บริการข่าวไทยรัฐ

ศพดญ.ถ่วงน้ำ คาดฝีมือพ่อเลี้ยงกับแม่ (คลิป)

พบพิรุธรีบเผ่น แฉล่ามขังทุบตีจนเด็กช็อกดับ

รู้ตัวแล้วเด็กหญิงถูกฆ่าถ่วงน้ำในคลองสำโรง ย่านบางเสาธง จ.สมุทรปราการ ชาวบ้านระบุเหยื่อพักอาศัยอยู่บ้านเช่ากับแม่และพ่อเลี้ยง มักถูกทั้งคู่ทำร้ายและจับขังไว้ในบ้านช่วงออกไปทำงานที่โรงงานในนิคมฯ ทั้งคู่ขนข้าวของย้ายออกไปจากบ้านเช่าไปก่อนพบศพ ยืนยันจำเสื้อผ้าผู้ตายที่สวมใส่ได้ และเคยใส่มาซื้อของที่ร้านค้าข้างบ้านก่อนตาย เบื้องต้นสันนิษฐานเด็กถูกขังไว้จนช็อกตายเพราะขาดอาหารและน้ำ พ่อเลี้ยงกับแม่กลัวความผิดเพราะเป็นต้นเหตุทำให้ลูกตาย เลยนำศพไปถ่วงน้ำอำพรางก่อนพากันเผ่นหนีเตลิด

คดีฆาตกรรมอำพรางเด็กสาวนิรนาม อายุไม่เกิน 15 ปี สวมเสื้อโปโลยี่ห้อบอดี้โกลฟ สีขาว กางเกงขายาวลายทางสีขาวแดง ถูกคนร้ายฆ่าตายทารุณ ก่อนใช้ผ้าห่มและผ้านวมห่อมัดร่างถ่วงน้ำในคลองสำโรง และศพลอยขึ้นอืดติดกับกอสวะ ที่ กลางคลองสำโรง ตัดกับคลองผู้เฒ่า ซอยทรัพย์แสง ถนนเทพารักษ์ ต.ศีรษะจรเข้ใหญ่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ พบศพเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าเหยื่อฆาตกรรมเป็นใคร มาจาก ไหน นำศพส่งสถาบันนิติเวชฯเพื่อตรวจพิสูจน์ พร้อมเร่งสืบหาญาติมาสอบเพื่อคลี่คลายปมคดี

ความคืบหน้าต่อมาเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ที่ห้องประชุม สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ พ.ต.ท.กานตภณ วรรณา รอง ผกก.สส.สภ.บางเสาธงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ปราการ จงประสิทธิ์ สว.สส.ได้ประชุมตำรวจชุดสืบสวนเพื่อวางแนวทางการสืบสวน หลังแพทย์นิติเวชได้ผ่าศพชันสูตร เบื้องต้น พบตามร่างกายมีบาดแผล 1 จุด แต่ไม่ใช่บาดแผลที่ทำให้เสียชีวิต ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตมาจากการขาดอากาศหายใจก่อนจะถูกถ่วงน้ำ เนื่องจากในปอด ไม่มีน้ำ แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าขาดอากาศหายใจจากสาเหตุใด รวมถึงในกระเพาะอาหารก็ไม่มีอาหาร ด้วย ส่วนร่องรอยว่าจะมีการถูกข่มขืนหรือไม่นั้น ต้องรอผลตรวจประมาณ 1 สัปดาห์ เนื่องจากศพมีสภาพเน่าเปื่อย ต้องรอผลจากห้องปฏิบัติการ เบื้องต้นชุดสืบสวนได้นำตัวแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าทั้งชาย-หญิง รวม 22 คน มาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ ไว้เพื่อเปรียบเทียบกับผลจากแพทย์ หากพบในตัวผู้ตาย โดยเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงจุดพบศพ

วันเดียวกัน มีประชาชนที่แจ้งความเรื่องคนหายตามท้องที่ต่างๆเดินทางมาติดต่อขอดูศพผู้ตาย แต่ยืนยันว่าไม่ใช่บุคคลที่หายไป ขณะเดียวกันตำรวจชุดคลี่คลายคดี บูรณาการร่วมกับตำรวจสืบจังหวัดสมุทรปราการ ตำรวจกองปราบปราม เร่งติดตามตัวชายและหญิง 2 คน เป็นพ่อเลี้ยงและแม่ของเด็กหญิงสาวผู้ตาย หลังได้ข้อมูลเบาะแสจากเพื่อนบ้านในละแวกดังกล่าวว่า ผู้ตายมีลักษณะคล้ายกับเด็กหญิงวัย 12 ปีที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่กับชายและหญิงคนดังกล่าว และทั้งคู่มีพฤติกรรมชอบทำร้ายร่างกายลูกสาว โดยเฉพาะเวลาออกจากบ้านไปทำงานโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง มักจะขังลูกสาวไว้ในบ้าน

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนางเล็ก (นามสมมติ) อายุ 68 ปี ที่บ้านในละแวกที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า ชายและหญิงคนดังกล่าวมาเช่าบ้านอยู่ใกล้ร้านขายของชำของตนได้ประมาณ 2 ปี และพบเด็กหญิงอายุราว 12 ปี เข้ามาอยู่ด้วยได้ประมาณ 2 เดือน เนื่องจากทราบว่าก่อนหน้าเด็กหญิงคนนี้อยู่กับพ่อแท้ๆ หลังพ่อตายถูกส่งไปอยู่กับยาย ก่อนที่แม่ของเด็กจะไปรับมาอยู่ด้วย โดยมักจะเห็นรอยเขียวช้ำตามร่างกายเวลาเด็กมาซื้อของ นอกจากนี้ช่วงสองผัวเมียคู่นี้ออกไปทำงาน มักจะขังลูกสาวคนนี้ไว้ในบ้าน เมื่อวันอาทิตย์ก่อนพบศพ สองผัวเมีย คู่นี้ขนย้ายข้าวของออกจากบ้านเช่าไปอยู่ที่อื่น แต่ไม่เห็นลูกสาวออกไปด้วยกัน ทั้งสองบอกเพียงว่า ลูกสาวย้ายไปอยู่กับญาติแล้ว กระทั่งพบศพจำเสื้อผ้าได้ เหมือนกับชุดที่เด็กเคยใส่มาซื้อของ ส่วนเพื่อนบ้านอีกรายพูดตรงกันว่า จำเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้ และมักเห็นเด็กถูกพ่อเลี้ยงกับแม่ทำร้ายเป็นประจำ

เบื้องต้นสันนิษฐานว่า เด็กหญิงผู้นี้อาจถูกพ่อเลี้ยงและแม่จับขังไว้ในบ้านจนช็อกเสียชีวิต เนื่องจากขาดน้ำและอาหาร จึงช่วยกันนำศพไปถ่วงน้ำอำพรางเพราะกลัวความผิดว่าจะถูกจับกุม เพราะเป็นต้นเหตุทำให้เด็กเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามพ่อเลี้ยงและแม่ของเด็กมาสอบหาข้อเท็จจริง

ด้าน พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. เปิดเผยว่า ได้สั่งการ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. นำกำลังชุดสืบสวนกองปราบปรามลงพื้นที่ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.บางเสาธง เพื่อเร่งคลี่คลายคดีว่าผู้ตายเป็นใคร รวมทั้งใครเป็นผู้ก่อเหตุ ตรวจสอบพื้นที่ในรัศมี 5-10 กม. รอบที่เกิดเหตุ พร้อมนำรูปภาพของผู้ตายและเสื้อผ้าที่สวมใส่ มีพยานจำเสื้อผ้าของผู้ตายได้ระบุชื่อ ด.ญ.พรทิพย์ กุลนานันท์ อายุ 10 ขวบ ลูกของ น.ส.สุภาพร นนทรา สอบพบ น.ส.สุภาพรเลิกรากับสามีเก่า มาอยู่กินกับนายวจะรัน ทัดสวรรค์ อายุ 35 ปี มีลูกด้วยกัน 1 คน อายุ 3 ขวบ ก่อนเกิดเหตุ น.ส.สุภาพรได้รับ ด.ญ.พรทิพย์มาอยู่ด้วยที่บ้าน สร้างความไม่พอใจให้แก่นายวจะรัน สามีใหม่ ที่ผ่านมา นายวจะรันมักทุบตีลูกเลี้ยง และผูกเชือกล่ามไว้ในห้องเช่า รวมทั้งไม่ให้กินอาหารด้วย ก่อนพบศพลอยน้ำในคลอง นายวจะรันได้ย้าย ออกจากห้องเช่าไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจจะเร่งติดตามตัวมาสอบสวนต่อไป