วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำถนน-เปิดช่อง เตรียมอัญเชิญ ราชรถ-ฝึกซ้อม

กรมสรรพาวุธทหารบก ติดตั้งล้อประดับใหม่เข้ากับพระมหาพิชัยราชรถ หมายเลข 9780 ครั้งแรกในรอบ 200 ปี มีความงดงาม ใหญ่ที่สุดในริ้วขบวนพระอิสริยยศที่ 2 ในงานพระบรมศพ หลังจากนี้กรมศิลปากร จะดำเนินการด้านงานประณีตศิลป์ต่อไป...

ที่โรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เมื่อช่วงสายวันที่ 13 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำลังพลกองโรงงานช่างแสง ศูนย์อุตสาหการสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก (กชส.ศอ.สพ.ทบ.) นำล้อประดับพระมหาพิชัยราชรถ หมายเลข 9780 ที่จัดทำขึ้นใหม่จำนวน 4 ล้อ น้ำหนักล้อละ 250 กิโลกรัม เคลื่อนย้ายจากอาคารผลิตและซ่อมอาวุธ กรมสรรพาวุธ มาติดตั้งเข้ากับพระมหาพิชัยราชรถ ท่ามกลางความปีติยินดีของผู้บริหารและกำลังพล ศอ.สพ.ทบ. ที่ร่วมกันทุ่มเทแรงกายกว่า 6 เดือน จัดสร้างขึ้นอย่างละเอียดพิถีพิถัน โดยมีทีมช่าง สพ.ทบ.ตรวจสอบเบื้องต้นก่อนเข้าสู่กระบวนการการยึดนอตรัดดุมล้อเพื่อกันไม้แตก อัดจาระบีใส่แหวน ใส่ลูกปืน ปรินต์ล็อก ฯลฯ โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงติดตั้งล้อประดับใหม่เข้ากับพระมหาพิชัยราชรถ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 200 ปี ที่พระมหาพิชัยราชรถซึ่งถือว่างดงาม และใหญ่ที่สุดในริ้วขบวนพระอิสริยยศที่ 2 ในงานพระบรมศพ ได้รับการเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สำคัญที่สุด

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันแรก ของการติดตั้งล้อประดับ ช่าง สพ.ทบ.สามารถประกอบ ได้เพียง 2 ล้อในฝั่งซ้ายของพระมหาพิชัยราชรถ เนื่องจากทางฝั่งขวาขององค์พระมหาพิชัยราชรถ ช่างจากกรมศิลปากร มีการทำงานประณีตศิลป์ด้านบนบุษบก หากประกอบล้อเข้าไปอาจมีผลกระทบกับงานที่ค้างอยู่ ล้อประดับอีก 2 ล้อ จึงตั้งอยู่ด้านนอก รอความพร้อมของกรมศิลปากรในการบูรณะฝั่งขวาของพระมหาพิชัยราชรถเสร็จแล้ว จึงจะติดตั้งล้อประดับ และจากนี้กรมศิลปากร จะทำต่อในส่วนของการปิดทอง ติดกระจก ให้เหมือนล้อประดับเดิมทุกประการ ขณะที่การจัดสร้างราชรถน้อยหมายเลข 9784 นั้น กรมสรรพาวุธทหารบกเตรียมขัดไม้พื้นขององค์ราชรถที่รองรับส่วนบุษบก ขณะที่กรมศิลปากรเริ่มปิดทองติดกระจกในบางส่วน สำหรับล้อประดับราชรถน้อย หมายเลข 9784 ที่อยู่ระหว่างการแกะสลักอีก 2 ล้อ มีกำหนดที่จะเข้าติดตั้งกับองค์ราชรถน้อย 9784 ในเดือน มิ.ย.นี้

วันเดียวกัน นางวิจิตร์ ไชยวิชิต หัวหน้ากลุ่มประณีตศิลป์ และนักวิชาการช่างศิลป์ชำนาญการ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กล่าวถึงการบูรณปฏิสังขรณ์พระที่นั่งราเชนทรยาน ที่ใช้ในการอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ ว่าขณะนี้ได้ปิดทองประดับกระจกส่วนเครื่องยอดของหลังคาพระที่นั่ง และประกอบลวดลายเสร็จแล้ว เหลือการปิดทองไม้ชั้นเชิงกลอนหลังคาชั้นที่ 1 ซึ่งเป็นลวดลายจำพวกหน้ากระดาน ลายบัว ลายเนื่อง ลายประจำยาม และลายบันแถลงประดับชั้นหลังคา โดยจะปิดทองไล่ลำดับลงมาจากส่วนบนจนถึงส่วนล่าง รวมทั้งหมด 5 ชั้น พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่และจิตอาสายังได้ขัดเนื้อไม้บริเวณคานหามเพื่อเตรียมพื้นลงสีและงานปิดทองอีกด้วย ส่วนการบูรณะองค์พระมหาพิชัยราชรถ ขณะนี้ช่างสิบหมู่ปิดทองประดับกระจกบริเวณส่วนองค์ราชรถเสร็จแล้ว ยังเหลือในส่วนที่เป็นเทพพนมที่กำลังเตรียมพื้นผิวสำหรับการปิดทองประดับกระจกในลำดับต่อไป

ด้านนายยิ่งพันธุ์ ปิยาเล่ห์ธนกาญจน์ นักวิชาการช่างศิลป์ปฏิบัติการ กล่าวว่า ได้ร่วมกับนายธราธร แก้วสโนด นายช่างศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ เขียนลวดลายลงบนท่อนฟืนไม้จันทน์ที่ใช้ในงานพระราชพิธี ที่ออกแบบโดยนายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร นายช่างศิลปกรรมอาวุโส เป็นลวดลายทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ก้านแย่ง และลงรักปิดทอง โดยใช้น้ำยาหรดาลในการเขียนลวดลาย จัดทำทั้งหมด 24 ท่อน มีขนาดหน้ากว้าง 2 นิ้ว ยาว 60 เซนติเมตร ขณะนี้เขียนลวดลายเสร็จแล้ว 12 ท่อน คาดว่าทำแล้วหมดเสร็จภายในเดือน ส.ค.นี้

ส่วนที่บริเวณด้านหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถนนหน้าพระธาตุ ก่อนหน้านี้ทีมช่างก่อสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบ ได้นำอุปกรณ์ และเครื่องมือต่างๆมาทุบกำแพงด้านหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในส่วนที่ตรงกับประตูทางเข้าโรงราชรถออกไปแล้ว 2 ช่อง เมื่อช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด ทีมช่างได้ทุบเพิ่มอีก 2 ช่อง รวมเป็น 4 ช่อง มีความกว้างประมาณช่องละ 3 เมตร และ นำเชือกฟางมาตีกั้นเป็นแนวยาวตั้งแต่รั้วกำแพงถึงประตูโรงราชรถ หลังจากนี้เตรียมรื้อถอนต้นไม้บริเวณทางเท้าด้านนอก 1 ต้น ด้านใน 2 ต้น และรื้อเสาไฟออก 1 ต้น เพื่อปรับพื้นที่เตรียมทำถนนลาดยางเชื่อมจากโรงราชรถ สำหรับเปิดช่องทางอัญเชิญ ราชรถออกจากโรงราชรถ เพื่อนำมาฝึกซ้อมในการ ประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สำหรับบรรยากาศที่ท้องสนามหลวงและในพระบรมมหาราชวัง ตลอดทั้งวันมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมารอเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท อย่างต่อเนื่อง โดยประชาชนส่วนใหญ่เดินทางกันมาเป็นหมู่คณะจากจังหวัดต่างๆ ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอด รวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. มีจำนวนทั้งสิ้น 18,273 คน รวม 222 วัน มี 7,623,494 คน และประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล เป็นเงิน 1,390,322.75 บาท รวม 222 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 597,867,771.76 บาท.