกลับ ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อทางโทรศัพท์ โดยเจ้าตัวรับสายแต่ปฏิเสธตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก่อนจะปิดมือถือไปในที่สุด

วันเดียวกัน หลังมีคำสั่งย้าย พล.ต.ท.เทศา มีรายงานจากแหล่งข่าวใน บช.ภ.8 ถึงเส้นทางการเรียกรับเงินในการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจว่า ที่ผ่านมา มีการวิ่งเต้นจ่ายเงินกันมานานแล้ว แต่ไม่ครึกโครมเหมือนในช่วง 2 ปีนี้ โดยเริ่มมีการเรียกรับเงินกันตั้งแต่วาระการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี 2558 แต่ไม่สามารถแต่งตั้งได้ เนื่องจาก คสช.ใช้ ม.44 ให้อำนาจ ผบ.ตร.เป็นผู้แต่งตั้ง แต่มีการจ่ายเงินให้แก่ผู้บังคับบัญชาระดับภาคไปแล้ว ต่อมาสำนักงานตำรวจภูธรภาค 8 มีคำสั่งให้นายตำรวจไปช่วยราชการ เมื่อเดือน ก.ค.ปี 59 ตั้งแต่ระดับ รอง ผบก. ถึงสารวัตร ราว 20 ตำแหน่ง ไปรักษาราชการแทนในตำแหน่งที่สูงขึ้น ผู้ที่ได้รับคำสั่งคือกลุ่มที่ถูกเรียกรับเงิน และเรียกรับเพิ่มขึ้นในคำสั่งล่าสุด สุดท้ายส่วนใหญ่ไม่ได้รับแต่งตั้งจนนำมาสู่การร้องเรียนดังกล่าว

แหล่งข่าวเดียวกันเปิดเผยต่อว่า การเรียกรับเงินเพื่อการแต่งตั้งนั้น มีการแบ่งกันอย่างชัดเจนระหว่างผู้ใกล้ชิดกับ ผบช.ภ.8 จำนวน 2 คน กลุ่มหนึ่งจ่ายเงินกันที่เต็นท์ขายรถยนต์มือสอง ส่วนอีกกลุ่มจ่ายที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 8 นอกจากนี้ การวิ่งเต้นจ่ายเงินเพื่อเลื่อนตำแหน่งในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 8 ไม่ได้มีเพียงกลุ่มของนายตำรวจในพื้นที่เท่านั้น ่ยังมีกลุ่มนายตำรวจนอกพื้นที่เข้ามาประสานร่วมกับตำรวจระดับนายพลผู้หนึ่ง ในลักษณะให้นายพลคนดังกล่าวเป็นนายหน้า และทราบว่านายพลคนดังกล่าวได้รับเงินจากส่วนแบ่งไปถึง 15 ล้านบาท

อีกด้านหนึ่ง ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีย้าย พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ว่า ได้รับการร้องเรียน พล.ต.ท.เทศา มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งนายตำรวจระดับ สว.-รอง ผบก.ใน บช.ภ.8 คงต้องรอการสอบสวนก่อน เพราะตั้งชุดตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ผบ.ตร.ให้คนที่มีปัญหาออกมาก่อนแล้วให้ผู้ช่วย ผบ.ตร.ไปรักษาการในตำแหน่งดังกล่าว ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไรนั้นยังไม่ทราบ ถ้าไปถึงใครค่อยว่ากัน เมื่อถามว่ามีนักการเมืองออกมาระบุ มีการซื้อขายตำแหน่งในพื้นที่ตำรวจนครบาลด้วย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะพูดอะไรต้องระบุให้ชัด ถ้าพูดออกมาลอยๆใครจะรับผิดชอบ จะมาพูดส่งเดชไม่ได้ แต่การโยกย้ายครั้งนี้มีข้อมูลมีเหตุมีผลอยู่จนต้องตั้งกรรมการสอบ ถ้าไม่มีเหตุผลคงไม่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ยืนยันไม่มีการกลั่นแกล้ง เพราะคนสอบครั้งนี้เป็นถึงจเรตำรวจ ไม่ว่าคนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่งเป็นใครจะจัดการทั้งหมด

ด้านนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.และอดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ท้าให้นำตัวตำรวจหรือผู้ที่จ่ายเงินวิ่งเต้นแล้วไม่ได้ตำแหน่งในการโยกย้ายนายตำรวจว่า กรณีมีผู้หวังดีต่อบ้านเมือง หรือประชาชนร้องเรียนเรื่องทุจริตคอร์รัปชันต่อผู้บริหาร สิ่งแรกที่ผู้บริหารบ้านเมืองที่ดีต้องทำคือควรรับฟังข้อมูลในอาการสงบ จากนั้นควรเริ่มขั้นตอนตรวจสอบ เชิญบุคคลที่เปิดเผยเรื่องไม่ชอบมาพากลมาสอบถาม ถึงเวลานี้มีบุคคลที่มีชื่อเสียงออกมาเปิดเผยเรื่องวิ่งเต้นโยกย้ายซื้อขายตำแหน่งตำรวจแล้วคือ 1.พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สปท. 2.นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ สปท. และ 3.นายวิทยา แก้วภารดัย อดีต สปท. แกนนำ กปปส. มั่นใจว่าบุคคลทั้ง 3 คนหวังดีต่อชาติบ้านเมือง ขอให้พล.อ.ประวิตร เชิญมาให้ข้อมูลข้อเท็จจริงแล้วค่อยสรุปจะดีกว่า ปัญหานี้ควรจะได้รับการแก้ไขจากผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงด้วยการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ไม่ใช่ท้าทายกลับไปมา

นายถาวรกล่าวต่อว่า มีตัวอย่างการแก้ไขปัญหาการทุจริตที่ได้ผลคือ การนำคนที่ยอมจ่ายเงินกันตัวไว้เป็นพยาน เพื่อหาตัวคนที่รับสินบนตัวจริง เคยมีกรณีที่เกิดขึ้นช่วงรัฐบาลจากการปฏิวัติ ที่มีอดีตรัฐมนตรีในยุครัฐบาลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ รับสินบนที่อื้อฉาว คือกรณีมีคหบดียอมจ่ายเงินสินบน 3 ล้านบาทแก่ภรรยานายทหารใหญ่ ซึ่งเป็น รมว.เกษตรฯ ขณะนั้นได้ให้เช่าที่ดินในเขตป่าสงวน 1 แสนไร่ในภาคใต้ แต่ก็ไม่ได้เช่า จึงออกมาร้องเรียนและเป็นข่าวครึกโครมยุคนั้น โดยอัยการกันคนจ่ายสินบนเป็นพยาน และเอาผิดกับคนรับสินบนและเครือข่าย จนรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งและติดคุก หากผู้บริหารบ้านเมืองต้องการแก้ไขปัญหานี้จริง ควรค้นหาความจริงกันคนจ่ายไว้เป็นพยาน ไม่ใช่ตั้งกรรมการเพื่อซื้อเวลา คนเขารู้ทั้งบ้านทั้งเมืองว่ามีพฤติกรรมเช่นนี้

ต่อมาเวลา 15.30 น. นายวิทยา แก้วภราดัย อดีต สปท.และแกนนำ กปปส. ให้สัมภาษณ์อีกครั้ง ถึงกรณีการโยกย้ายตำแหน่งตำรวจในนครบาลต้องจ่ายแพงกว่าการโยกย้ายในภูธรภาค ว่า ในเขตนครบาลยึดหลักคือ ที่ไหนทำเลดีที่นั่นราคาแพง ทำเลดีหมายถึงที่ไหนมีบ่อนพนัน จะทำมาหากินคล่อง จ่ายเยอะ ที่ผ่านมาจะเห็นทหารบุกจับบ่อยครั้ง ดังนั้น นโยบายปราบปรามบ่อนได้ซบเซาไป กลายเป็นเหมือนการแกล้งหลับตาให้วิ่งเต้นตำแหน่ง จะเห็นว่าผู้กำกับ รองผู้กำกับต่างๆที่ถูกเด้ง เชื่อมโยงกับบ่อนพนันทั้งสิ้น แต่ความจริงเด้งพักหนึ่งก็กลับมาตั้งหลักได้ ตอนนี้มีคนแจ้งข้อมูลมาที่ตนเรื่อยๆ เมื่อถึงเวลา จะส่งมอบข้อมูลให้กับคนที่พอไว้ใจได้ อาจเป็น ผบ.ตร.เพราะท่านรู้เรื่องทั้งหมดดี ทั้งนี้ต้องพิจารณาอีกครั้ง ที่สำคัญวันนี้ต้องเดินหน้าปฏิรูปตำรวจได้แล้ว เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้ปฏิรูปแล้วเสร็จภายในหนึ่งปี ไม่ใช่ปฏิรูปตำรวจเพื่อตำรวจ ต้องหาวิธีปิดช่องการซื้อขายตำแหน่งไม่เช่นนั้นตำรวจจะกลายเป็นขี้ปากของคนทั้งประเทศ แนวคิดกระจายอำนาจตำรวจ ถือเป็นทางหนึ่ง ที่ตำรวจจะได้ดูแลประชาชนและรู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี

เมื่อถามว่า การโยกย้าย พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 นายวิทยากล่าวต่อว่า ผบ.ตร.คงมีข้อมูลจึงได้ออกคำสั่งดังกล่าว แต่ก็เป็นหน้าที่ของผู้ลงนามคำสั่งต้องเปิดเผยความจริงให้ประชาชนทราบด้วย เป็นเพราะอะไร อย่างไร ทั้งนี้ ไม่ควรจะย้ายแค่ 1-2 เดือนแล้วย้ายกลับที่เดิม แบบนี้ถือว่าไม่ใช่การแก้ปัญหา