วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“นายกฯ”ยันไม่ออกคำสั่งพร่ำเพรื่อ สัปดาห์หน้าจัด ม.44 แก้ปัญหาขัดใจรถไฟไทย-จีน

“ประยุทธ์” เผยสัปดาห์หน้ามาแน่! คำสั่งมาตรา 44 เร่งเดินหน้ารถไฟไทย–จีน ขณะที่อาจจะมี ม.44 เพิ่มแก้ปัญหาพลังงาน “คมนาคม” แจง 5 ประเด็นติดขัดทำให้ไม่คืบหน้า นายกฯสั่งทุกหน่วยงานแจงข้อมูลให้ชัดเจนหวั่นถูกโจมตีใช้อำนาจพิเศษเหมือน “ยาผีบอก” แก้ปัญหาทุกเรื่อง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กระทรวงคมนาคมเสนอให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งเพื่อเร่งขับเคลื่อนโครงการลงทุนรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เส้นกรุงเทพฯ-นครราชสีมาว่า ขอสัญญาว่าจะทำให้ทุกอย่างสำเร็จโดยเร็ว โดยเฉพาะโครงการใหญ่ๆ เช่น โครงการรถไฟไทย-จีน ซึ่งติดปัญหาข้อกฎหมาย โดยเรื่องนี้ขอให้เห็นใจด้วย ไม่เช่นนั้นรัฐบาลทำไม่ได้ จะติดปัญหาไปหมด ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุดให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์สูงสุด แต่หลายอย่างต้องทำไปตามพันธสัญญาที่มี เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลง

“ถ้ากฎหมายมีปัญหาก็ต้องแก้กฎหมายให้ทำได้ แต่รับรองว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใครทั้งสิ้น เราต้องสร้างมูลค่าเพิ่มของเราและอาเซียน ต้องมองภาพประเทศให้กว้างกว่าเดิม ไม่เช่นนั้นจะติดความคิดและปัญหาเดิมๆ ทำให้ไปตรงไหนไม่ได้ หลายอย่างต้องใช้กฎหมายมาปรับปรุง บางอย่างก็ต้องใช้มาตรา 44 ซึ่งความจริงไม่ได้อยากใช้แต่ก็ต้องใช้ โดยในสัปดาห์หน้าถึงจะออกคำสั่งม.44 ในเรื่องนี้ ขณะที่เรื่องของพลังงานก็ต้องใช้คำสั่ง ม.44 บ้าง”

ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานรายงานข้อมูลโครงการรถไฟไทย-จีนต่างๆให้ ครม.ทราบ โดยเฉพาะการผลักดันโครงการเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หากไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยกฎหมายปกติ และต้องแก้ไขด้วยการใช้อำนาจพิเศษ ม.44 ทั้งนี้ หากถูกวิพากษ์วิจารณ์จะได้ทราบรายละเอียดและเหตุผลที่ต้องใช้อำนาจพิเศษ

ทั้งนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้รายงานให้ ครม.ทราบว่าอยู่ระหว่างร่างรายละเอียดเนื้อหาและเหตุผลความจำเป็นของการออกมาตรา 44 ในโครงการรถไฟไทย-จีน เนื่องจากติดขัดข้อกฎหมายใน 5 ประเด็น คือ 1.กรณีวิศวกรของจีน ไม่สามารถเข้ามาทำงานในไทยได้เพราะติดกฎหมายของไทยที่กำหนดให้วิศวกรต่างชาติต้องสอบใบอนุญาตตามกฎหมายไทย ซึ่งฝ่ายจีนมองว่าจีนมีรถไฟความเร็วสูงกว่า 20,000 กม. ขณะที่ไทยไม่เคยมีรถไฟความเร็วสูง แต่ไทยกำหนดให้สอบวิศวกร ทั้งที่วิศวกรของจีนมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว โดยเรื่องนี้จะได้กำหนดให้พบกันค่อนทางโดยจะกำหนดให้มีการอบรม หรือปฐมนิเทศให้กับวิศวกรจีนในเรื่องของเส้นทาง เรื่องของทรัพยากร หรือสภาพภูมิประเทศของไทย เช่น เมื่อตัดเส้นทางบริเวณนี้แล้วต้องพบกับอะไรบ้าง แทนการสอบใบอนุญาต

2.ติดขัดเรื่อง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ที่ติดระเบียบเรื่องโครงการที่มีมูลค่าเกิน 5,000 ล้านบาท ต้องผ่านการพิจารณาของซุปเปอร์บอร์ดก่อน ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณา ดังนั้น จึงจะมีการผ่อนปรนและยกเว้นเงื่อนไขนี้ให้ 3.ปัญหาเรื่องที่โครงการของรัฐต้องมีราคากลางกำหนดไว้ให้ชัดเจน แต่กรณีนี้เป็นเรื่องของการเจรจาซึ่งไม่มีราคากลาง จึงจะแก้ไขด้วยการเสนอให้มีการเจรจากำหนดเป็นราคามาตรฐานเพื่อใช้อ้างอิงแทน
4.โครงการรถไฟไทย-จีน เป็นเรื่องการเจรจาจัดซื้อจัดจ้างระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาลหรือ จีทูจี โดยฝ่ายไทยมีการรถไฟแห่งประเทศไทยหรือ ร.ฟ.ท.เป็นผู้ดำเนินการ ขณะที่ฝ่ายจีนไม่มีระบบที่มอบหมายให้หน่วยงานใดเข้ามาดำเนินการ จึงได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมเจรจากับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของจีน เป็นผู้กำหนดในสัญญาให้ชัดเจนว่าจะมอบหมายให้บริษัทจีนใดเป็นคู่สัญญา

5.เส้นทางรถไฟไทย-จีน ครั้งนี้อาจมีปัญหาในเรื่องของพื้นที่ ส.ป.ก. ซึ่งกฎหมายกำหนดห้ามใช้พื้นที่ดำเนินการเรื่องอื่นยกเว้นการเกษตรเท่านั้น และที่ผ่านมาการใช้พื้นที่ ส.ป.ก.มีพื้นที่ปัญหาเกิดขึ้นมาก ทั้งกรณีการสร้างโรงไฟฟ้ากังหันลม การให้สัมปทานแหล่งปิโตรเลียม ลานกระบือ ในพื้นที่ ส.ป.ก.หรือการเช่าพื้นที่ ส.ป.ก.ในการวางแผงโซลาร์ฟาร์ม เป็นต้น โดยกรณีนี้มีคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุดกำหนดไว้ก่อนหน้านี้ในกรณีของแหล่งปิโตรเลียมลานกระบือ ที่ไม่สามารถดำเนินการได้ จึงทำให้เป็นปัญหาและต้องแก้ไขด้วยการใช้อำนาจพิเศษ ม.44 ทั้งนี้ รายละเอียดทั้งหมดจะนำเข้าสู่การพิจารณาของ คสช.และ ครม.ในสัปดาห์หน้า เพื่อเห็นชอบต่อไป เพื่อให้โครงการรถไฟไทย-จีน และโครงการอื่นๆเดินหน้าต่อไปได้ เพราะการออกมาตรา 44 ครั้งนี้ จะเป็นการใช้อำนาจที่ครอบคลุมในทุกโครงการ

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมก็จะเสนอให้ ครม. รับทราบการดำเนินการในโครงการรถไฟไทย-จีน ที่จะต้องดำเนินการภายในเดือน มิ.ย.นี้ เพื่อเดินหน้าก่อสร้างต่อไป โดยได้รายงานปัญหาให้นายวิษณุทราบมาตลอด และทางนายวิษณุจะเป็นผู้พิจารณารายละเอียดการใช้ ม.44 ให้ด้วย.