บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จ้างเด็กช่วงปิดเทอมหาข้อมูลคนจน

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณ 971 ล้านบาท นำไปทำโครงการสำรวจข้อมูลผู้มีรายได้น้อย ด้วยการจ้างนักเรียน นักศึกษา ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 70,000 คน ในจังหวัดต่างๆ ทั้งในระดับอุดมศึกษา และสังกัดสถานศึกษาต่างๆในภูมิลำเนาตัวเอง ยกเว้น 3 จังหวัดชายแดนภายใต้ ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลของประชาชนที่มีรายได้น้อยว่ามีความต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาลด้านอะไรบ้าง เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดสวัสดิการการช่วยเหลือจากรัฐได้ตรงจุด และช่วยให้นักศึกษาเหล่านี้ได้มีรายได้ในช่วงปิดภาคเรียน โดยการสำรวจข้อมูลครั้งนี้ จะทำให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ส.ค.2560 และจะเพิ่มบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติงานอีก 2,340 คน

ทั้งนี้ รายละเอียดของแบบสำรวจนั้น ทางกระทรวงการคลัง จะมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังทำหน้าที่จัดทำแบบสำรวจ ขณะที่รายงานความคืบหน้าโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.-15 พ.ค.2560 มีผู้มาลงทะเบียนรวมทั้งหมด 14.1 ล้านคน และในวันที่ 22 พ.ค.- 2 มิ.ย.ได้เปิดให้ผู้ลงทะเบียนตรวจสอบรายชื่อในระบบผ่านช่องทางต่างๆของรัฐแล้ว และในระหว่างวันที่ 22 พ.ค.- 31 ก.ค.2560 กระทรวงการคลังจะจัดทำฐานข้อมูลและนำส่งกรมการปกครอง กรมที่ดิน กรมสรรพากร ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่รับฝากเงินจากประชาชน คาดว่าจะตรวจคุณสมบัติเสร็จสิ้น และเผยแพร่ผลการตรวจสอบอีกครั้ง

นอกจากนั้น ที่ประชุม ครม.เห็นชอบให้ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ เพื่อส่งเสริมให้บุคคลธรรมดาสามารถประกอบธุรกิจในรูปแบบของนิติบุคคลได้ โดยขยายผลไปถึงบุคคลธรรมดาที่เป็นห้างหุ้น ส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล สำหรับการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินไปยังบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามมาตรการดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลต้องการส่งเสริมเพื่อให้บุคคลธรรมดาได้ประกอบธุรกิจในรูปแบบของนิติบุคคลมากขึ้น โดยกระทรวงการคลังจะออก พระราช-กฤษฎีกามาบังคับใช้ต่อไป แม้ว่าจะทำให้รัฐสูญเสียภาษีบ้าง แต่เป็นจำนวนที่เล็กน้อย เพราะสิ่งที่จะได้รับกลับมาคือ ทำให้เกิดการประกอบธุรกิจในรูปแบบของนิติบุคคลเพิ่มขึ้น และช่วยสร้างฐานภาษีที่ยั่งยืนในระยะยาว และส่งผลให้ผู้ประกอบการแสดงผลประกอบการที่แท้จริง สร้างความโปร่งใสในการจ่ายภาษี.