วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตั้งอนุกรรมาธิการศึกษากฎหมายพุทธ เดินสายรับฟังความเห็นคณะสงฆ์

ตั้งอนุกรรมาธิการศึกษากฎหมายพุทธ เดินสายรับฟังความเห็นคณะสงฆ์ โดยมี "อาคม กาญจนหิรัญ" เป็นประธาน ด้าน “สมพร” ยัน กมธ.ไม่รับลูก “ไพบูลย์” ...

จากการที่คณะอนุกรรมาธิการพิจารณา และศึกษากฎหมายด้านพระพุทธศาสนา ในคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นำโดย พล.อ.อ.อาคม กาญจนหิรัญ คณะกรรมาธิการฯ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ พร้อมคณะอนุธรรมาธิการฯ เข้าหารือ เพื่อรับฟังปัญหาด้านต่างๆ ในคณะสงฆ์ จากผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ที่ มมร.ศาลายา จ.นครปฐม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการหารือ พล.อ.อ.อาคม กล่าวว่า ในคณะกรรมาธิการฯ เดิมมีแต่คณะอนุกรรมาธิการด้านศาสนา ซึ่งต้องดูแลทั้ง 5 ศาสนาในประเทศไทย ทางคณะกรรมาธิการฯ โดย พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ จึงเห็นควรให้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการฯ เพื่อศึกษา และพิจารณา กฎหมายด้านพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะ โดยมีตนเป็นประธาน และมีนายสมพร เทพสิทธา รองประธานคณะกรรมาธิการฯ คนที่หนึ่ง เป็นที่ปรึกษา

ดังนั้นทางอนุกรรมาธิการฯ จึงต้องการเข้ารับฟังความคิดเห็นจากทางมหาวิทยาลัยสงฆ์ ทั้ง มมร. และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) มหาเถรสมาคม (มส.) และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) โดยเป็นการสอบถามปัญหา เพื่อช่วยแก้ปัญหา ไม่ได้ต้องการมาแก้กฎหมายคณะสงฆ์

จากนั้นคณะผู้บริหาร มมร. นำโดยพระเทพบัณฑิต อธิการบดี มมร. พระเมธาวินัยรส รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มมร. พระครูปลัดกวีวัฒน์ เลขานุการคณะกรรมการบริหารโครงการพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน มมร. ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า กฎหมายบางอย่าง เมื่อออกมาแล้วไม่มีการทำความเข้าใจกับพระสงฆ์ ส่งผลให้บางกฎหมายกลายเป็นเปิดช่องให้กลั่นแกล้งพระสงฆ์ เช่น กฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในพื้นที่วัด ซึ่งบางวัดเจ้าอาวาสไม่ทราบว่าจะต้องติดป้ายห้ามสูบบุหรี่ แต่กลับถูกคนมาแจ้งความ ทำให้เจ้าอาวาสต้องไปเสียค่าปรับที่สถานีตำรวจ ทั้งที่ไม่รู้เรื่อง

นอกจากนี้ ยังเห็นว่าการแสดงความเห็นในกฎหมายเกี่ยวกับพระสงฆ์ส่วนใหญ่ในช่วงที่ผ่านมามา จากผู้ที่ไม่ได้สัมผัสกับงานคณะสงฆ์อย่างแท้จริง อย่างเช่น ข้อเสนอของนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้อง พิทักษ์ กิจการพระพุทธศาสนา เป็นต้น

ด้านนายสมพร กล่าวว่า ยืนยันว่าทางคณะกรรมาธิการฯ ไม่ได้รับความเห็นของนายไพบูลย์ มาดำเนินการต่อแน่นอน อีกทั้งความเห็นของนายไพบูลย์ หลายเรื่องตนก็ไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ ตามที่รัฐบาลกำลังร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ โดยกำหนดกรอบการปฏิรูป 11 ด้าน และให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีอำนาจเพิ่มกรอบการปฏิรูปด้านอื่นอีกได้นั้น ซึ่งทั้ง 11 ด้านไม่มีด้านศาสนา ตนจึงทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้เพิ่มการปฏิรูปด้านศาสนา ทั้งขอให้มียุทธศาสตร์ด้านพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะด้วย ซึ่งขณะนี้ต้องรอผลการพิจารณาจาก ครม.